พระปิดตาราชาอุตตโม หลวงปู่สิม พุทธาจาโร ปี 2518

พระปิดตาราชาอุตโมนี้ พระเฉลิมชัย ฉันทสีโล ได้ขออนุญาต หลวงพ่อสิม พุทธาจาโร เพื่อจัดสร้างขึ้น

จำนวนการสร้าง
- เนื้อทองคำ จำนวน 9 องค์
- เนื้อเงิน จำนวน 199 องค์
- เนื้อนวโลหะ จำนวน 2,518 องค์
จุดสังเกตพระปิดตาราชาอุตตโม หลวงปู่สิม พุทธาจาโร ปี 2518
โค้ด "อุ" ที่ใช้ตอกพระปิดตารุ่นราชาอุตตโม
หมายเลข 1 -2 เป็นโค้ดแท้
หมายเลข 3 เป็นโค้ดเก๊ ซึ้่งทำได้แค่เหมือน ยังขาดความคมชัด เป็นโค้ดในแม่พิมพ์ คือถอดพิมพ์ทั้งรูปทรงและตัวโค้ดมาด้วย หากไม่มีโค้ดให้พิจารณาคงเหนื่อยแน่
พิธีปลุกเสก ครั้งที่ 1.
ได้รับการแผ่เมตตาอธิษฐานจิตจากหลวงปู่สิม ครั้งแรก ณ.วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2518 ในงานพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์บริขาร พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
จึงนับเป็นนิมิตหมายอันดีอย่างยิ่งที่ พระปิดตาราชาอุตตะโม ได้รับการแผ่เมตตาอธิษฐานจิต ณ ที่ หลวงปู่มั่น และหลวงปู่เสาร์ ได้เคยใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญ ภาวนา แสวงหามรรคผลและในบั้นปลายของหลวงปู่มั่น ท่านก็กลับมามรณภาพ ณ ที่แห่งนี้
คณะกรรมการผู้สร้างพระชุดนี้ ยังได้นำไปให้ศิษย์สายหลวงปู่มั่น ช่วยแผ่เมตตาอธิษฐานจิตให้อีกหลายรูป อาทิเช่น
1.พระอาจารย์แว่น ธนปาโร เจ้าอาวาสวัดป่าสุทธาวาส,
2.พระอาจารย์วัน อุตตะโม สำนักถ้ำอภัยดำรงค์ธรรม,
3.พระอาจารย์หลวง เจ้าอาวาสวัดป่าสำราญนิวาส อ.เกาะคา จ.ลำปาง,
4.พระอาจารย์มั่น จรุธัมโม วัดป่ามดแดง อ.เชียงคำ จ.เชียงราย,
5.พระอาจารย์แก้ว วัดป่าไพรสนรัตนาราม อ.แม่ทะ จ.ลำปาง
6.พระอาจารย์วิชัย วัดกำแพงเพชรวิทยาราม จ.กำแพงเพชร
พระปิดตาราชาอุตโม ประกอบด้วย แผ่นทอง 108 และกริ่งชนวนต่างๆ ดังนี้
1. แผ่นทองลงยันต์ 108 ตามตำรับการสร้างพระกริ่ง ซึ่งพระอาจารย์ทองเจือ ธัมมธีโร วัดปากน้ำ เป็นผู้ลง ได้ถวายให้หลวงปู่แหวน ปลุกเสกพร้อมกับพระกริ่งอรหัง และได้ถวายทิ้งไว้ให้เสกนานถึงกว่า 6 เดือน เดิมแผ่นทองลงยันต์ชุดนี้ ได้ทำไว้เพื่อจะสร้างพระกริ่งกังสดาลให้หลวงปู่แหวน แต่ต่อมาสถานการณ์ได้เปลี่ยนไป จึงงดสร้างและได้นำแผ่นยันต์ชุดนี้มาสร้างพระปิดตาราชาอุตตโมนี้
2. ทองชนวนพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์อรหัง ของหลวงปู่แหวน
3. ทองชนวนพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ชินบัญชรของหลวงปู่ทิม ระยอง
4. ทองชนวนพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์โพธิญาณของหลวงปู่สิม
5. ทองชนวนพระชัยวัฒน์ ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม
6. ทองชนวนพระกริ่งท่านเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี
ศิษย์องค์สำคัญของสมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ฯ นายช่างผู้หล่อได้มอบหมายให้นายช่างสมร รัชนะธรรม นายช่างผู้หล่อกริ่งชินบัญชรหลวงปู่ทิมฯ วัดละหารไร่ อันลือลั่น ได้ใช้วิธีเทหล่อโบราณ จากนั้น หลวงปู่สิมฯ อธิฐานจิตให้แบบเดี่ยวๆ นานถึง 9 วัน 9 คืน ระหว่างวันที่ 21 – 30 ม.ค.2518
พิธีปลุกเสก ครั้งที่ 2.
ได้จัดพิธีเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2518 ณ สำนักถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ หลวงปู่สิม ได้นั่งแผ่อธิษฐานจิตพระชุดดังกล่าวตลอดคืน
กล่าวได้ว่า พระปิดตาราชาอุตตะโม เป็นพระเครื่องที่มีพุทธคุณสูงเยี่ยม ขนาดที่ หลวงปู่สิม ยังเอ่ยปากบอกว่า
.
พระชุดนี้ แปลกสวยงามดี มีอำนาจบารมีสูงมาก
ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการจัดสร้าง ได้นำปัจจัยจากการให้เช่าบูชาพระชุดดังกล่าว ไปช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ยากจนในถิ่นทุรกันดาร และสมทบทุนสร้างศาลาที่พักของสำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง
#พระปิดตามหาเศรษฐีหลวงปู่สิม 2518
#พระปิดตา หลวงปู่ สิ ม ปี 18
#พระปิดตาหลวงปู่สิม รุ่นแรก
#พระปิดตาหลวงปู่สิม 2518
พระญาณสิทธาจารย์ นามเดิมสิม วงศ์เข็มมา ฉายา พุทฺธาจาโร เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญยกฝ่ายวิปัสสนาธุระสายพระป่าในประเทศไทยคณะธรรมยุติกนิกาย อดีตเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ศิษย์ของพระครูวินัยธร (มั่น ภูริทตฺโต)
พระญาณสิทธาจารย์ หรือ หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร ท่านเกิดเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2452 ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 12 ปีระกา เวลาประมาณ 21.00 น. ตรงกับปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่บ้านบัว ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร บิดามารดาชื่อ นายสาน - นางสิงห์คำ วงศ์เข็มมา มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 10 คน ท่านเป็นคนที่ 5
อุปสมบท
เมื่อท่านอายุ 17 ปี ได้ขอบิดามารดาบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดศรีรัตนาราม ซึ่งเป็นวัดมหานิกาย ณ บ้านบัว นั้นเอง เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2469 ตรงกับวัน อาทิตย์ แรม 7 ค่ำ เดือน 8 ปีมะโรง โดยมีพระอาจารย์สีทอง เป็นพระอุปัชฌาย์
ศึกษาธรรม
ต่อมา กองทัพธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้เดินทางธุดงค์มาถึงหนองคาย ท่านก็เฝ้าดูสังเกตพระศีลวัตรปฏิบัติของหลวงปู่มั่นและหลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม และเกิดความเลื่อมใส จึงขอถวายตัวเป็นศิษย์หลวงปู่มั่น ต่อมาท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2472 โดยมีพระเทพสิทธาจารย์ (จันทร์ เขมิโย) เมื่อครั้งยังเป็นพระครูพิศาลอรัญญเขต เจ้าคณะธรรมยุติจังหวัดขอนแก่น เป็นพระอุปัชฌาย์ และมีพระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระปลัดดวงจันทร์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "พุทฺธาจาโร" หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่าได้ติดตามพระอาจารย์สิงห์ ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าวิเวกธรรม (วัดป่าบ้านเหล่างา) อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น วัดป่าบ้านเหล่างานี้เป็นวัดอยู่ในเขตป่าช้า (บริเวณโรงพยาบาลขอนแก่นในปัจจุบัน) ซึ่งท่านพระอาจารย์สิงห์ และ ท่านพระอาจารย์มหาปิ่น ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นสำนักอบรมกรรมฐาน แก่ญาติโยมชาวขอนแก่น จากนั้นท่านก็เริ่มปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์สิงห์ ได้เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ จนถึงปี พ.ศ. 2480 หลังจากออกพรรษา ได้เรียนขออนุญาตต่อสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เดินทางธุดงค์กลับถึงบ้านบัว ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เพื่อโปรดญาติโยมที่บ้านเกิดตามคำอาราธนา และเมื่อหลวงปู่ปรารภ ที่จะให้มีวัดป่าธรรมยุติกนิกายขึ้นเป็นวัดแรกในบ้านบัว ญาติโยม จึงต่างสนองตอบ คำปรารภของหลวงปู่สิม อย่างกระตือรือร้นและเต็มอกเต็มใจ และในปี พ.ศ. 2504 ท่านพ่อลี ได้มรณภาพลง ทางคณะสงฆ์จึงมอบหมายให้หลวงปู่สิม ทำหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาสชั่วคราว และในปี พ.ศ. 2508 และ พ.ศ. 2509 ท่านได้ย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าสุทธาวาส จำพรรษาอยู่ได้เพียง 1 พรรษา ในปี พ.ศ. 2510 หลวงปู่สิมได้อาพาธหลายโรค ท่านจึงได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสทุกวัด และได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดถ้ำผาปล่อง
หลวงปู่เป็นผู้มีความเด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง อดทน พูดจริง ทำจริง ถือสัจจะมั่นคง เป็นผู้ไม่มากโวหาร ทุกวันหลวงปู่จะพาเริ่มงานตั้งแต่ตี 4 ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นพอ 10 โมงเช้า จึงพักฉันอาหาร หลังอาหารแล้วก็เริ่มทำงานกันต่อจนมืดค่ำ พอถึงเวลา 1 ทุ่ม หลวงปู่ก็จะพาสวดมนต์และฟังเทศน์ เสร็จแล้ว ก็เริ่มทิ้งหินลงในคอกไม้ที่สร้างไว้ ตลอดแนวฝาย กว่าจะได้จำวัดก็ 4 ทุ่ม หรือบางวัน งานจะติดพันจนถึงตีหนึ่งตีสอง เป็นดังนี้ตลอดระยะเวลา 4 เดือน นับตั้งแต่ เดือนมกราคม จนถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2521 จนฝายน้ำล้นสร้างสำเร็จ หลวงปู่จึงกลับไปจำพรรษาที่ถ้ำผาปล่อง
ตำแหน่งทางคณะสงฆ์
พ.ศ. 2502 รักษาการเจ้าอาวาสวัดอโศการาม
พ.ศ. 2508 เจ้าอาวาสวัดป่าสุทธาวาส
พ.ศ. 2509 เจ้าอาวาสวัดสันติธรรม
พ.ศ. 2510 เจ้าอาวาสวัดถ้ำผาปล่อง
สมณศักดิ์
5 ธันวาคม พ.ศ. 2502 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูสันติวรญาณ
12 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระญาณสิทธาจารย์
หลวงปู่สิมได้ละสังขารเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2535 เวลา 3.00 น. สิริอายุได้ 82 ปี 63 พรรษา
ข้อมูลอ้างอิง
ร้านเวบพระแท้ 1
วิกิพิเดีย