
ในปัจจุบัน "การชะลอวัย" ถือเป็นศาสตร์หนึ่งที่ได้มีการศึกษากันอย่างลึกซึ้ง ในวิชาที่เรียกว่า "การแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย" ซึ่งเป็นศาสตร์ทางการแพทย์แนวทางใหม่ ที่มีวัตถุประสงค์หลักในการป้องกันโรค ค้นหาโรค รักษาโรค ฟื้นฟูสุขภาพจากความเสื่อมของร่างกายตามอายุ รวมถึงเพื่อช่วยชะลอความแก่ชราของร่างกายเรา
อาการของความเสื่อมถอยของร่างกาย และความชรา จะแสดงอาการให้เราเห็นดังต่อไปนี้
• อ่อนเพลียตลอดเวลา
• รู้สึกไม่สดชื่นแม้นอนเต็มที่ตลอดคืน
• รู้สึกไม่แข็งแรงเหมือนเคย
• น้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือไม่สามารถควบคุมน้ำหนักได้
• หลงลืมมากขึ้นเรื่อยๆ
• เจ็บปวดตามร่างกาย ปวดหลัง ปวดข้อ
• นอนไม่หลับ หรือ นอนหลับไม่สนิท
• อารมณ์ตึงเครียด กระวนกระวาย หรือ วิตกกังวล
• ความต้องการทางเพศ และสมรรถภาพทางเพศลดลง
อาการเหล่านี้เป็นเครื่องชี้ว่า ร่างกายกำลังเข้าสู่วัยชรา
ในอดีตเคยถูกสอนต่อๆ กันมาให้ยอมรับสภาพความเป็นจริงของความชรา
แต่ในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่เราไม่จำเป็นต้องยอมรับสภาพความชราอีกต่อไป
แอนไท-เอจจิ้ง (Anti-Aging)
เป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการชะลอวัย และทำให้สุขภาพแข็งแรงยิ่งขึ้น โดยการให้ฮอร์โมนทดแทน การเสริมสารอาหารเพื่อต้านอนุมูลอิสระ การเสริมวิตามินและแร่ธาตุให้ร่างกาย การใช้เซลล์บำบัด และการบริการทางการแพทย์ด้านอื่นๆ
เนื่องจากความเสื่อมของร่างกาย มีที่มาจากหลากหลายสาเหตุ ทั้งจากภาวะชีวเคมีไม่สมดุล ระดับฮอร์โมนที่ลดลง ขาดสารอาหาร สเต็มเซลล์ทำงานได้น้อยลง เทโลเมียร์ก็สั้นลง โปรแกรมชะลอวัยจึงครอบคลุมการรักษาทั้งในส่วนของภาวะการทำงานของร่างกาย สารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุที่ไม่สมดุล เพื่อชะลอความเสี่ยงในการเกิดโรค รวมถึงแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เกิดจากความเสื่อมตามวัย
วันนี้ สำหรับท่านที่สนใจในเรื่องของการชะลอวัยด้วยวิธีการง่ายๆ เรามีหลักการชะลอวัยอย่างง่ายๆ มาฝากกัน สามารถทำได้ตามหลัก "5 อ." ดังต่อไปนี้
อ. อากาศ
พยายามอยู่ในที่ที่มี อากาศ บริสุทธิ์ หลีกเลี่ยงรังสียูวีเอ ยูวีบี ในแสงแดด ควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ รวมถึงหาเวลาไปพักผ่อนรับอากาศบริสุทธิ์นอกเมืองบ้าง
อ.อาหาร
ควรทานให้ครบ 5 หมู่ เปลี่ยนกลุ่มอาหารให้หลากหลาย หลีกเลี่ยงอาหารที่มีแป้งและไขมันสูง
อ.ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายควรทำอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยอาทิตย์ละ 150 นาที โดยการแอโรบิก วิ่ง ว่ายน้ำ หรือการจ๊อกกิ้ง จะช่วยกระตุ้นเลือดลม ทำให้หัวใจแข็งแรง
รวมถึงโยคะ ซึ่งจะช่วยให้ข้อต่อ และกล้ามเนื้อมีการยืดหยุ่นที่ดี
การยกเวท ด้วยน้ำหนักที่เหมาะสม จะช่วยเรื่องมวลกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ป้องกันกระดูกบาง
อ.อารมณ์ดี
การคิดบวก ปรับวิธีคิด นั่งสมาธิ จะช่วยคลื่นในสมองได้หลับสนิท
อ.แอนไท-เอจจิ้ง (Anti-Aging)
อ.สุดท้าย ใช้ต่อเมื่อร่างกายมีอาการเสื่อมในอายุที่มากแล้ว เราจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ให้การรักษา ชะลอไม่ให้สุขภาพเสื่อมถอย ช่วยฟื้นฟูให้แข็งแรงขึ้นอีกส่วนหนึ่ง
ด้วยหลักการง่ายๆ เพียงเท่านี้ ก็จะทำให้คุณสามารถชะลอวัยให้คงความหนุ่มสาวอยู่ได้นานๆ ทั้งภายในและภายนอกอย่างแน่นอน
https://lifecenterthailand.wordpress.com