
ข้อมูลสมุนไพร ประโยชน์และสรรพคุณของ ไพล
- ชื่อสมุนไพร ไพล
ชื่อวิทยาศาสตร์ Zingiber cassumunar Roxb.
ชื่อวงศ์ ZINGIBERACEAE
ชื่อพ้อง Zingiber cassumunar Roxb.
Zingiber purpureum Roscoe
ชื่ออังกฤษ ไม่มี
ชื่อท้องถิ่น ปูลอย, ปูเลย, มิ้นสะล่าง, ว่านไฟ
- ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีเหลืองแกมเขียว มีกลิ่นเฉพาะ แทงหน่อหรือลำต้นเทียม ขึ้นเป็นกอ ประกอบด้วยกาบหรือโคนใบหุ้มซ้อนกันใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมใบหอก ดอกช่อ แทงจากเหง้าใต้ดิน กลีบดอกสีนวล ใบประดับสีม่วง ผลเป็นผลแห้ง รูปกลม
- ส่วนที่ใช้เป็นยาและสรรพคุณ
-ส่วนเหง้าและน้ำมัน รักษาอาการบวม ฟกช้ำและอักเสบ
- สารสำคัญที่ออกฤทธิ์
สารออกฤทธิ์ต้านการอักเสบในไพล ได้แก่ เคอร์คิวมิน (1-7) น้ำมันหอมระเหย (8-9) และสารอื่นๆ เช่น สาร (E)-1-(3,4-dimethoxyphenyl) butadiene (DMPBD) (10) ส่วนสาร cassumunarins (11) สาร (E)-4 (3',4'-dimethylphenyl) but-3-en-l-ol (10) มีฤทธิ์แก้ปวด
- ฤทธิ์ทางยา
5.1 ฤทธิ์ลดการอักเสบ
เมื่อทดลองนำครีมไพล (ไพลจีซาล) ที่มีส่วนผสมของน้ำมันไพลร้อยละ 14 ไปใช้ในผู้ป่วยข้อเท้าแพลง โดยให้ทาวันละสองครั้ง พบว่าสามารถลดการปวดบวมได้มากกว่ากลุ่มควบคุมเมื่อใช้ไปได้ 4 วัน และมีการกินยาแก้ปวด (paracetamol) ในสองวันแรกน้อยกว่ากลุ่มควบคุมด้วย ผู้ป่วยที่ได้รับไพลจีซาลสามารถงอข้อเท้าได้มากกว่ากลุ่มควบคุม แต่ความสามารถงอส่วนฝ่าเท้าไม่แตกต่างกัน (12) เมื่อนำน้ำมันไพลที่อยู่ในรูปของเจล (ไพลเจล) มาทดสอบ พบว่าไพลเจลสามารถลดการอักเสบของอุ้งเท้าหนูได้ โดยสามารถลดการบวมได้เทียบเท่ากับ piroxicam gel ทั้งยังลดความแดงและบรรเทาอาการปวดได้ด้วย (13)
จากการศึกษาพบว่าเฉพาะน้ำมันสกัดดิบเท่านั้นที่ให้ผลลดอาการบวมที่อุ้งเท้าหนู ส่วนสกัดย่อยอื่นๆ ไม่ได้ผล ในการศึกษาเบื้องต้นทางคลินิกพบว่าน้ำมันไพลให้ผลรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อและเคล็ดต่างๆ เช่นกัน (14) มีรายงานฤทธิ์ในการลดการอักเสบของสารสกัดไพลด้วยเฮกเซน (15) รวมถึงสารที่สกัดได้จากไพลหลายชนิด เช่น เคอร์คิวมิน ซึ่งเป็นสารสีเหลือง (1-7) น้ำมันหอมระเหย (8-9) และสารอื่นๆ เช่น สาร (E)-4 (3',4'-dimethylphenyl) but-3-en-l-ol พบว่ามีฤทธิ์ยับยั้ง prostaglandin (10) นอกจากนี้สาร (E)-1-(3,4-dimethoxyphenyl) but-3-en-2-ol เมื่อป้อนเข้าสู่กระเพาะของหนูแรท พบว่าสามารถยับยั้งการอักเสบของอุ้งเท้าหนูที่เหนี่ยวนำด้วย carrageenan ได้ (16)
สาร (E)-1-(3,4-dimethoxyphenyl) butadiene (DMPBD) มีฤทธิ์ยับยั้งอาการบวมของหูหนูแรทที่เกิดจาก diethyl phenylpropiolate, arachidonic acid (AA) (17,18) ethyl phenylpropiolate และ 12-o-tetradecanoylphorbol 13-acetate ได้ดีกว่ายา oxyphenbutazone และ phenidone นอกจากนี้พบว่า DMPBD และ diclofenac มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกันในการยับยั้งการอักเสบของเท้าหนูแรทที่เกิดจาก carrageenan (19) สาร cassumunarins ที่พบในไพลมีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่เหนี่ยวนำโดย 12-o-tetradecanoylphorbol 13-acetate ที่หูของหนูเม้าส์ สารดังกล่าวมีฤทธิ์ดีกว่าเคอร์คิวมิน (20)
การทดสอบสาร phenylbutenoids ในไพลจำนวน 7 ชนิด ต่อการยับยั้งเอนไซม์ในกระบวนการอักเสบ คือ cyclooxygenase-2 พบว่ามีสาร 4 ชนิดที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ดังกล่าว เป็นสาร phenylbutenoid dimer 2 ชนิดและสาร phenylbutenoid monomer 2 ชนิด โดยสารกลุ่มแรกจะมีฤทธิ์แรงกว่า (21)
5.2 ฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่
น้ำคั้นหัวไพลมีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่ และช่วยลดอาการปวด (22)
5.3 ฤทธิ์ต้านฮีสตามีน
มีการทดสอบฤทธิ์ต้านฮีสตามีนของไพลในผู้ป่วยเด็กโรคหืด โดยฉีดฮีสตามีนที่แขนซ้ายก่อนได้รับยา และฉีดที่แขนขวาอีกครั้งหลังการให้กินไพลแห้งบด ทำการวัดรอยนูนแดงที่เกิดขึ้นหลังฉีดฮีสตามีน 15 นาทีเปรียบเทียบระหว่างแขนทั้งสองข้าง พบว่าไพลมีฤทธิ์ต้านฮีสตามีนโดยสามารถลดขนาดของตุ่มนูนที่เกิดจากการฉีดด้วยฮีสตามีนได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังมีประสิทธิภาพน้อยกว่ายาคลอเฟนิลามีน (23) นอกจากนี้ยังพบว่าสารสกัดด้วยเฮกเซนมีฤทธิ์ต้านฮีสตามีนในกล้ามเนื้อเรียบของลำไส้เล็กส่วนปลายและกล้ามเนื้อเรียบของหลอดลมในหนูตะเภา (24)
5.4 ฤทธิ์แก้ปวด
สาร (E)-4 (3',4'-dimethylphenyl) but-3-en-l-ol จากไพลมีฤทธิ์แก้ปวดเมื่อทดสอบในหนูแรท (10) และไพลเจลมีฤทธิ์แก้ปวดเมื่อใช้เป็นยาทาภายนอก (12,13)
5.5 ฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย
สารสกัดด้วยไดคลอโรมีเทนแสดงฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis (แบคทีเรียแกรมบวก) และ Pseudomonas aeruginosa (แบคทีเรียแกรมลบ) แต่สารสกัดด้วยเมทานอลไม่แสดงฤทธิ์ (25) สารสกัดด้วยเอทิลแอลกอฮอล์แสดงฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคของระบบทางเดินหายใจบางชนิด ได้แก่ b-streptococcus group A (26) นอกจากนี้สาร Terpinene-4-ol และ sabinene ก็มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียบางชนิดได้ (27)
5.6 ฤทธิ์ต้านเชื้อรา
สารสกัดด้วยไดคลอโรมีเทนและเมทานอลไม่มีผลยับยั้ง Candida albicans (25) ส่วนสารสกัดด้วยเอทานอลสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคพืชหลายชนิด ได้แก่ Candida albicans, Cryptococcus neoformans, Wangiella dermatitidis, Alternaria alternata, Aspergillus fumigatus, Fusarium oxysporum, Microsporum gypseum, Pseudallescheria boydii, Rhizopus sp. และ Trichophyton mentagrophytes (28) และพบว่าสารสกัดด้วยเมทานอล, ไดคลอโรมีเทนและเฮกเซนมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อราในโรคผิวหนังด้วย ได้แก่ Epidermophyton floccosum, Microsporum gypseum, Trichophyton mentagrophytes และ Trichophyton rubrum (29)
น้ำมันหอมระเหยจากไพลมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อรา Aspergillus flavus ซึ่งเป็นเชื้อราที่สร้างความเสียหายให้กับอาหาร (30) นอกจากนี้ยังพบว่าสาร zerumbone มีฤทธิ์ต้านเชื้อรา Rhizoctonia solani ซึ่งเป็นเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคเน่าในพืช โดยให้ผลดีกว่ายาฆ่าเชื้อราบางชนิด ข้อดีของสารดังกล่าวคือเป็นพิษกับเชื้อราได้น้อยชนิดในขณะที่ไม่มีพิษต่อพืช มีการทดลองใช้เพื่อป้องกันการเน่าของเมล็ดพืชที่เกิดจากเชื้อรา R. solani พบว่าสามารถป้องกันได้ถึงร้อยละ 85.7 (31)
5.7 ฤทธิ์ต้านการหดเกร็งของกล้ามเนื้อเรียบ
พบว่าสาร D จากสารสกัดด้วยเฮกเซนสามารถยับยั้งฤทธิ์ของฮีสตามีน อะเซททิลโคลีน นิโคทีน และเซโรโทนินได้ เมื่อทดสอบกับกล้ามเนื้อเรียบในลำไส้เล็กส่วนปลายของหนูตะเภา และสารดังกล่าวสามารถยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบหลอดลมที่ถูกกระตุ้นด้วยฮีสตามีนและลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อกระบังลมที่ถูกระตุ้นด้วยไฟฟ้าได้ (24) เมื่อนำสารสกัดด้วยน้ำมาทดสอบผลต่อกล้ามเนื้อเรียบของหนูแรท พบว่าสามารถยับยั้งการบีบตัวของมดลูก ลำไส้และกระเพาะอาหารได้ อย่างไรก็ตามเมื่อทดสอบกับกล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือดแดงจากสายสะดือเด็กทารก ยังไม่พบการออกฤทธิ์ของน้ำสกัดไพลที่ชัดเจน (32)
6. อาการข้างเคียง
ยังไม่มีรายงาน
- ความเป็นพิษทั่วไปและต่อระบบสืบพันธุ์
7.1 การทดสอบความเป็นพิษ
การทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันของสารสกัดไพลด้วยแอลกอฮอล์ร้อยละ 50 และสารสกัด D (แขวนตะกอนใน tween 80 ร้อยละ 2) ไม่พบอาการพิษแม้จะให้ทั้งกรอกทางปากและฉีดเข้าใต้ผิวหนังหนูเม้าส์ แต่เมื่อให้เกลือโซเดียมของสาร D ที่ละลายในน้ำฉีดเข้าช่องท้องจะทำให้หนูหายใจลึกและถี่ขึ้น มีการเคลื่อนไหวน้อยลง และขาหลังอ่อนเปลี้ยกว่าปกติ แต่หนูทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่รอดภายหลังการทดลอง การทดสอบความเป็นพิษเรื้อรัง ไม่พบอาการผิดปกติใดๆ ทั้งจากการตรวจดูลักษณะภายนอก และจากการตรวจสอบทางพยาธิวิทยา (24) ในการศึกษาพิษเฉียบพลันของตำรับยาแก้หืดที่มีส่วนผสมของไพลในหนูแรท พบว่าสารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ร้อยละ 50 และเฮกเซน ไม่เกิดพิษใดๆ ส่วนการศึกษาพิษกึ่งเรื้อรัง โดยผสมไพลในอาหารหนู ซึ่งให้หนูกินเป็นเวลา 6 เดือน พบว่าการผสมไพลในอาหารร้อยละ 18 เท่านั้นที่ทำให้หนูโตช้า แต่ยังไม่พบความผิดปกติอื่น เมื่อทำการตรวจปัสสาวะและเลือด หรือการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อของอวัยวะต่าง ๆ (33, 34) ส่วนผงไพลเมื่อให้ในหนูเม้าส์พบว่ามีพิษต่อตับหลังจากให้ไป 1 ปี แต่เมื่อให้กับลิงในขนาด 50 เท่าของขนาดรักษาในคนเป็นเวลา 6 เดือน ยังไม่พบพิษ (35)
เมื่อทดสอบความเป็นพิษของน้ำมันไพลต่อสัตว์ทดลอง 3 ชนิด ได้แก่ หนูแรท หนูเม้าส์ และกระต่าย โดยให้ทางปาก พบว่าน้ำมันไพลมีความเป็นพิษเล็กน้อย (12) มีการทดสอบความเป็นพิษของ terpinen-4-ol จากน้ำมันไพล พบว่าไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับกระต่าย นอกจากนี้ในการทดสอบการระคายเคืองของ terpinen-4-ol กับกระต่าย โดยสอดครีมความเข้มข้นร้อยละ 3, 5 และ 7 ทางช่องคลอดเป็นเวลา 10 วัน พบว่าไม่มีผลเปลี่ยนแปลงน้ำหนักกระต่าย แต่มีความผิดปกติกับช่องคลอด ส่วน กระเพาะปัสสาวะ มดลูก รังไข่ ไต และ ตับ ปกติ และพบว่าการป้อนสาร terpinen-4-ol มีความเป็นพิษปานกลางต่อหนูแรท (36) และสาร terpinen-4-ol ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออสุจิของวัวใกล้เคียงกับยาสังเคราะห์ Delfen (ครีมมี nonoxynol-9 ร้อยละ 5) (36) ประสะไพลและน้ำสกัดจากประสะไพลที่ให้กับหนูแรท ไม่พบอาการพิษ (37)
7.2 ฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์
เมื่อใช้สารสกัดด้วยน้ำร้อน พบว่าไม่มีผลต่อ Bacillus subtillis H-17 (Rec+) และ M-45 (Rec-) (38) น้ำมันหอมระเหย และ terpinen-4-ol ไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์กับ Sallmonella typhimurium สายพันธุ์ TA98, TA100 (9, 36)
- วิธีการใช้วิธีการใช้ไพลรักษาอาการบวม ฟกช้ำ อักเสบ
8.1 ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน)
- นำไพลมาฝานเป็นชิ้นบางๆ ใช้ถูนวดบริเวณที่อักเสบ (39)
- เตรียมน้ำมันไพลด้วยการจี่ในกะทะ (คั่วในกะทะ) จนได้น้ำมันสีเหลือง นำมาทาถูนวด (40)
หมายเหตุ: ครีมน้ำมันไพลขององค์การเภสัชกรรม เตรียมจากน้ำมันซึ่งกลั่นจากหัวไพล สารสำคัญจะเป็นน้ำมันหอมระเหย
8.2 ยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ
ครีมที่มีน้ำมันไพลร้อยละ 14 ทาและถูเบา ๆ วันละ 2-3 ครั้ง บริเวณที่มีอาการปวดเมื่อย ปวดบวม จากกล้ามเนื้ออักเสบ เคล็ดยอก ฟกช้ำ
เอกสารอ้างอิง
- Ghatak N, Basu N. Sodium curcuminate as an effective antiinflammatory agent. Indian J Exp Biol 1972;10:235-6.
- Srimal RC, Dhawan BN. Pharmacology of diferuloyl methane (curcumin), a non-steroidal anti-inflammatory agent. J Pharm Pharmacol 1973;25(6):447-52.
- Mukhopadhyay A, Basu N, Ghatak N, Gujal PK. Antiinflammatory and irritant activities of curcumin analogs in rats. Agents Actions 1982;12(4):508-15.
- Rao Ts, Basu N, Siddiqui HH. Anti-inflammatory activity of curcumin analogs. Indian J Med Res 1982;75:574-8.
- Kunchandy E, Rao MNA. Oxygen radical scavenging activity of curcumin. Int J Pharm 1990;58(3):237-40.
- Deodhar SD, Sethi R, Srimal RC. Preliminary study on anti-rheumatic activity of curcumin (diferuloyl methane). Indian J Med Res 1980;71:632-4.
- Satosar RR, Shah Shenoy SG. Evaluation of antiinflammatory property of curcumin (diferuloyl methane) in patient with postoperative inflammation. Int J Clin Pharm Toxicol 1986;24(12):651-4.
- Wasuwat S, Soonthornsarathoon P, Boonkong P, et al. The pharmacological study on Nam Man Phlai, Zingeber cassumuna Robx. Symposium on Science and Technology of Thailand, 10th, 25-27 October, Chiang Mai, Thailand, 1984. A79.
- Wasuwat S, Nandhasri P, Suntorntanasat T, Rojjanapothi W. Antiinflammatory action of Plai oil, Zingiber cassumunar Roxb. The First Princess Chulabhorn Science Congress, 10-13 December, Bangkok, Thailand, 1987.
- Panthong A, Kanjanapothi D, Niwatananum V, Tuntiwachwuttikul P, Reutrakul V. Antiinflammatory activity of compounds isolated from Zingiber cassumnar. Planta Med 1990;56:60.
- Masuda T, Jitoe A, Mabry T J. Isolation and structure determination of cassumunarins A, B, and C: new anti-inflammatory antioxidants from a tropical ginger, Zingiber cassumunar. J Am Oil Chem Soc 1995;72(9):1053-7.
- Laupattarakasem W, Kowsuwon W, Laupattarakasem P, et al. Efficacy of Zingiber cassumunar ROXB (Plygesal) in the Treatment of Ankle Sprain. Srinagarind Med J 1993; 8(3):159-164.
- ทวีศักดิ์ สุนทรธนศาสตร์ และคณะ. ไพลเจล: การวิจัยและพัฒนาเป็นยาทาภายนอกสำหรับต้านการอักเสบอย่างครบวงจร. การสัมมนาแนวทางการพัฒนาสมุนไพรของประเทศไทย, 13-14 กันยายน, กรุงเทพฯ, 2543. หน้า 289-91.
- ศศิธร วสุวัต. การศึกษาผลทางเภสัชวิทยาของน้ำมันไพล ZINGIBER CASUMUNAR BOXB. การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่10, 25-27 ตุลาคม, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2527. หน้า 218-9.
- Pongprayoon U, Tuchinda P, Claeson P, et al. Topical antiinflammatory activity of the major lipophilic constituent of the rhizome of Zingiber cassumunar, Part 2, Hexane extractives. Phytomedicine 1997;3(4):323-6.
- Panthong A, Kanjanapothi D, Niwatananant W, et al. Anti-inflammatory activity of compound D {(E)-1-(3,4-dimethoxyphenyl) but-3-en-2-ol} isolated from Zingiber cassumunar. Phytomedicine 1997;4(3):207-12.
- Pongprayoon U, Tuchinda P, Claeson P, et al. Topical antiinflammatory activity of the major lipophilic constituent of the rhizome of Zingiber cassumunar, Part 1, The essential oil. Phytomedicine 1997;3(4):319-22.
- Jeenapongsa R, Yoovathaworn K, Sriwatanakul K. M, et al. Anti-inflammatory activity of (E)-1-(3,4-dimethoxyphenyl) butadiene from Zingiber cassumunar Roxb. J Ethnopharmacol 2003;87:143-8.
- Jeenapongsa R, Yoovathaworn K, Sriwatanakul K, et al. Anti-inflammatory activity of DMPBD, a phenylbutanoid from Zingiber cassumunar. Ann Res Abst, Bangkok: Mahidol University 1995. p.327.
- Masahiro O, Tomoko K, Michio S. New curcuminoid compound as chemokine expression inhibitor, its purification from Zingiber purpureum, and its uses as inflammation inhibitors, etc. Patent: Jpn Kokai Tokkyo Koho JP 2004269450 2004:21pp.
- Ar-Reum H, Moon-Sun K, Yeon H J. Cyclooxygenase-2 inhibitory phenylbutenoids from the rhizomes of Zingiber cassumunar. Chem Pharm Bull 2005;53(11):1466-8.
- Anantasan V, Asayakun S. Study on the local anesthetic effect of squeezed Zingeber cassumuna Robx. Chiangmai Med Bull 1971;10(1):10-23.
- กณิกา ภิรมย์รัตน์ มนตรี ตู้จินดา ศิริกุล เกตุสมนึก และคณะ. ฤทธิ์ต้าน ฮิสตะมีน ของ "ไพล" ในผู้ป่วยเด็กโรคหืดทดสอบโดยการฉีดฮิสตะมีนเข้าผิวหนัง. สารศิริราช 2529; 38(4):251-5.
- นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี มนัส หวังหมัด กมล สวัสดีมงคล และคณะ. ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารสำคัญจากไพล (Zingiber cassumunar Roxb.). วารสารกรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ 2522;21(1):13-24.
- Habsah M, Amran M, Mackeen M.M. Sceening of Zingiberaceae extracts for antimicrobial and antioxidant activities. J Ethnopharmacol 2000;72:403-10.
- อารีรัตน์ ลออปักษา สุรัตนา อำนวยผล วิเชียร จงบุญประเสริฐ. การศึกษาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ. ไทยเภสัชสาร 2531;13(1):23-35.
- แสงจันทร์ เอี่ยมธรรมชาติ. การศึกษาผลของสมุนไพรบางชนิดในวงศ์ซิงกิเบอเรซี (Zingiberaceae) ต่อการเจริญของแบคทีเรียบางชนิด. รวมบทคัดย่องานวิจัยการแพทย์แผนไทยและทิศทางการวิจัยในอนาคต สถาบันการแพทย์แผนไทย 2543:207.
- Giwanon R, Thubthimthed S, Rerk-am U, et al. Antimicrobial activity of terpinene-4-ol and sabinene. Thai J Pharm Sci 2000;24(Suppl.):27.
- Ficker CE, Smith ML, Susiarti S et al. Inhibition of human pathogenic fungi by members of Zingiberaceae used by the Kenyah (Indonesian Borneo). J Ethnopharmacol 2002;85:289-93.
- ดำรง พงศ์พุทธชาติ. ผลยับยั้งของพืชสมุนไพรบางชนิดต่อเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง. รวมบทคัดย่องานวิจัยการแพทย์แผนไทยและทิศทางการวิจัยในอนาคต สถาบันการแพทย์แผนไทย, 2543: 184.
- Dubey NK, Tripathi P, Singh HB. Prospects of some essential oils as antifungal agents. J Med Aromat Plant Sci 2000;22(1B):350-4.
- วัลภา อนันตศานต์ เล็ก นพดลรัตน์กุล. การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของน้ำสกัดไพล (ปูเลย) ต่อกล้ามเนื้อเรียบในหนูขาว ตอนที่ 1. วารสารสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ 2523; 12(1): 51-68.
- Panyathanya R, Ngamwathana W, Chawalidthumrong P, Permpipat U, Leekakulthanit O, Chantachaya C. Study of acute and chronic toxicity of Plai (Zingiber cassumunar Roxb.) in rats. Siriraj Hosp Gaz 1986;38:413-6.
- Panyathanya R, et al. Study of acute and chronic toxicity of phlai (Zingiber cassumunar Roxb) in rats. Ann Res Abst, Bangkok: Mahidol University, 1986. p.242.
- Koysooko R, Dechatiwongse T, Sittisomwong N, Tuchinda M, Yongchaiyud P. Development of Plai (Zingiber cassumunar Roxb.) for treatment of bronchial sathma. The First Princess Chulabhorn Science Congress, 10-13 December, Bangkok, Thailand, 1987. AP29.
- Wasuwat S, Soonthornsaratoon P, Rojanapothi W, et al. Spermicidal activity of medicinal plants. Sci Technol 1990;6(1):4-17.
- Nualkaew S, Gritsanapan W, Tiangda C. Acute toxicity of a thai traditional preparation: Prasaplai. Ann Res Abst, Bangkok: Mahidol University, 2004. p.213.
- Ungsurungsie M, Suthienkul O, Paovalo C. Mutagenicity screening of popular Thai spices. Food Cosmet Toxicol 1982;20:527-30.
- บวร เอี่ยมสมบูรณ์. ดงไม้. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม, 2518. หน้า 246.
- ทัพพ์ ตันสุภาพ. แบบสัมภาษณ์ผู้ใช้โดยโครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง.
เว็บนี้รวบรวมข้อมูลสมุนไพรไทยโบราณ ไม่ว่าจะสุดยอดสมุนไพร20ชนิดซึ่งล้วนเป็นสมุนไพรพื้นบ้าน สามารถพบได้ทั่วไปเพราะเป็นสมุนไพรในท้องถิ่น ข้อมูลสมุนไพรไทยเหล่านี้ทำให้รู้ว่าสมุนไพร คืออะไร บางคนต้องการทราบสมุนไพร12ชนิดว่ามีอะไรบ้าง หรือสมุนไพร108ชนิ มีอะไรบ้าง ในเรื่องสมุนไพรพื้นบ้านเหล่านี้เรารวบรวมสมุนไพรไทย สรรพคุณ ชื่อวิทยาศาสตร์ 50 ชนิดไว้ให้ด้วยแล้ว พืชสมุนไพรป่าเราก็รวบรวมมาทั้งในหนังสือตํารายาสมุนไพรไทยโบราณที่มีสมุนไพร 61 ชนิดทำให้ที่บถึงสรรพคุณสมุนไพรไทย 200 ข้อมูลสมุนไพรไทย สรรพคุณ บางอย่างเรารวบรวบมาจากไฟล์pdf