
"พระกำแพงหลังเข็ม" นับเป็นพระลีลาแบบ "ละเวง" อีกสกุลหนึ่ง ที่หันซ้ายแบบพระทุ่งเศรษฐี สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 1967-1991 (พร้อมกับพระผงสุพรรณ) พบครั้งแรกที่กรุพระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เมื่อ พ.ศ. 2456 ต่อมายังพบที่กรุวัดชุมนุมสงฆ์อีกด้วย
"พระกำแพงหลังเข็ม" เนื้อชินกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลักษณะทรวดทรงเอวองค์บอบบางมีด้วยกัน 2 พิมพ์คือ แบบมีหู กับไม่มีหู พระกรุนี้ส่วนมากผิวจะกลับดำเป็นตีนกา สำหรับของกรุวัดชุมนุมสงฆ์มักจะเป็นพระผิวปรอทขาว (ที่ดำอมเทาก็มี) องค์พระจะใหญ่กว่าของกรุวัดพระศรีมหาธาตุเล็กน้อย พระลีลาสกุลนี้ทุกองค์จะทำเป็นแบบข้างแฉกรัศมี ด้านหลังจะมีเส้นนูนปลายแหลมพุ่งขึ้นสู่ยอดมุมบนขององค์พระที่เราเรียกว่า "หลังเข็ม" ไว้ทุกองค์ พุทธคุณเน้นหนักด้านแคล้วคลาดและคงกระพันชาตรีที่เชื่อถือได้ครับ!
ในกระบวน พระลีลา ที่ปรากฏอยู่ในอาณาจักรพระเครื่องซึ่งเพรียบพร้อมในพุทธศิลปและให้ความอลังการประทับใจยิ่งแล้ว พระลีลาที่ว่านั้นก็เห็นจะไม่มีกรุไหนงามเกินไปกว่าพระของกรุทุ่งเศรษฐีที่กำแพงเพชรเป็นแน่ และรองลงมาก็ต้องยกให้กับพระของเมืองผู้ให้กำเนิดศิลปลีลาแบบนี้ คือที่สุโขทัยนี่เอง
แต่พระเครื่องพิมพ์ลีลาที่ท่าน จะได้ทราบเรื่องราวนี้ หาได้เป็นไปในทำนองที่กล่าวถึงไม่ ความงามจากการลีลาของพระเครื่องที่ผมจะเสนอต่อไปนี้ เป็นพระศิลปแบบลีลาที่ค่อนข้างอิงไปทางเริงระบำรำฟ้อนมากอยู่ แถมด้านหลังยังมีเข็มเป็นเอกลักษณ์ไว้อีกด้วย และนั่นก็คือ...
พระกำแพง หลังเข็ม
การปรากฏพระเครื่องแต่ละเมือง แต่ละกรุนั้น ประมาณได้ว่ากว่า 90% ขึ้นไป ด้านหลัง ของพระเครื่องนั้น ๆ มักจะสร้างเป็นแบบหลังราบ-หลังนูนเปลือยเปล่าที่ปราศจากแบบพิมพ์ไว้เลย แต่ก็มีเชพระเครื่องอีกส่วนหนึ่งที่หลัง ทำแบบเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเช่น
- ทำเป็นพิมพ์ ๆ สองหน้าประกบกัน
- ทำเป็นหลังมีพระอีกพิมพ์หนึ่งที่ต่างกัน
- ทำเป็นหลังมีหูเจาะรูร้อยเชือกได้
- ทำเป็นหลังรางปืน, หลังลิ่ม, หลังผาน, และหลังเข็ม
ข้อสุดท้ายนี่แหละ คือเรื่องราวที่ผมจะนำเอาพระเครื่องที่มีหลังเป็นเอกลักษณ์อันไม่เหมือนกับใคร และเป็นพระเครื่องพิมพ์ลีลาพิมพ์เดียวที่ด้านหลังปรากฏเป็นแบบนูนปลายแหลมคล้ายกับเข็มมากล่าวถึง ซึ่งจะมีก็แต่เฉพาะที่เมืองสุพรรณเพียงแห่งเดียวเท่านั้น
ว่าด้วยพระเครื่องเมืองสุพรรณโดยเฉพาะ พิมพ์ลีลา ด้วยแล้ว นับว่าศิลปินของเมืองนี้ได้ให้จินตนาการ พิมพ์ ไว้อย่างอ่อนไหว ในลักษณะท่วงทีที่ค่อนข้างแปลกอยู่จนทำให้พระลีลาของเมืองนี้และที่อยุธยาบางพิมพ์ถึงกับถูกขนานนามว่าเป็นพระลีลาสกุล ละเวง ไปเลย และจากมูลเหตุของพิมพ์ที่ให้แบบลีลาไว้ค่อนข้างเกินความจริงเช่นนั้น ต่างก็เล่ากันว่าเพราะช่างอู่ทองและช่างอโยธยา คงจะยึดเอาแบบอย่างจากการเต้นระบำรำฟ้อนของสมัยนั้น มาซ่อนผสมไว้ในศิลปลีลาแบบสุโขทัยจนเกินความจริงไปก็ว่าได้
นอกจากนั้นพระลีลาแต่ละองค์ยังนิยมทำลวดลาย ด้านข้างไว้เป็นส่วนมากด้วย และกว่า 90% ขึ้นไป พระลีลาจากกรุเมืองสุพรรณมักจะนิยมให้แบบฐานที่ประทับยืน ทำเป็นบัวตูมบ้าง, บัวบานบ้าง, บัวกลีบก็มี, หรือทำเป็นบัวฟันปลาก็เคยปรากฏด้วยเช่นกัน ใครที่สงสัยหรือนึกไม่ออกว่าพระเครื่องสุพรรณจะมีลักษณะเช่นนี้ละก้อ ขอให้นึกถึง พระเชยคางข้างกนก ของกรุวัดชุมนุมสงฆ์ หรือไม่ก็พระลีลากรุวัดการ้อง, กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเป็นต้น นับว่าเป็นปฏิบัติการของช่างเมืองสุพรรณที่ฝากฝีมือไว้โดยไม่ซ้ำกันเลย
พุทธลักษณะและที่มาของชื่อพระ
สำหรับพระกำแพง หลังเข็ม หนึ่งในพระลีลาลักษณะต่าง ๆ จากกรุเมืองสุพรรณ ที่ผมจะนำมาเสนอท่านให้รู้จักอยู่นี้นั้น เป็นพระเครื่องที่สร้างด้วยชินเงิน และชินบนตะกั่ว พุทธลักษณะทำเป็นพระลีลาเยื้องก้าวหันไปทางด้านซ้าย และฐานจะปรากฏภาพดอกบัวตูมประมาณ 8 ดอกรองรับพระบาททั้ง 2 ข้างไว้ ส่วนด้านข้างขอบพระทั้ง 2 ข้างจะทำเป็นเส้นซุ้มยอดโค้ง และมีลายขีด ๆ วิ่งขึ้นไปตามขอบทั้ง 2 ข้างนั้นไว้ถี่ยิบทีเดียว
และเมื่อพลิกด้านหลังของพระพิมพ์นี้ดู ท่านก็จะพบกันเส้นนูนซึ่งมีปลายยอดแหลมตั้งฉากตรงปรากฏไว้อย่างเด่นชัดอยู่ที่ด้านหลังนั้น นับเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่แตกต่างกับพระพิมพ์อื่น ๆ คือ หลังดังกล่าวนี้จะไม่ซ้ำกับใครเลย และก็ด้วยเหตุนี้เองพิมพ์นี้จึงถูกขนานนามว่า พระกำแพงหลังเข็ม เพราะด้านหลังของท่านนั้น ดูแล้วก็ช่างคล้ายกับเข็มเอาจริง ๆ ด้วย
นั่นคือลักษณะเฉพาะพิมพ์ของพระกำแพง หลังเข็ม ที่มีสัญลักษณ์ทิ้งไว้ด้านหลังให้เห็นเช่นเดียวกับพระร่วงนั่ง หลังหลิ่ม หรือพระร่วง หลังรางปืน หรือพระสุพรรณ หลังผาน ซึ่งต่างก็มีหลังเป็นเอกลักษณ์เฉพาะองค์โดยไม่ซ้ำกับใครเลย
พระกำแพงหลังเข็ม กรุปฐมฤกษ์
ผมเชื่อว่านักเลงพระส่วนมากนั้น ลงเอ่ยถึงพระผงสุพรรณเข้าละก้อ ถ้าไม่รู้จักหรือไม่เคยเห็นก็ออกจะเชยเอาการอยู่ ที่ผมพูดถึงพระพิมพ์นี้ขึ้นมา ก็อยากจะบอกกับท่านว่าพระกำแพงหลังเข็มพิมพ์นี้ก็ได้ขึ้นจากกรุรวมมากับพระผงสุพรรณในครั้งนั้นด้วยเช่นกัน และนี่เองคือที่มาของกรุปฐมฤกษ์ พระกำแพงหลังเข็ม ซึ่งพบในพระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อ พ.ศ. 2456
เรื่องราวการพบพระกำแพง หลังเข็ม จากกรุพระเครื่องที่ใหญ่ยิ่งที่สุดของเมืองสุพรรณที่ในกรุพระปรางค์ใหญ่ของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุครั้งนั้น คงมีหลายท่านได้ทราบกันมาบ้างแล้วจากเรื่อง พระผงสุพรรณ ครั้นจะไม่พูดไว้เลยก็กระไรอยู่ จึงขอสรุปเพื่อทบทวนความจำการพบพระครั้งสำคัญนั้นไว้อีกครั้งพอสังเขปดังนี้
เล่ากันว่าเมื่อ พ.ศ. 2456 ได้มีชาวจีนกลุ่มหนึ่งเข้าไปหักร้างถางพงจับจองที่ดินใกล้ ๆ กับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเพื่อทำไร่อยู่นั้น ก็เกิดไปพบพระปรางค์องค์ใหญ่เข้า จึงลอบเข้าไปสำรวจทรัพย์สินในองค์พระปรางค์นั้น ก็พบกับพระพุทธรูป, พระเครื่อง, และเครื่องทองโบราณมากชิ้นอยู่ในกรุ ชาวจีนกลุ่มนั้นก็เลยช่วยกันขนพระพุทธรูปและพระเครื่องรวมทั้งเครื่องทองบางส่วนออก ไปให้ชาวบ้านตลาดในเมืองเช่ากันให้เกร่อ ชั่วพักเดียวของก็หมดไป
จากการที่ชาวจีนได้ขนพระแปลก ๆ ไปให้เช่าที่ตลาดเมืองสุพรรณอย่างเปิดเผยนั่นเอง พอผู้คนรู้เรื่องการพบกรุพระเครื่องจากชาวจีนเท่านั้น ต่างก็เฮโลไปที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุกันไม่ขาดสาย ปากทางเข้ากรุซึ่งอยู่ข้าง ๆ พระปรางค์นั้นได้ถูกกระแทกให้กว้างออกไปอีกแล้วที่ไม่กลัวปู่โสมจะเล่นงานเอาต่างก็เฮโลเข้ากรุไปจนแน่นขนัด ข้างคนที่แหวกแมกไม้เข้าไปจนถึงปากกรุแล้วไม่กล้าเข้าก็มากอยู่ ที่กล้าลงไปก็ได้พระขึ้นมาเกือบทุกคน โดยเฉพาะ พระผงสุพรรณ ด้วยแล้ว พวกเล่นขนขึ้นมาแจกกันยังกะว่าเล่นทีเดียว
ครับ กรุพระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุแตกครั้งนั้น เขาแจกพระผงสุพรรณยังกะว่าเล่นกันจริง ๆ และนอกจากพระพุทธรูปขนาดต่าง ๆ อย่างมากมายรวมทั้งกับพระผงสุพรรณที่ขึ้นจากกรุนี้แล้วพระกำแพงศอก, พระกำแพงคืบ, พระกำแพงนิ้ว, พระนารายณ์ทรงปืน, พระมเหศวร, พระสุพรรณหลังผาน, พระนาคปรก, พระลีลาพิมพ์ต่าง ๆ รวมทั้งพระแผงและ พระกำแพงหลังเข็ม ก็ได้ขึ้นจากกรุนี้รวมออกมาด้วยเป็นปฐมฤกษ์
พระพุทธคุณ เชื่อถือได้
ก็น่าประหลาดอยู่ เท่าที่ผู้เขียนได้เห็นพระเครื่องประเภทมีด้านหลังเป็นเอกลักษณ์อย่างเช่นพระร่วงหลังรางปืน, พระร่วงหลังลิ่ม, พระสุพรรณหลังผาน, หรือแม้แต่พระกำแพงหลังเข็มที่ท่านกำลังติดตามเรื่องอยู่นี้ก็ตาม ว่ากันในด้านพระพุทธคุณแล้ว พระเครื่องดังกล่าวต่างก็ทรงอิทธิฤทธิ์คล้ายกันมากคือดีทางด้านอยู่ยงคงกระพันและแคล้วคลาดเป็นเยี่ยมทีเดียว เพื่อให้ข้อความดังกล่าวนี้มีน้ำหนักดียิ่งขึ้น ผมก็จะขอนำเอาเรื่องราวเกี่ยวกับพระกำแพงหลังเข็ม ซึ่งได้ให้ประสบการณ์แก่ผู้ใช้มาแล้วดังต่อไปนี้
เรื่องแรกได้เกิดขึ้นกับนายบุญมี เข็มเพชร ชาวบ้านอยู่ที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี นายบุญมีผู้นี้นับว่าเป็นผู้สนใจกับพระเครื่อง พอสมควรเมื่อ 5-6 ปีนี้เอง เขาได้พบกับผู้เขียนที่ โมนาลิซ่า หลานหลวงได้เล่าถึงอภินิหารของพระเครื่องหลังเข็ม ให้ฟังว่า...ประมาณ พ.ศ. 2498 เขาได้เข้ามาประกอบอาชีพถีบสามล้ออยู่ที่กรุงเทพฯ วันหนึ่งเขารับผู้โดยสารแล้วเข็นรถ ขึ้นสะพานกษัตริย์ศึกยศเสด้วยความลำบากยากเย็นยิ่ง เพราะผู้โดยสารทั้งสองคนที่นั่งไปนั้นขนาดน้อง ๆ ซูโม่ ซึ่งกว่าเขาจะขึ้นถึงกลางสะพานได้ก็แทบหมดแรงข้าวต้มเอาทีเดียว
และขณะที่เขาพาเอาสามล้อคู่ชีพดิ่งลงจากสะพานนั้นเอง ก็เริ่มรู้ตัวว่าสายเบรกได้ขาดเสียแล้ว เขาทำอะไรก็ไม่ได้เลย เหงื่อแตกท่วมตัว ยอมรับว่าไม่เคยกลัวอะไรมาก่อนเช่นนี้เหลืออย่างเดียวก็คือ มือกำแฮนด์รถไว้แน่นแล้วนึกถึงคุณพระคุณเจ้าที่ห้อยคออยู่ให้ช่วยด้วยเท่านั้นเอง
รถของนายบุญมีได้พุ่งลงจากสะพานกษัตริย์ศึกอย่างรวดเร็วโดยไม่มีเบรก และใกล้ ๆ จะพ้นอันตรายอยู่แล้ว ก็พอดีที่โคนสะพานนั้นได้มีรถโกดังกำลังถอยหลังกลับรถอยู่พอดี ถ้าหลบรถเขาก็คว่ำ หรือไม่หลบก็ชน นายบุญมีจึงเลือกเอาข้อแรกคือหลบ และแล้วทั้งรถทั้งคนก็กลิ้งกันไปคนละทิศคนละทางทันที ผลปรากฏว่าผู้โดยสารระดับหมูสองตัว เอ๊ย, สองคนที่นั่งมานั้นสลบเหมือดเลือดอาบถึงกับต้องส่งโรงพยาบาลไป สำหรับนายบุญมีนั้นนอนดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ตัวถังรถสามล้อ ซึ่งพังบู้บี้ทับอยู่ พอมีคนมาช่วยยกรถออก นายบุญมีกลับลุกขึ้นได้อย่างปาฏิหาริย์ ทั้งเนื้อตัวก็ไม่มีบาดแผลเลย
นายบุญมีกล่าวว่า เขารอดตายครั้นนั้นได้เพราะมีพระกำแพงหลังเข็มและเหรียญหลวงพ่อจาดช่วยไว้ เขาเคยรอดตายแคล้วคลาดมาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้เขายอมรับว่า เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ทีเดียวครับ...
นี่คือประสบการณ์ที่ยังมีให้ชนรุ่นนี้ได้เห็นนอิทธิฤทธิ์จากวัตถุมงคลของสมัยอยุธยาดังได้กล่าวไปแล้ว แต่อิทธิปาฏิหาริย์จากพระกำแพงหลังเข็มที่ให้ไว้กับชาวสุพรรณเมื่อ 50 กว่าปีแล้ว ยังมีเล่ากันต่อ ๆ มาโดยไม่สิ้นสุด ว่าท่านดีเชื่อถือได้ สามารถป้องกันภัยจากปืน, มีด, ไม้ได้ชงัดยิ่งและยังให้ความแคล้วคลาดได้อีกทางหนึ่งด้วย
โดยอาจารย์ ประชุม กาญจนวัฒน์
#พระลีลากรุชุมนุมสงฆ์ สุพรรณบุรี
#กรุวัดชุมนุมสงฆ์ จ. สุพรรณบุรี
#ราคา พระ ลีลา กรุ ชุมนุมสงฆ์
#พระลีลาหลังเข็ม กรุวัดการ้อง
#พระลีลาหลังเข็มราคา
#พระลีลาสุพรรณบุรี
#ลีลาหลังเข็มกรุชุมนุมสงฆ์ราคา
#พระลีลากรุวัดชุมนุมสงฆ์