ข้อมูลสมุนไพร ประโยชน์และสรรพคุณของ สะแก
- ชื่อสมุนไพร สะแก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Combretum quadrangulare Kurz.
ชื่อวงศ์ COMBRETACEAE
ชื่อพ้อง Combretum attenuatum Wall.,
Combretum laccifera Pierre,
Combretum quadrangulare Kurz var.lanceolatum Gagnep.
ชื่ออังกฤษ Bushwillows, Combretums
ชื่อท้องถิ่น แก ขอนแข้ จองแข้ ซังแก แพ่ง สะแกนา
- ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ยืนต้น สูง 5-10 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรี รูปไข่กลับหรือรูปใบหอกกลับ กว้าง 3-8 เซนติเมตร ยาว 6-15 เซนติเมตร โคนใบสอบ ปลายใบเรียวแหลมหรือกลม ก้านใบยาว 5-6 มิลลิเมตร ดอกช่อ ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ยาว 4-5 เซนติเมตร กลีบดอกสีขาว ผลแห้ง มีเมล็ดเดียว มีครีบแบนๆ 4 ครีบ เมล็ดรูปกระสวย สีน้ำตาลแดง
- ส่วนที่ใช้เป็นยาและสรรพคุณ
- เมล็ด ขับพยาธิไส้เดือน
- สารสำคัญที่เชื่อว่าเป็นสารออกฤทธิ์
ไม่มีข้อมูล
- ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
5.1 ฤทธิ์ขับพยาธิไส้เดือน
เมื่อให้วัวกินเมล็ดสะแก พบว่าจำนวนไข่ของพยาธิตัวกลมในปศุสัตว์ชนิด Neoascaris vitulorum ลดลงจนไม่พบอีกใน 1-3 สัปดาห์ต่อมา (1) แต่มีผู้พบว่าเมื่อให้เด็กนักเรียนกินเมล็ดสะแกนาชุบไข่ทอด ในขนาด 1.5 กรัม หรือ 3 กรัม ไม่ให้ผลในการขับพยาธิเส้นด้าย และมีอาการข้างเคียง คือ มึนงง คลื่นไส้ (2) สารสกัดแอลกอฮอล์ 95% มีฤทธิ์ฆ่าพยาธิ (3) เมื่อให้ไก่ไข่ได้รับอาหารที่มีเมล็ดสะแกนาเป็นส่วนผสมลงในอาหาร ในอัตราส่วน 1 กรัม/น้ำหนักไก่ 1 กิโลกรัม โดยทดลองในไก่จำนวน 5 กลุ่มๆ ละ 4 ซ้ำๆ ละ 8 ตัว นาน 23 วัน และทำการเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาถ่ายพยาธิปิปเปอราซิน (piperazine) ในขนาด 15 มิลลิกรัม/น้ำหนักไก่ 1 กิโลกรัม พบว่ากลุ่มที่ได้รับเมล็ดสะแกนาเป็นส่วนผสมลงในอาหาร สามารถกำจัดพยาธิไส้เดือน (Ascaridia galli) ได้ 63% ในขณะที่กลุ่มที่ได้รับยาถ่ายพยาธิปิปเปอราซินสามารถกำจัดพยาธิไส้เดือนได้ 100% (4)
- อาการข้างเคียง
ไม่มีรายงาน
- ความเป็นพิษทั่วไป
7.1 การทดสอบความเป็นพิษ
การทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันของสารสกัดเมล็ดสะแกนาด้วยเมทานอล 80% โดยการป้อนทางปากกับหนูเม้าส์เพศผู้ หนูเม้าส์เพศเมีย หนูแรทเพศผู้ และหนูแรทเพศเมีย พบว่ามีพิษปานกลาง และทำให้สัตว์ทดลองตาย นอกจากนี้การทดลองพิษกึ่งเฉียบพลัน ในหนูตัวผู้และตัวเมีย เมื่อให้สารสกัด 1 กรัม/กิโลกรัม เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบมีความสัมพันธ์เล็กน้อยกับน้ำหนักในการเจริญ เติบโต แต่ไม่มีผลต่อตับเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (5) เมล็ดสะแกนาเมื่อให้ทางปากกับหนูแรท และหนูเม้าส์ในขนาด 0.582 และ 1.985 กรัม/กิโลกรัม ต่อครั้ง พบว่าไม่มีพิษเฉียบพลัน (1)
นอกจากนี้ยังมีการทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันของสารสกัดเมล็ดสะแกนาด้วยเอทานอล 80% ซึ่งให้ทางปากกับหนูแรทเพศผู้ หนูแรทเพศเมีย หนูเม้าส์เพศผู้ และหนูเม้าส์เพศเมีย พบว่ามีพิษปานกลาง และทำให้สัตว์ทดลองตาย และ เมื่อให้สารสกัดเมล็ดสะแกนาครั้งเดียวฉีดเข้าทางช่องท้องหนูทั้ง 4 ชนิด พบว่ามีพิษมาก และทำให้สัตว์ทดลองตาย ส่วนความเป็นพิษกึ่งเฉียบพลันทดสอบโดยการป้อนสารสกัดทางปากทุกวัน ขนาดวันละ 0.5, 1.0 และ 2.0 กรัม/กิโลกรัม พบว่าหนูเม้าส์ไม่สามารถทนสารสกัดขนาด 1 และ 2 กรัม/กิโลกรัม ได้ การตรวจอวัยวะภายในด้วยตาเปล่าพบลักษณะเลือดคั่งที่ลำไส้ ตับ และไต ลำไส้โป่งบวม เมื่อตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์พบก้อนเลือดในหลอดเลือดต่างๆ พบภาวะเลือดคั่ง และมีเลือดออก ส่วนหนูแรททนสารสกัดขนาดวันละ 2 กรัม/กิโลกรัม ได้ ถึง 7 วัน โดยไม่แสดงอาการผิดปกติ (6)
- วิธีการใช้
8.1 การใช้สะแกรักษาโรคพยาธิไส้เดือนตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน)
- ใช้เมล็ดแก่ 1 ช้อนโต๊ะ (3 กรัม) ตำให้ละเอียด ทอดกับไข่ 1 ฟอง ไม่ต้องใส่เครื่องปรุงรับประทานเปล่าๆ พยายามรับประทานให้มากที่สุด (7-9)
- ใช้เมล็ดประมาณ 1 ช้อนหวาน ตำละเอียดผสมไข่ 1 ฟอง ทอดให้เด็กอายุ 5-6 ปี รับประทานเมื่อท้องว่าง ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง ถ้าไม่ถ่ายให้รับประทานยาถ่ายเอาตัวออก (10)
- ใช้เมล็ดสะแกนา 15-20 เมล็ด นำมาสับให้ละเอียด ทอดกับไข่ให้เด็กรับประทาน (11)
8.2 ยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ
ไม่มี
เอกสารอ้างอิง
- Euswas P, Srirod S, Choontanom P, Chompoochant T. Studies on anthelmintic activity of sakae (Combretum quadrangulare Kurz). J Agri (Sci) 1988; 22: 201-6.
- Pipitkul W, Sribunlue P, Na Nakorn S, Chusilp K, Siamsatiansopon S. Study of herbal medicinal plants Combretum quadrangulare Kurz. in treatment of thread worm in school children. Com Dis J 1987; 13(1): 33-44.
- Somanabandhu A, Wungchinda S, Wiwat C. Chemical composition of Combretum quadrangulare Kurz. Abstract 4th Asian Symp. Med Plants Spices, 15-19 September, Bangkok, Thailand, 1980. p.114.
- สมใจ นครชัย รุ่งระวี เต็มศิริฤกษ์กุล ยุวดี วงษ์กระจ่าง คณิต อธิสุข. การทดสอบความเป็นพิษของสะแกนา : ตอนที่ 2. วารสารเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 2537;21(4):118-25.
- Jongtaweesuk P, Chanjamjang P, Temsirivirkkul R, Wongkrajang Y. Toxicity test of Combretum quadrangulare Kurz. Special Project for the degree of B. Sc. (Pharm), Faculty of Pharmacy, Bangkok: Mahidol University, 1987.
- เทวีรัตน์ ศรีทอง อังคณา หาญบรรจง สุภาพร อิสริโยดม อาคม สังข์วรานนท์ อรุณี อิงคากุล. ประสิทธิภาพของผลมะเกลือ เมล็ดสะแกนา และต้นหญ้ายาง ต่อการกำจัดตัวเต็มวัยขิงพยาธิไส้เดือนในไก่ไข่. สมุนไพรไทย: โอกาสและทางเลือกใหม่ของอุตสาหกรรมผลิตสัตว์ ครั้งที่ 3, 11-12 พฤษภาคม, กรุงเทพฯ, 2548.
- นิตยสารหมอชาวบ้าน. หมอไทยเชื่อหรือไม่. กรุงเทพฯ: เอช. เอน. การพิมพ์, 2525;4(35): 103-5.
- กองวิจัยการแพทย์. สมุนไพรพื้นบ้าน ตอนที่ 1. กรุงเทพฯ: กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. กระทรวงสาธารณสุข, 2526. หน้า 103.
- พระเทพวิมลโมลี. ตำรายาพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มงกุฏราชวิทยาลัย, 2524. หน้า 31.
- บวร เอี่ยมสมบูรณ์. ดงไม้. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม, 2518.
- วีณา ศิลปอาชา. ตำรายาพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ: โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง, 2529.
เว็บนี้รวบรวมข้อมูลสมุนไพรไทยโบราณ ไม่ว่าจะสุดยอดสมุนไพร20ชนิดซึ่งล้วนเป็นสมุนไพรพื้นบ้าน สามารถพบได้ทั่วไปเพราะเป็นสมุนไพรในท้องถิ่น ข้อมูลสมุนไพรไทยเหล่านี้ทำให้รู้ว่าสมุนไพร คืออะไร บางคนต้องการทราบสมุนไพร12ชนิดว่ามีอะไรบ้าง หรือสมุนไพร108ชนิ มีอะไรบ้าง ในเรื่องสมุนไพรพื้นบ้านเหล่านี้เรารวบรวมสมุนไพรไทย สรรพคุณ ชื่อวิทยาศาสตร์ 50 ชนิดไว้ให้ด้วยแล้ว พืชสมุนไพรป่าเราก็รวบรวมมาทั้งในหนังสือตํารายาสมุนไพรไทยโบราณที่มีสมุนไพร 61 ชนิดทำให้ที่บถึงสรรพคุณสมุนไพรไทย 200 ข้อมูลสมุนไพรไทย สรรพคุณ บางอย่างเรารวบรวบมาจากไฟล์pdf