เหรียญขวัญถุง หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ปี 2515
จำนวนการสร้าง
- เหรียญขวัญถุง กะไหล่ทอง 5,000 เหรียญ
- เหรียญขวัญถุง กะไหล่เงิน 5,000 เหรียญ
วัตถุมงคล เหรียญขวัญถุง หลวงพ่อเงิน ปี2515 ปัจจุบันได้รับความนิยมสูงมาก ผู้ที่นับถือศรัทธาหลวงพ่อเงินใช้บูชาทดแทนรุ่นแรก ที่มีราคาสูงถึงหลักล้าน เหตุแห่งความนิยมศรัทธานอกจากความเป็นพระที่มีรูปแบบพิมพ์ทรงสวยงาม มีจำนวนแพร่หลายและมีจุดสังเกตพิจารณาได้ไม่ยากแล้ว ยังมีเรื่องของพุทธคุณความศักดิ์สิทธิ์ที่ก่อเกิดเหตุการณ์หลายด้าน *ทั้งทางอยู่ยงคงกระพัน มหาอุด อำนวยโชคบันดาลลาภ บูชาแล้วฐานะทรัพย์สินมั่นคงการงานเจริญรุ่งเรืองลุล่วงปราศจากอุปสรรคใดๆ กล่าวได้ว่าพุทธคุณไม่แตกต่างจากพระหลวงพ่อเงินรุ่นแรกแต่ประการใด และได้กลายเป็นพระชุดหลักของวงการพระเครื่องในขณะนี้*
ผู้ที่ศรัทธาเลื่อมใส พระเครื่องหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ในระดับชาวบ้านทั่วๆ ไป ที่มิใช่เศรษฐีผู้มีเงินเหลือกินเหลือใช้ จึงมองหา พระเครื่องหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ที่สร้างในยุคหลังต่อมา หลังจากที่ท่านได้มรณภาพในปี 2462 ซึ่งมีการจัดสร้างกันบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นวัดที่ท่านเคยพำนักจำพรรษามาก่อน หรือวัดอื่นๆ ในละแวก จ.พิจิตร หากจะสร้างวัตถุมงคลให้ชาวบ้านทำบุญบูชา ก็สร้าง พระหลวงพ่อเงิน เท่านั้น ถึงจะมีผู้สนใจเช่าหา อันจะส่งผลให้วัดที่สร้างได้ปัจจัยทำบุญตามความประสงค์ต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการสร้างพระหลวงพ่อเงิน ในสมัยต่อมามากมายหลายรุ่น แต่ที่ได้รับความศรัทธานิยมจากชาวบ้าน เพราะมีประสบการณ์มากมาย และโด่งดังสุดๆ ก็คือ พระหลวงพ่อเงิน ที่สร้างในปี 2515 หรือที่วงการพระเรียกกันสั้นๆ ว่า "พ่อเงินปี 15"
การจัดสร้างพระหลวงพ่อเงินในครั้งนั้น ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนักในเมืองไทย ที่ต้องจารึกไว้ในความทรงจำจนทุกวันนี้
ทั้งนี้เพราะการจัดสร้าง พระเครื่อง หลวงพ่อเงิน รุ่น ปี 2515 นั้น มีจุดเด่นดีอยู่หลายประการ อาทิ เจตนาการสร้างดี เนื้อหามวลสารดี รูปแบบสวยงาม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พิธีการดี ถูกต้องตามตำรับตำราโบราณทุกอย่าง จนเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของชาวบ้านโดยทั่วไป
กล่าวสำหรับ ขั้นตอนการจัดสร้าง พระเครื่องหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ปี 2515 มีความยุ่งยากพอสมควร โดยมีถึง 4 ขั้นตอนด้วยกัน คือ
1. ชนวนโลหะ ถือว่าสุดยอด คือ แผ่นทองเหลืองแผ่นทองแดงที่พระคณาจารย์ชื่อดังจากทั่วประเทศ ได้รวมพลังอธิษฐานจิต ลงจารอักขระเลขยันต์ต่างๆ และปลุกเสกมาจากวัดของแต่ละท่าน เป็นอย่างดีมาก่อนนำมามอบให้คณะกรรมการผู้จัดสร้าง หลังจากนั้นจึงได้นำมาหล่อหลอมเป็นแผ่นโลหะ ก่อนนำมาเข้าพิธีในครั้งที่ 2
2.สถานที่ประกอบพิธีปลุกเสก มีความศักดิ์สิทธิ์ และการปลุกเสกก็สุดยอดเข้มขลัง โดยครั้งแรกเป็นการปลุกเสกแผ่นโลหะลงอักขระ ซึ่งได้จากการหลอมแล้ว (จากแผ่นโลหะลงจารที่ได้จากขั้นตอนที่ 1) โดยพระเกจิอาจารย์ 74 รูป จากทั่วประเทศ โดยทำพิธีที่วัดสุทัศนฯ และได้มอบแผ่นโลหะเหล่านั้นให้โรงงาน นำไปจัดสร้างเป็นวัตถุมงคล พระหลวงพ่อเงินทั้งหมด
3.พิธีปลุกเสก เมื่อโรงงานได้สร้างวัตถุมงคล พระเครื่องหลวงพ่อเงินชนิดต่างๆ (จากขั้นตอนที่ 2) ครบถ้วนแล้ว ได้จัดพิธีปลุกเสกขึ้นที่วัดสุทัศนฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2514 โดยพระคณาจารย์ชื่อดังจากทั่วประเทศ 127 รูป ตามตำรับวัดสุทัศนฯ ซึ่งถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และโด่งดังในการสร้างพระเนื้อโลหะมาแต่โบราณกาล รวมทั้งฤกษ์ผานาทีที่ได้กำเนิดขึ้นอย่างถูกต้อง ไม่มีผิดเพี้ยน
4.ปลุกเสกที่วัดหลวงพ่อเงิน เมื่อเสร็จพิธีปลุกเสกจากวัดสุทัศนฯ แล้ว ได้มีการนำพระหลวงพ่อเงินทั้งหมดกลับวัดบ้านเกิดของท่าน คือ วัดบางคลาน เพื่อทำพิธีปลุกเสกครั้งสุดท้าย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2515 โดยได้นิมนต์พระคณาจารย์จากทั่วประเทศ ร่วมบริกรรมปลุกเสก ตามพิธีกรรมแบบโบราณตลอดทั้งคืน เริ่มตั้งแต่ 4 โมงเย็น ไปจนถึง 6 โมงเช้า โดยได้แบ่งพระคณาจารย์นั่งปรกปลุกเสกเป็นชุด ชุดละ 16 รูป จำนวน 6 ชุด รวม 96 รูป โดยปลุกเสกชุดละ 2 ชั่วโมง สลับกันไป อย่างไม่มีหยุดพัก มีทั้งนั่งปรก บริกรรมภาวนา สวดพระคาถามหาทิพย์มนต์ พระคาถาพุทธาภิเษก และพระคาถาภาณวาร เป็นต้น
รุ่งเช้า วันจันทร์ที่ 31 มกราคม 2515 เป็นการฉลองสมโภชเพื่อความเป็นสิริมงคล อันเป็นการเสร็จพิธีอย่างครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด
พิธีพุทธาภิเษก 2 ครั้ง ที่วัดบางคลาน และ วัดสุทัศน์ฯ หายากแล้ว พระเด่น พระดัง รุ่นนี้ดังเพราะ พุทธคุณล้วนๆ ถือว่าเป็น รุ่น 2 ของวัดบางคลาน.
หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ท่านสามารถรู้วาระจิตผู้มาเยือนด้วยญาณวิเศษได้อย่างมหัศจรรย์ และยังเป็นหมอเชี่ยวชาญในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้แก่ชาวบ้านได้อย่างชะงัดอีกด้วย เคยมีผู้ไปลองดีกับท่าน ท่านก็แอ่นอกให้ยิง แต่กระสุนไม่ยอมออกจากลำกล้อง ความศักดิ์สิทธิ์เยี่ยงอัจฉริยะของหลวงพ่อเงิน บางคลาน นับว่าร่ำลือกันไปไกลมาก จนถึงขนาดเสด็จในกรม "กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์" ก็ยังเสด็จไปฝากตัวเป็นศิษย์ด้วย
พระเครื่อง หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน นับเป็นอีกหนึ่งในตำนาน ของวงการพระเครื่องไทย ทุกรุ่นขึ้นชื่อว่ามี ประสบการณ์ดี ทางด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาดจากภัยทั้งปวง เมตตามหานิยม โชคลาภ และค้าขายดีมาก
ตำหนิ เหรียญ ขวัญถุง หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ปี 15 (ด้านหน้า)
1.มีเนื้อล้นเป็นจุดๆที่ไหปลาร้า
2.มีเส้นพิมพ์แตกแซมระหว่างเส้นหน้าผกา
3.หูซ้ายภายในมีขีด
4.เส้นอาสนะตรงกลางมีเส้นขนาน
5.ตัว (ว) หัวและหางมีขีดเกิน
6.มีเส้นพิมพ์แตกขนานกับริ้วจีวรขาซ้าย
7.มีเส้นพิมพ์แตกจากหางตัว (ง) ทุลุสระเอจรดตัว (อ)
1. ตาซ้ายจะเป็นเส้นเหลี่ยม ตาขวาจะยาวรี
2. โคนแขนขวามักเป็นผื่น
3. ชายจีวรเส้นที่สามจะเป็นเขี้ยวตะขาบ เป็นเส้นคู่
4. ลอนสังฆาฏิด้านบนซ้ายสุดเป็นขีดยาวบนลงล่างหนึ่งเส้น
ถัดมาทางขวามือจะมีตุ่มนูนสามเหลี่ยมยอดแทงลงสองตุ่ม
5. ลอนสังฆาฏิด้านล่างจะเป็นรอยนูนสองรอย ระหว่างรอยนูนด้านขวามือสุดจะมีเส้นขีดเฉียงหนึ่งเส้น
6. เหนือมือจะมีเส้นหนามแหลมวิ่งเฉียงไปทางขวามือสองเส้น
7. ตรงหัว "ว แหวน" จะมีเส้นวงเดือนซ้อน
8. ตรงหาง "ง งู" แตกเป็นชายธง
9. ปลาย "สระ เอ" มีเส้นเล็กๆ ยื่นออกวิ่งชน ยอดตัว "อ อ่าง"
ตำหนิ เหรียญ ขวัญถุง หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ปี 15 (ด้านหลัง)

1.อุณาโลม เส้นเป็นร่อง
2.อุณาโลม มีขีดเกินที่มุมขยัก
3.ถุงเงิน มุมขวาเป็นเส้น
4.เลข (0) มีขีดเกินที่ด้านบน

1. ที่หัว "อุ" และตรงโค้งหัว "อุ" จะมีเส้นแตกซ้อน
2. เส้นแตกที่มุมปากถุงด้านขวามือ
3. ของถุงด้านซ้ายจะเป็นเส้นคม
"หลวงพ่อเงิน" (พุทธโชติ) ยอดพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมของเมืองพิจิตร ท่านเกิดเมื่อวันที่ 16กันยายน พ.ศ. 2353 บิดาชื่อ "อู๋" มารดาชื่อ "ฟัก"....เล่ากันว่าพอ "หลวงพ่อเงิน" อายุได้ 3 ขวบ ก็ต้องจากเมืองพิจิตรไปอยู่กรุงเทพฯ กับลุง และได้ศึกษาเล่าเรียนหนังสืออยู่ที่ "วัดตองปุ" (วัดชนะสงคราม) กรุงเทพฯ พออายุครบ 12 ปีก็ได้บวชเณร (พ.ศ. 2365) ศึกษาพระธรรมวินัยและไสยเวทต่างๆ อยู่ที่วัดชนะสงครามชั่วระยะหนึ่ง จนเชี่ยวชาญพอตัวจึงสึกจากการเป็นสามเณร ต่อมาเมื่ออายุครบบวชได้แล้ว ท่านก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดชนะสงครามต่อไปเพียงแค่ 3 พรรษาเท่านั้น ท่านก็กลับลงมายังเมืองพิจิตรอีกครั้งแล้วจำพรรษาอยู่ที่วัดคงคารามอยู่ชั่วระยะหนึ่ง แล้วก็ต้องจากวัดนี้ไปอีก
"หลวงพ่อเงิน" จำเป็นต้องจากวัดคงคารามไปก็เพราะท่านเป็นพระที่เคร่งในพระธรรมวินัย และในด้านวิปัสสนาธุระ และ ณ ที่หมู่บ้านวังตะโกนั่นเอง ท่านก็ได้ให้กำเนิดวัดขึ้นมาดังได้กล่าวไว้เบื้องต้นแล้ว...."หลวงพ่อเงิน" นับเป็นพระเกจิอาจารย์ ผู้เลื่องชื่อ ด้านไสยเวทเยี่ยมยอดที่สุดของเมืองพิจิตร จนเมื่อมาอยู่วัดวังตะโดและได้พัฒนาวัดจนรุ่งเรือง เป็นที่รู้จักกันไปทั่วว่า....หลวงพ่อเงินสามารถลอบรู้ผู้มาเยือนด้วยญาณวิเศษได้อย่างมหัศจรรย์ และยังเป็นหมอเชี่ยวชาญในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้แก่ชาวบ้านได้อย่างชะงัดอีกด้วย เคยมีผู้ไปลองดีกับท่าน ท่านก็แอ่นอกให้ยิง แต่กระสุนไม่ยอมออกจากลำกล้องความศักดิ์สิทธิ์เยี่ยงอัจฉริยะของ "หลวงพ่อเงิน" บางคลาน นับว่าร่ำลือกันไปไกลมาก จนถึงขนาดเสด็จในกรม "กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์" ก็ยังเสด็จไปฝากตัวเป็นศิษย์ด้วย
"หลวงพ่อเงิน" บางคลานผู้ให้กำเนิด "วัดวังตะโก" หรือ ผู้ให้กำเนิดรูปหล่อองค์ท่านขลังที่ร่ำลือกันไปทั่วสยามประเทศ ท่านได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2462 ณ "วัดวังตะโด" รวมอายุของหลวงพ่อได้ 109ปีพอดี
#เหรียญขวัญถุง หลวงพ่อเงิน รุ่น2
#เหรียญขวัญถุงปี 16
#เหรียญขวัญถุงหลวงพ่อเงิน 9999999
#เหรียญขวัญถุงหลวงพ่อเงินปี 16
#เหรียญขวัญถุง หลวงพ่อเงิน ปี36
#เหรียญหลวงพ่อเงิน ขวัญถุง 100000 ราคา
#เหรียญขวัญถุง พุทธคุณ
#เหรียญขวัญถุงหลวงพ่อเงินปี 25
ข้อมูลอ้างอิง http:// www.luangporngoen.com