
จากกรณีที่โลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากหญิงสาวรายหนึ่งได้ออกมา โพสต์คลิปวิดีโอเรื่องราวของสามีตัวเองกำลังแต่งงานกับภรรยาน้อย ทั้งที่สามียังจดทะเบียนสมรสกับหญิงสาวรายนี้อยู่ พร้อมทั้งโชว์หลักฐานใบทะเบียนสมรสก่อนจะถูกไล่ออกมาจากงานดังกล่าว ภายหลังพบว่าฝ่ายชายเป็นตำรวจใน สภ.เมืองชัยนาท ส่วนฝ่ายภรรยาน้อยเป็นพนักงานร้านทอง โดยฝ่ายชายกำลังถูกตั้งกรรมการสอบสวน ขณะที่ฝ่ายภรรยาน้อยถูกต้นสังกัดสั่งพักงาน ตามที่เกิดเหตุการณ์ไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 19 ก.พ.64 น.ส.จอย (นามสมมุติ) ภรรยาหลวงของนายตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท ได้มาออกรายการโหนกระแสพร้อมกับทนายความ โดย "หนุ่ม-กรรชัย กําเนิดพลอย" เป็นพิธีกร สัมภาษณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยเริ่มจากวันเกิดเหตุ น.ส.จอย เล่าให้ฟังว่า ตนระแคะระคายเรื่องสามีแต่งกับหญิงอื่น เลยสุ่มไปบ้านที่มีงาน ภาวนาตลอดขอไม่ให้ใช่สามีตนเอง สุดท้ายก็เป็นอย่างที่ปรากฏในคลิป ก่อนหน้านี้เคยจับได้ว่ามีเรื่องชู้สาวเกิดขึ้นมาแล้ว และได้ให้ทนายส่งหนังสือเตือนฝ่ายภรรยาน้อย แต่อีกฝ่ายก็ยังนิ่งเฉย ตนแต่งงานกับสามีจดทะเบียนสมรสอยู่ด้วยกันมานานกว่า 16 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 15 ปี คนเล็กอายุ 5 ขวบ
สำหรับพฤติกรรมของสามีที่ทำให้ตนผิดสังเกต มาจากเรื่องที่เขากลับบ้านช้า พยายามหาข้ออ้างไม่กลับบ้านตลอดเวลา กระทั่งเดือนมกราคม 2563 ตนรู้มาว่าเขาไปเที่ยวกันที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง จึงขับรถตามไปแล้วก็พบรถของฝ่ายหญิงจอดอยู่ พอเข้าไปในห้องก็พบทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน แต่ปรากฏว่าทั้งคู่ยืนยันว่าไม่มีอะไร เพราะเขาเพิ่งเข้ามาเจอกันเท่านั้น ตนบอกสามีให้เลิกทำแบบนี้ และบอกฝ่ายหญิงให้เลิกกับสามีตนด้วย ก่อนจะกลับบ้านตามปกติ แต่ทั้งสองก็ยังไม่เลิกกัน โดยเฉพาะฝ่ายหญิงยังคงมีพฤติกรรมติดต่อกับสามีเช่นเดิม จนกระทั่งตนตามไปหาสามีที่ร้านทอง ก็เห็นเขานั่งอยู่ด้วยกัน สามีบอกมาเป็นตำรวจก็ต้องมาเฝ้าร้านทอง ก็เป็นเรื่องปกติไม่มีอะไรนี่ ส่วนอีกฝ่ายก็ทำหน้าเยาะเย้ย มีการโพสต์เฟซบุ๊กแบบสาธารณะ วันนี้สามีทำอาหารให้กินด้วย ดีใจจังเลย นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่คนรู้จักมาบอกว่า ฝ่ายภรรยาน้อยมาพูดให้ฟังว่า ถ้าตนไม่หย่าก็จะปล่อยให้ท้องอีกด้วย.

“หลวงพ่อ” เผยตอนนั้นหยุดสวดไม่ได้ บวชมา 16 พรรษาไม่เคยเจอ
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดท่าชัย ต.ท่าชัย อ.เมือง จ.ชัยนาท เพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพระสงฆ์ที่ปฏิบัติกิจอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว
โดย พระครูสมุห์พงศ์ยศ พลญาโณ เจ้าอาวาสวัดท่าชัย เปิดเผยว่า พระได้ตั้งใจเจริญพระพุทธมนต์สำรวมจิตให้เป็นสมาธิมากที่สุดเพื่อให้เกิดพลังแก่พุทธมนต์ ในระหว่างที่กำลังหลับตาสวดอยู่นั้นจิตก็เริ่มเป็นสมาธิ แต่ก็มีเสียงมากระทบแว่วๆ ที่หู ซึ่งครั้งแรกก็คิดว่าเด็กเถียงกัน สักพักเสียงที่ได้ยินเริ่มหนักขึ้นก็ลืมตาขึ้นมาก็ตกใจว่ามีอะไรกัน และนั่งพิจารณาฟังอยู่พักหนึ่ง มาทราบว่าแม่ทางฝ่ายเจ้าบ่าวมาทวงสิทธิของลูกสะใภ้ ซึ่งหน้าที่ในฐานะเราเป็นสงฆ์ จะหยุดสวดตอนนั้นเลยก็จะถือว่าล่ม เลยตั้งสติสวดมนต์ให้จบบทนั้นให้จบลงไป และจากในภาพที่เห็นตัวหลวงพ่อเองโบกมือไล่ให้ออกไปข้างนอก เพื่อให้เขาออกไปเจรจาพูดคุยกันข้างนอก ซึ่งทางแม่ของเจ้าบ่าวก็ดี พอเขาได้สติก็ออกไปข้างนอก
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าทางแม่ของเจ้าบ่าวและภรรยาหลวงนั้นทำถูกต้องแล้ว ในหลักของศีลธรรม คุณธรรม หากเป็นตัวของอาตมา หากเป็นคนฝ่ายของแม่เจ้าบ่าว ฝ่ายภรรยาหลวง อาตมาก็ต้องทำแบบนั้นด้วยหลักของศีลธรรมและคุณธรรม ความถูกต้อง ต้องชื่นชมแม่ของฝ่ายเจ้าบ่าวที่มีคุณธรรม ความเที่ยงตรง เพราะส่วนใหญ่ที่พบเห็นพ่อแม่ส่วนใหญ่จะรักลูก เข้าข้างลูกของตนเอง ทั้งที่บางทีรู้ว่าลูกนั้นกระทำผิดแต่ก็อยากจะปกป้อง แต่เหตุการณ์นี้เขาพาลูกสะใภ้ซึ่งเป็นภรรยาหลวงและหลานมาทวงสิทธิคืน สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทางหลวงพ่อไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเรื่องขึ้น เพราะตั้งแต่บวชเรียนมาก็ 16 พรรษาแล้ว ถูกนิมนต์ไปงานแต่งงานมาเป็นร้อยๆ งาน ก็เพิ่งจะเจอเหตุนี้เป็นครั้งแรก
สุดท้ายขอฝากถึงญาติโยม ใครนับถือศาสนาพุทธ ศีล 5 คือพื้นฐานปกติของมนุษย์ที่เป็นพุทธบริษัท เราควรกระทำอะไรไปก็แล้วแต่ควรคำนึงถึงศีลธรรม ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือเป็นการผิดศีลข้อที่ 3 ซึ่งชาวพุทธเราไม่ควรกระทำ เพราะจะทำให้เกิดความทุกข์ เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาอีกมากมาย ดังนั้นก่อนที่จะลงมือทำอะไรก็ให้มีสติ คิดก่อนลงมือทำ ไม่ใช่ทำเพราะกิเลสตัณหา ก็ของฝากญาติโยมเอาไว้
แหล่งข่าว
https://www.dailynews.co.th/regional/826377
https://www.dailynews.co.th/regional/826385