
2 เดือนนับจากรัฐบาลมีนโยบายปลดล็อกกัญชา-กัญชง โดยถอดออกจากประกาศกระทรวงเรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษ ในประเภท 5 เมื่อเดือน ธ.ค. 2563 ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงผู้บริโภคให้ความสนใจศึกษาข้อมูลจำนวนมาก มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกัญชาตามมามากมาย ปลุกการจัดกิจกรรมงานแสดงสินค้าและสัมมนาที่เคยเงียบเหงาจากสถานการณ์โควิด-19 ให้กลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้ง
(14 มี.ค.64) ขณะนี้มีวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับอนุญาตปลูกกัญชาได้ จากองค์การอาหารและยา (อย.) แล้ว 82 ราย โดยมีรูปแบบการปลูกทั้งแบบระบบปิด (indoor) แบบโรงเรือน (greenhouse) และแบบกลางแจ้ง (outdoor) ตามวัตถุประสงค์ที่วิสาหกิจชุมชนขออนุญาตปลูก อาทิ
1.วิสาหกิจศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน สังกัด รพ.คูเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์
2.วิสาหกิจชุมชนกลุ่มรักจังฟาร์มวังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา สังกัด รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร
3.วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกและแปรรูปบุกเกษตรอินทรีย์บ้านทุ่งแพม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
4.วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรอินทรีย์เพชรล้านนา
5.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
6.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรไทยโนนมาลัย ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโนนมาลัย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้ส่งเสริมให้พัฒนากัญชาเป็นประโยชน์ต่อภาคเกษตรกร อุตสาหกรรม ธุรกิจ และประชาชน ตลาดกัญชาโลกมีมูลค่า 17.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 5 แสนล้านบาท เติบโตกว่า 17% โดยตลาดทางแพทย์และเพื่อสุขภาพ คิดเป็นสัดส่วน 70% ของมูลค่าทั้งหมด รัฐบาลจึงส่งเสริมให้พัฒนาสินค้ากัญชาแบบครบวงจร ตั้งเป้าหมายให้เป็น product champion สร้างเศรษฐกิจประเทศ ยาแผนไทย ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
“ราคาจำหน่ายต้องเป็นไปตามกลไกตลาด จะมีการควบคุมพื้นที่ปลูก ปริมาณการผลิตไม่ให้เกิดอุปสงค์-อุปทาน ต้องมีความสมดุล ที่ผ่านมาเรามีอุปสรรคมากมายจากการต่อต้านนโยบายว่ากัญชา-กัญชงเป็นสิ่งเสพติด ต่อไปกัญชาจากผู้ร้ายจะกลายเป็นพระเอก สร้างรายได้ช่วยเศรษฐกิจ ของที่ไม่ดี เราก็ไม่เอามา เราเอามาแต่สิ่งที่ดีมาใช้ โดยส่วนที่เป็นโทษ ส่วนใหญ่ประชาชนทราบข้อมูลจึงนำส่วนที่ดีและมีประโยชน์มาใช้ และต้องอยู่ภายในกฎหมาย”
รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้ในท้องตลาดมีการประกาศราคารับซื้อช่อดอกแห้งเกรด A ปริมาณสารสำคัญ CBD มากกว่า 12% กก.ละ 45,000 บาท เกรด B ปริมาณสารสำคัญ CBD 10-11.9% กก.ละ 37,500-43,125 บาท ปริมาณสารสำคัญ CBD 8-9.9% กก.ละ 30,000-35,625 บาท
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เร็ว ๆ นี้จะจัดตลาดกลางกัญชาของสหกรณ์ จากนั้นจะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อเตรียมจัดตั้งสหกรณ์กัญชา เพื่อกำหนดราคาตลาดกลาง โดยใช้ระบบ network เชื่อมโยงทุกตลาดเป็นระบบตลาดเดียว (single central market) หลังจากที่ได้ให้กรมวิชาการเกษตรพัฒนากัญชาพันธุ์อิสระ 01 ไปก่อนหน้านี้
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรอินทรีย์เพชรลานนา จ.ลำปาง กล่าวว่า กลุ่มเริ่มทดลองปลูกกัญชาแบบอินทรีย์ตั้งแต่ปี 2562 แบบกลางแจ้ง 3,000 ตร.ม. และแบบโรงเรือน 800 ตร.ม. ให้ผลผลิตกัญชาสด ส่งให้หน่วยงานใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ขณะนี้มีความพร้อมด้านสถานที่ องค์ความรู้ และบุคลากร มีเป้าหมายจะเพิ่มกำลังผลิตกัญชาจาก 1,000 ต้นให้ได้ 3,000 ต้น
นางศศิการ ล้อจิโรภาส ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ขณะนี้โรงปลูกระบบปิด โดย อย.ได้อนุญาตปลูกร่วมกับทางองค์การแล้ว มีความพร้อมในส่วนโครงสร้างและการวางระบบการปลูก และเทคโนโลยีต่าง ๆ พร้อม โดยจะปลูกสายพันธุ์ CBD Charlotte’s Angel ภายในเดือนนี้ 90 ต้น บนพื้นที่ 50 ตร.ม. คาดว่าจะเก็บเกี่ยวได้ช่วงเดือนมิถุนายนนี้ 18 กก. และกำลังขยายพื้นที่ระบบปิดเพิ่มอีก 360 ตร.ม. ปลูกได้ 840 ต้นต่อรอบปลูก
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การจัดกิจกรรมให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับกัญชาและกัญชงคึกคักขึ้นมาก โดยงานใหญ่งานแรก ได้แก่ “กัญชา กัญชง 360 องศา เพื่อประชาชน” ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกับสำนักงานเขตสุขภาพที่ 9 เมื่อ 5-7 มี.ค.ที่ผ่านมา ต่อด้วยงาน “กัญชาและเสน่ห์ยาสมุนไพร” ที่กรมการแพทย์แผนไทยฯ ร่วมกับเครือข่ายพลังภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)
และงาน “กัญชา” ภายใต้รูปแบบการจัดงาน “ครบเครื่องเรื่องกัญชาและเสน่ห์ยาสมุนไพร” ระหว่างวันที่ 17-21 มี.ค.นี้ ที่ศูนย์การค้า Paradise Park กรุงเทพฯ, งานเสนอผลการวิจัยเรื่อง “ผลกระทบทางเศรษฐกิจของการเพาะปลูกกัญชาเพื่อเป็นพืชเศรษฐกิจไทย” โดยมหาวิยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ในวันที่ 17 มี.ค.นี้, งานเฉลิมฉลองวันกัญชาโลกแห่งประเทศไทย ประจำปี 2564 วันที่ 19-20 เม.ย. 2564 โดยบริษัท CS Recovery Group
ส่วนต่างจังหวัดจะมี “มหกรรมอาหาร ยิ้มหวานลำปาง” วันที่ 19 มี.ค. 2564 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง ซึ่งจัดให้มีการสัมมนากัญชาพืชอาหารและยา สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจังหวัดลำปางบูทแสดงนิทรรศการให้ความรู้ ครบเครื่องเรื่องกัญชา และมหกรรมร้านอาหารจังหวัดลำปางที่ใช้ใบกัญชามาประกอบอาหาร ซึ่งเป็นเมนูโดดเด่นของแต่ละร้าน
นอกจากนี้ยังมีการจัดออนไลน์คึกคักเช่นกัน มีทั้งสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนความรู้ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อาทิ กลุ่มผู้ปลูก วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเทคโนโลยีการสกัด กลุ่มเสวนากัญชาทางการแพทย์
https://www.prachachat.net/prachachat-top-story/news-629322