.
เหรียญรุ่นสร้างบารมี หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ปี 2519

เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่น “สร้างบารมี” ปี 2519 นับเป็นเหรียญรุ่นที่ 3 ของหลวงพ่อคูณ ซึ่งปัจจุบันนับว่าเป็น เหรียญยอดนิยมอันดับ 1 ติด “หลักล้าน” เป็นเหรียญที่มีค่านิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมแสวงหาจากนักสะสมทุกสาย
เนื่องจากเหรียญรูปแบบที่มีลักษณะสวยงาม คมชัด มีตำหนิ และมีการตอกโค้ดป้องกันการปลอมแปลง ไว้อย่างชัดเจน ประกอบกับมีจำนวนสร้างไม่มากนัก จึงเป็นสุดยอดเหรียญยอดนิยมของหลวงพ่อคูณ
จำนวนสร้าง
- เนื้อทองคำ จำนวนสร้าง 19 เหรียญ
- เนื้อเงิน จำนวนสร้าง 199 เหรียญ
- เนื้อนวโลหะ จำนวนสร้าง 999 เหรียญ
- เนื้อทองแดงรมดำ จำนวนสร้าง 2,519 เหรียญ (ตามปีที่จัดสร้าง)
รวมจำนวนที่จัดสร้างทั้งหมดเพียง 3,736 เหรียญ เท่านั้นเอง ซึ่งถือว่ามีจำนวนสร้างน้อยมาก

พุทธลักษณะ
ลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่
ด้านหน้า
เป็นรูปหลวงพ่อคูณ นั่งเต็มองค์ ด้านล่างเขียนว่า “หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ”
ด้านหน้าตอกโค้ดตามแต่ละเนื้อ
ด้านหลังเหรียญ
มีอักขระยันต์อยู่ตรงกลาง ด้านบนเขียนเขียนอัษรคำว่าว่า “วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา”
ด้านล่างเขียนอัษรคำว่า “รุ่นสร้างบารมี 2519”
โค้ตที่ใช้ตอก
เหรียญรุ่น “สร้างบารมี ปี 2519” มี 2 ตัว โค้ตของแท้เส้นจะเล็กและคม
โค้ต “คปร”
ย่อมาจาก “คูณ ปริสุทโธ” ใช้ตอกในเหรียญเนื้อเงิน และเหรียญเนื้อทองแดง
โค้ต “คป”
ย่อมาจาก “คูณ ปริสุทโธ” ใช้ตอกในเหรียญเนื้อ นวโลหะ
สำหรับเหรียญเนื้อทองคำ เท่าที่พบเห็น ไม่มีการตอกโค้ดแต่อย่างใด

ส่วนรอยจาร ในเหรียญรุ่นนี้ เท่าที่พบเห็นมี 2 ลายมือ โดยหลวงพ่อคูณนิยมจารที่ด้านหน้าเหรียญ แบบจารรอบครอบแก้วว่า “มะ อะ อุ ยา นะ ยา อุ อะ มะ” มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่ท่านจะจารอักขระให้มากกว่านี้ ส่วนลายมือของอาจารย์ท่านอื่น จะจารแบบจารตรง หรือจารข้าง คือ ด้านขวาของเหรียญ จะจารตัว “มะอะอุ“ ด้านซ้ายของเหรียญจะจารตัว “ยา นะ”
เชื่อว่าในอนาคตเหรียญรุ่นนี้จะเป็นเหรียญหลักยอดนิยมของวงการอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเหรียญที่มีจารและตอกโค้ดเต็ม จะได้รับความนิยมกว่า เพราะหายากกว่า และมีราคาสูงกว่าเหรียญที่ไม่มีจาร
เนื้อทองคำเช่าบูชากันหลักล้านถึงล้านปลายๆ เนื้อเงินหลักแสนปลาย เนื้อนวโลหะหลักแสนกลาง เนื้อทองแดงรมดำว่ากันแสนต้น ตามสภาพความสวยงามของเหรียญ
พระเทพวิทยาคม นามเดิม คูณ ฉัตร์พลกรัง หรือที่รู้จักในนาม หลวงพ่อคูณ (4 ตุลาคม พ.ศ. 2466 – 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558) เป็นพระเกจิอาจารย์ อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 และอดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่
หลวงพ่อคูณ เกิดในชื่อและนามสกุลทางโลกคือ คูณ ฉัตร์พลกรัง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2466 ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 10 ปีกุน ที่บ้านไร่ หมู่ที่ 6 ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เป็นบุตรชายคนโตของบุญ (บิดา) และทองขาว (มารดา) ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกร มีพี่น้องร่วมบิดามารดาสามคนคือ
- พระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทโธ)
- คำมั่น วงษ์กาญจนรัตน์ (เป็นหญิง)
- ทองหล่อ เพ็ญจันทร์ (เป็นหญิง)
โยมบิดามารดาของหลวงพ่อคูณ เสียชีวิตลงขณะที่ลูกทั้งสามยังเด็ก เด็กชายคูณกับน้องสาวทั้งสอง จึงอยู่ในความอุปการะของน้าสาว สมัยที่เด็กชายคูณมีอายุราว 6-7 ขวบ เข้าเรียนหนังสือกับพระอาจารย์เชื่อม วิรโธ, พระอาจารย์ฉาย และพระอาจารย์หลี ทั้งภาษาไทย และภาษาขอม นอกจากนี้พระอาจารย์ทั้งสาม ยังอบรมสั่งสอนคาถาอาคม เพื่อป้องกันอันตรายต่าง ๆ ให้ด้วย เด็กชายคูณจึงมีความรู้ในวิชาไสยศาสตร์มาแต่บัดนั้น
อุปสมบท
คูณ ฉัตร์พลกรัง อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดถนนหักใหญ่ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 ปีวอก อุปัชฌาย์ให้ฉายาว่า ปริสุทฺโธ หลังจากนั้น หลวงพ่อคูณฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ตำบลสำนักตะคร้อ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา หลวงพ่อแดง เป็นพระนักปฏิบัติทางด้านคันถธุระ และวิปัสสนาธุระอย่างเคร่งครัด ทั้งเป็นพระเกจิอาจารย์ ที่เรืองวิทยาคมเป็นอย่างยิ่ง จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คน และลูกศิษย์เป็นอย่างมาก
หลวงพ่อคูณอยู่ปรนนิบัติรับใช้ หลวงพ่อแดงมานานพอสมควร หลวงพ่อแดงจึงพาหลวงพ่อคูณไปฝากตัวเป็น ลูกศิษย์หลวงพ่อคง พุทธสโร ซึ่งหลวงพ่อทั้งสองรูปนี้เป็นเพื่อนกัน ต่างให้ความเคารพซึ่งกันและกัน เมื่อมีโอกาสได้พบปะ มักแลกเปลี่ยนธรรมะ ตลอดจนวิชาอาคมแก่กันเสมอ เวลาล่วงเลยมานานพอสมควร กระทั่งหลวงพ่อคงเห็นว่า ลูกศิษย์ของตนมีความรอบรู้ ชำนาญการปฏิบัติธรรมดีแล้ว จึงแนะนำให้ออกธุดงค์จาริก ไปตามป่าเขาลำเนาไพร ฝึกปฏิบัติธรรมเบื้องสูงต่อไป ระยะแรกหลวงพ่อคูณธุดงค์จาริก อยู่ในเขตจังหวัดนครราชสีมา จากนั้นจึงจาริกไกลออกไป กระทั่งถึงประเทศลาว และประเทศกัมพูชา มุ่งเข้าสู่ป่าลึก เพื่อทำความเพียรให้เกิดสติปัญญา เพื่อการหลุดพ้นจากกิเลสตัณหา และอุปาทานทั้งปวง
หลังจากที่พิจารณา เห็นสมควรแก่การปฏิบัติแล้ว หลวงพ่อคูณจึงออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย เดินข้ามเขตแดนทางจังหวัดสุรินทร์ สู่จังหวัดนครราชสีมา กลับสู่ถิ่นเกิดที่บ้านไร่ จากนั้นจึงเริ่มดำริให้ก่อสร้างวัด ให้เป็นถาวรวัตถุทางพระพุทธศาสนา โดยเริ่มสร้างพระอุโบสถเมื่อ พ.ศ. 2496 นอกจากนั้น หลวงพ่อคูณยังดำริให้สร้างกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ขุดสระน้ำไว้เพื่ออุปโภคและบริโภค ทั้งจัดสร้างโรงเรียนวัดบ้านไร่ เพื่อการศึกษาของเยาวชนละแวกนี้อีกด้วย
สมณศักดิ์
12 สิงหาคม พ.ศ. 2535 : เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระญาณวิทยาคมเถร
10 มิถุนายน พ.ศ. 2539 : เป็นพระราชาคณะชั้นราชฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระราชวิทยาคม อุดมกิจจานุกิจจาทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
12 สิงหาคม พ.ศ. 2547 : เป็นพระราชาคณะชั้นเทพฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระเทพวิทยาคม อุดมธรรมสุนทร ปสาทกรวรกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
มรณภาพ
เมื่อเวลาประมาณ 05:45 น. ของวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 พนักงานพยาบาลที่ดูแลหลวงพ่อคูณอยู่ที่วัดบ้านไร่ พบว่าหลวงพ่อมีอาการหมดสติไม่รู้สึกตัว จึงรีบแจ้งให้แพทย์จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และโรงพยาบาลด่านขุนทดมาวินิจฉัยโดยด่วน ซึ่งคณะแพทย์ตรวจประเมินว่า หลวงพ่อคูณหยุดหายใจ และหัวใจหยุดเต้น จึงปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูง อยู่เป็นเวลา 1 ชั่วโมง กระทั่งอาการทรงตัว จึงใส่เครื่องช่วยหายใจ พร้อมทั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจ จากนั้นเมื่อเวลา 08:30 น. จึงรีบส่งเข้ารักษาต่อ ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาโดยด่วน พบว่ามีลมรั่วเข้าภายในปอดฝั่งซ้าย และมีเสมหะอุดตันทางเดินหายใจ จึงให้หลวงพ่อพักรักษาตัว ภายในหอผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม (ไอซียู) โดยจัดคณะแพทย์และพยาบาล เฝ้าระวังดูแลอาการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสัญญาณชีพของหลวงพ่อยังไม่คงที่
จนกระทั่งเวลา 11:45 นาฬิกา คณะแพทย์ออกประกาศแจ้งว่า พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) มีอาการโดยรวมทรุดลง จนกระทั่งถึงแก่มรณภาพลงขณะทำการรักษา ภายในห้องอายุรกรรมผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา สิริอายุ 91 ปี พรรษา 71
#เหรียญ หลวง พ่อ คูณ ปี 19 เนื้อ ทองแดงรมดำ
#เหรียญหลวงพ่อคูณ ปี 19 รุ่น 2
#เหรียญหลวงพ่อคูณปี19เนื้อนวะ
#เหรียญหลวงพ่อคูณ ปี 19 ย้อนยุค
#เหรียญหลวงพ่อคูณ ปี 19 เนื้อทองคำ
#เหรียญหลวงพ่อคูณปี17
#ขอบตัดเหรียญหลวงพ่อคูณปี 19
#ตำหนิ หลวงพ่อคูณ สร้างบารมี 19 เนื้อ น. วะ
ข้อมูลอ้างอิง
https:// www.siamrath.co.th/n/62624