ข้อมูลสมุนไพร ประโยชน์และสรรพคุณของ เร่ว
- ชื่อสมุนไพร เร่ว
ชื่อวิทยาศาสตร์ Amomum villosum var. xanthioides (Wall. ex Baker) T.L.Wu &
S.J.Chen
ชื่อวงศ์ ZINGIBERACEAE
ชื่อพ้อง Amomum xanthioides Wall. ex Baker
ชื่ออังกฤษ bastard cardamom, tavoy cardamom
ชื่อท้องถิ่น หมากแหนง ผาลา มะหมากอี มะอี้ หมากเน็ง หมากแหน่ง หมากอี้
- ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ล้มลุก สูง 2-4 ม. มีเหง้าใต้ดิน ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปร่างเรียวยาว ปลายเรียวแหลมหรือขอบขนาน ห้อยลง กว้าง 7 ซม. ยาว 50 ซม. ก้านใบสั้นมาก ดอกช่อ ออกโดยตรงจากเหง้า ดอกย่อยขนาดเล็ก สีขาว ผลขนาด 1.4-2 ซม. มีขนสีแดงปกคลุมคล้ายเงาะเมื่อสุกสีแดง เมล็ดสีน้ำตาล (1)
- ส่วนที่ใช้เป็นยาและสรรพคุณ
เมล็ดแห้ง ใช้ขับลม แก้คลื่นเหียน อาเจียน (2)
- สารสำคัญ
เมล็ดมีน้ำมันหอมระเหย พบสารที่สำคัญได้แก่ camphor, borneol, bomyl acetate, linalool, nerolidol, p-methyloxy-trans ethylcinnamate (2-3)
- การศึกษาทางคลินิกและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
ฤทธิ์รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
การศึกษาฤทธิ์รักษาแผลในกระเพาะอาหารของหนูแรท โดยป้อนสารสกัดเมทานอลจากเมล็ดเร่วขนาด 1,000 มก./กก.น้ำหนักตัว ส่วนสกัดบิวทานอล ขนาด 350 มก./กก.น้ำหนักตัว และส่วนสกัดน้ำ ขนาด 530 มก./กก. มีผลลดขนาดแผลในกระเพาะอาหารของหนูแรทจากการเหนี่ยวนำด้วยกรดไฮโตรคลอริกและเอทานอล (HCl-EtOH) ได้ดีกว่ากลุ่มที่ได้รับยารักษาแผลในกระเพาะอาหาร cimetidine 200 มก./กก.น้ำหนักตัว และสารสกัดจากเร่วยังช่วยลดการหลั่งกรด ลดปริมาณน้ำย่อย เพิ่มความเป็นกรดด่างในกระเพาะอาหารได้เช่นเดียวกับกลุ่มที่ได้รับยาแผนปัจจุบัน และเมื่อนำสารสกัดเอทานอลมาทดสอบฤทธิ์ต่อเชื้อ Helicobactor pylori พบค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ (MIC) เท่ากับ 1.43 มคก./มล. ซึ่งใกล้เคียงกับยา ampicillin (4) สอดคล้องกับการทดสอบฤทธิ์ต่อระบบทางเดินอาหารของสารสกัดจากเร่ว สารสกัดเมทานอลขนาด 250 และ 500 มก./กก.น้ำหนักตัว สามารถลดการหลั่งน้ำย่อยและของเหลวในกระเพาะอาหารหนูแรท และลดการหลั่งกรดได้ตามขนาดที่ได้รับ อีกทั้งมีผลยับยั้งการทำงานของเอนไซม์เปปซินได้ 33.74 และ 54.90% ตามลำดับ ในขณะที่สารสกัดแอลกอฮฮล์จากเมล็ดเร่ว ขนาด 250 และ 500 มก./กก.น้ำหนักตัว มีผลยับยั้งฤทธิ์ลดการเคลื่อนไหวของลำไส้จากการเหนี่ยวนำด้วย L-dopa ได้ 59.36 ± 3.27% และ 69.38 ± 3.46% ตามลำดับ จึงเป็นส่วนช่วยสนับสนุนฤทธิ์ของเมล็ดเร่วเพื่อบรรเทาโรคในระบบทางเดินอาหารตามภูมิปัญญาดั้งเดิม (5)
ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด
สารสกัดด้วยน้ำ:แอลกอฮออล์ (1:1) จากเมล็ดเร่ว ความเข้มข้น 20-500 มคก./มล. สามารถกระตุ้นการนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์เพิ่มขึ้นตามสารสกัดที่ได้รับ และเมื่อให้สารสกัดจากเร่วขนาด 500 มคก./มล.ร่วมกับอินซูลิน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของอินซูลินในการนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ได้อย่างมีนัยสำคัญ (6)
เมื่อฉีดการสารสกัดน้ำจากเมล็ดเร่ว ขนาด 2.5 มก./กก.น้ำหนักตัว เข้าทางช่องท้องของหนูเม้าส์ที่เวลา 2 วันก่อนการเหนี่ยวนำให้เกิดเบาหวานด้วยการฉีด alloxan มีผลป้องกันการเกิดเบาหวานในสัตว์ทดลอง โดยคงระดับน้ำตาลให้อยู่ในค่าปกติและป้องกันการลดลงของระดับอินซูลินได้ เมื่อทำการผ่าพิสูจน์ซากของหนูเบาหวานพบว่าเกิดความเสียหายบริเวณเซลล์แลงเกอร์ฮานส์ของตับอ่อนและเซลล์ลดขนาดลง แต่ไม่พบความผิดปกตินี้ในกลุ่มที่ได้รับสารสกัดจากเมล็ดเร่ว (7) เช่นเดียวกับการศึกษาของ Lee และคณะที่พบว่าสารสกัดน้ำจากเมล็ดเร่วสามารถป้องกันความเสียหายจากการเกิดความเครียดออกซิเดชันในเซลล์ตับอ่อนเพาะเลี้ยงจากหนูแฮมสตอร์จากการเหนี่ยวนำด้วย alloxan โดยลดการเกิดอนุมูลอิสระ (reactive oxygen species: ROS) ลดระดับแคลเซียมไอออนภายในเซลล์ ลดการแตกหักของสายดีเอ็นเอ (DNA fragmentation) ร่วมกับการเพิ่ม NAD+ และระดับ ATP ในเซลล์ และเมื่อบ่มเซลล์แลงเกอร์ฮานส์ของตับอ่อนด้วยสารสกัดน้ำจากเมล็ดเร่วและ alloxan สามารถป้องกันฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนของ alloxan ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดเบาหวานได้ (8)
ฤทธิ์ลดการเกิดพังผืดในตับ
เมื่อป้อนสารสกัดน้ำจากเมล็ดเร่ว ขนาด 100 มก./กก.น้ำหนักตัว ช่วยบรรเทาความเสียหายของตับ หนูแรทจากการได้รับ dimethylnitrosamine โดยลดค่าเอนไซม์และค่าชีวทางเคมีที่บ่งถึงการทำงานของตับ ได้แก่ระดับเอนไซม์ alanine aminotransferase, aspartate aminotransferase, alkaline phosphatase, ค่าบิลิรูบินทั้งหมดในเลือด (total bilirubin) อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงลดระดับของไฮดรอกซีโพรลีน (hydroxyproline) และมาลอนไดแอลดิไฮด์ (malondialdehyde) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การเกิดลิปิดเปอร์ออกซิเดชัน (lipid peroxidation) ในเนื้อเยื่อตับ นอกจากนี้ยังกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์และสารต้านออกซิเดชัน ได้แก่ระดับเอนไซม์ซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทส (superoxide dismutase), คะตะเลส (catalase) และสารกลูต้าไธโอน (glutathione) ในเนื้อเยื่อตับ และลดการเกิดพังผืดในตับ โดยผ่านกระบวนการต้านการอักเสบ ลดจำนวนการเกิดเซลล์ตาย และการสะสมคอลลาเจนในเซลล์ตับ (9) เมื่อป้อนหนูแรทด้วยส่วนสกัดเมทานอลจากเมล็ดเร่ว ขนาด 25, 50 และ 100 มก./กก.น้ำหนักตัว ในช่วงสัปดาห์ที่ 7-14 ของการเหนี่ยวนำให้เกิดผังผืดในตับด้วยการฉีด thioacetamide 200 มก./กก. เป็นเวลา 14 สัปดาห์ ช่วยลดการเกิดผังผืดในตับได้ โดยอาศัยฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน ลดระดับอนุพันธ์ออกซิเจนที่ว่องไว (reactive oxygen species; ROS) เพิ่มปริมาณกลูต้าไธโอน และกลูต้าไธโอนเปอร์ออกซิเดส (glutathione-peroxidase) ยับยั้งการสะสมคอลลาเจนในเซลล์ตับ รวมถึงช่วยลดระดับไซโตคานย์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบและการสร้างพังผืดในเนื้อเยื่อตับได้แก่ nitric oxide synthase (iNOS), tumor necrosis factor alpha (TNF-α), transforming growth factor beta (TGF-β), platelet-derived growth factor beta (PDGF-β) และ connective tissue growth factor (CTGF) (10) นอกจากนี้ยังมีผลลดการเกิดพังผืดในตับของสัตว์ทดลองที่ผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออก เมื่อป้อนสารสกัดเอทิลอะซีเตทจากผลเร่วที่ขนาด 12.5, 25 หรือ 50 มก./กก. หรือยา ursodeoxycholic acid ขนาด 25 มก./กก. สามารถป้องกันการเกิดพังผืดในตับ ลดอาการท้องมาน และลดการสะสมคอลลาเจนในเซลล์ตับในหนูแรทที่ถูกตัดถุงน้ำดี และเมื่อบ่มเซลล์สเตลเลต (LX-2 cells stellate cell) ที่แยกจากหนูแรทด้วยสารสกัดเอทิลอะซีเตทจากเมล็ดเร่ว พบว่าสารสกัดจากเร่วจะยับยั้งการส่งต่อสัญญาณของ α-SMA และ Smad2/3 จากการกระตุ้นด้วย TGF- β ส่งผลให้การเกิดพังผืดในตับลดลง (11)
- อาการข้างเคียง
ยังไม่มีรายงาน
- การทดสอบความเป็นพิษ
สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์:น้ำ (1:1) จากผลแห้งแก่ของเร่ว ไม่แสดงอาการพิษ เมื่อฉีดเข้าใต้ผิวหนัง 1 ก./กก.น้ำหนักตัว และเมื่อป้อนให้หนูเม้าส์กินที่ขนาด 32 ก./กก.น้ำหนักตัว โดยพบขนาดที่ทำให้สัตว์ทดลองตายครึ่งหนึ่ง (LD50) เมื่อฉีดเข้าใต้ผิวหนัง คือ 34.3 ก./กก.น้ำหนักตัว (12)
- วิธีการใช้
8.1 ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน)
แก้อาการท้องอืดเฟ้อ ขับลมแน่นจุกเสียด นำเมล็ดในจากผลแก่มาบดเป็นผง รับประทานครั้งละ 1-3 กรัม (ประมาณ 3-9 ผล) วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร (2)
8.2 ยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ
ไม่มี
เอกสารอ้างอิง
- นันทวัน บุณยะประภัศร, อรนุช โชคชัยเจริญพร, บรรณาธิการ. หนังสือสมุนไพรไม้พื้นบ้าน เล่ม 4. กรุงเทพฯ: บริษัทประชาชน จำกัด, 2543: 740 หน้า.
- สำนักงานคณะกรรมการสาธารณสุขมูลฐาน. หนังสือสมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, 2541: 176 หน้า.
- Vibuljan S. การวิจัยทางด้านเคมีของสมุนไพรเร่ว. รวมบทคัดย่องานวิจัยการแพทย์แผนไทยและทิศทางการวิจัยในอนาคต, สถาบันการแพทย์แผนไทย, 2543: 138 หน้า.
- Lee YS, Kang MH, Cho SY, Jeong CS. Effects of constituents of Amomum xanthioides on gastritis in rats and on growth of gastric cancer cells. Arch Pharm Res. 2007;30(4):436-43.
- Yamazaki T, Matsushita Y, Kawashima K, Someya M, Nakajima Y, Kurashige T. Evaluation of the pharmacological activity of extracts from amomi semen on the gastrointestinal tracts. J Ethnopharmacol. 2000;71(1-2):331-5.
- Kang Y, Kim HY. Glucose uptake-stimulatory activity of Amomi Semen in 3T3-L1 adipocytes. J Ethnopharmacol. 2004;92(1):103-5.
- Park BH, Park JW. The protective effect of Amomum xanthoides extract against alloxan-induced diabetes through the suppression of NFkappaB activation. Exp Mol Med. 2001 Jun 30;33(2):64-8.
- Lee JH, Park JW, Kim JS, Park BH, Rho HW. Protective effect of Amomi semen extract on alloxan-induced pancreatic beta-cell damage. Phytother Res. 2008;22(1):86-90.
- Wang JH1, Wang J, Choi MK, Gao F, Lee DS, Han JM, Son CG. Hepatoprotective effect of Amomum xanthoides against dimethylnitrosamine-induced sub-chronic liver injury in a rat model. Pharm Biol. 2013;51(7):930-5.
- Wang JH, Shin JW, Choi MK, Kim HG, Son CG. An herbal fruit, Amomum xanthoides, ameliorates thioacetamide-induced hepatic fibrosis in rat via antioxidative system. J Ethnopharmacol. 2011;135(2):344-50.
- Kim HG, Han JM1, Lee JS, Lee JS, Son CG. Ethyl acetate fraction of Amomum xanthioides improves bile duct ligation-induced liver fibrosis of rat model via modulation of pro-fibrogenic cytokines. Sci Rep. 2015;5:14531.
- มงคล โมกขะสมิต กมล สวัสดีมงคล ประยุทธ สาตราวาหะ. การศึกษาพิษของสมุนไพรไทย วารสารของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. 1971;13(1):36-66
เว็บนี้รวบรวมข้อมูลสมุนไพรไทยโบราณ ไม่ว่าจะสุดยอดสมุนไพร20ชนิดซึ่งล้วนเป็นสมุนไพรพื้นบ้าน สามารถพบได้ทั่วไปเพราะเป็นสมุนไพรในท้องถิ่น ข้อมูลสมุนไพรไทยเหล่านี้ทำให้รู้ว่าสมุนไพร คืออะไร บางคนต้องการทราบสมุนไพร12ชนิดว่ามีอะไรบ้าง หรือสมุนไพร108ชนิ มีอะไรบ้าง ในเรื่องสมุนไพรพื้นบ้านเหล่านี้เรารวบรวมสมุนไพรไทย สรรพคุณ ชื่อวิทยาศาสตร์ 50 ชนิดไว้ให้ด้วยแล้ว พืชสมุนไพรป่าเราก็รวบรวมมาทั้งในหนังสือตํารายาสมุนไพรไทยโบราณที่มีสมุนไพร 61 ชนิดทำให้ที่บถึงสรรพคุณสมุนไพรไทย 200 ข้อมูลสมุนไพรไทย สรรพคุณ บางอย่างเรารวบรวบมาจากไฟล์pdf