ในโลกของเกมแนว character-based อย่าง Destiny: Rising การเลือกตัวละครที่เหมาะสมคือกุญแจสำคัญที่จะนำคุณไปสู่จุดสูงสุดของลีดเดอร์บอร์ด หลังจากที่เกมเปิดตัวมาได้ระยะหนึ่ง เมตาเกมก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ มีตัวละครบางตัวที่ครอบงำการเล่นแบบ PvE อย่างเด็ดขาด ในขณะที่บางตัวกลับต้องรอโอกาสพิสูจน์ตัวเอง วันนี้เรามีการจัดอันดับตัวละครที่ดีที่สุดใน Destiny: Rising สำหรับ Season of Providence มาฝากกัน
เกาะกระแสโลก: Destiny Rising กับการแข่งขันในตลาดมือถือ
Destiny: Rising เป็นเกมมือถือภายใต้จักรวาล Destiny ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนเกมทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ที่ติดตามซีรีส์มาตั้งแต่ยุคคอนโซล การนำเอาประสบการณ์การเล่นแบบ looter shooter มาลงบนมือถือนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ Destiny: Rising ก็พยายามสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองด้วยระบบ gacha ที่ผสมผสานกับการเล่นแบบ team-based shooter
ในช่วง Season of Providence นี้ เมตาเกมเริ่มมีรูปแบบที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในโหมด PvE ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเกม การมีตัวละครที่แข็งแกร่งและเข้ากับสไตล์การเล่นของคุณจะช่วยให้คุณผ่านด่านยาก ๆ รวมถึง Raid และ Strike ได้อย่างราบรื่น
หมายเหตุสำคัญ: Tier List นี้มุ่งเน้นไปที่เนื้อหาแบบ PvE เป็นหลัก สำหรับโหมด PvP การเลือกตัวละครจะขึ้นอยู่กับอาวุธที่คุณต้องการใช้มากกว่า เพราะในโหมดแข่งขันกับผู้เล่นจริง ๆ การจับคู่อาวุธกับความสามารถของตัวละครเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
S-Tier: ตัวละครระดับเทพที่ไม่มีใครเทียบได้
Gwynn – นักเต้นโว้ยด์ที่สร้างความเสียหายได้อย่างน่าทึ่ง
Gwynn คือตัวละครที่ออกแบบมาเพื่อการต่อสู้ระยะประชิด โดยเธอสามารถสร้างความเสียหายได้อย่างมหาศาลด้วยความสามารถ Void Dance โดยเฉพาะเมื่อคุณสะสม Void Spirits ครบ 6 ตัว ซึ่งไม่เพียงแค่เพิ่มดาเมจเท่านั้น แต่ยังมีการฟื้นฟูพลังชีวิตให้กับตัวเองด้วย
จุดเด่นของ Gwynn คือการที่เธอสามารถเชื่อมต่อความสามารถของเธอเข้ากับ Super ที่จะให้ Void Spirits สูงสุดทันที และสร้างความเสียหายสูงมากในช่วงเวลาสั้น ๆ ทำให้เธอเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับการเป็น DPS ในทีม โดยเฉพาะในด่าน Boss ที่ต้องการการระเบิดความเสียหายในช่วงเวลาสั้น ๆ (Burst Damage)
Helhest – ผู้สนับสนุนที่สร้างความเสียหายได้ไม่แพ้ใคร
Helhest กำลังแซงหน้า Tan-2 ขึ้นมาเป็นตัวละครสนับสนุนที่ดีที่สุดในเกม เนื่องจากเธอสามารถสร้างความเสียหายได้อย่างมหาศาลด้วย Linear Fusion Rifle นอกจากนี้เธอยังสามารถสร้าง Heavy Ammo ให้กับทีม ฟื้นฟูพลังชีวิต และเพิ่มความเสียหายให้กับทุกคนในทีม
การที่ Helhest สามารถทำทั้งบทบาทการสนับสนุนและการสร้างความเสียหายได้ในเวลาเดียวกัน ทำให้เธอเป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นมาก และเหมาะกับทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะใน Raid ที่ต้องการความสมดุลระหว่างการอยู่รอดและการสร้างดาเมจ
Tan-2 – เทพแห่งการรักษาที่ยังคงแข็งแกร่ง
แม้ว่า Tan-2 จะถูกแซงหน้าโดย Helhest แต่เขายังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งมากสำหรับบทบาทการสนับสนุน ด้วยความสามารถ Blessing of Dawn/Dusk Super ที่คล้ายกับ Well of Radiance ในเกม Destiny 2 (และ Well ก็ยังคงเป็นเมตาอยู่เสมอ!)
Blessing of Dawn จะให้การฟื้นฟูพลังชีวิตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ Blessing of Dusk จะเพิ่มความเสียหายให้กับทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ นอกจาก Super แล้ว Tan-2 ยังมีความสามารถ Sunrise ที่ฟื้นฟูพลังชีวิตให้ทีม และ Sunset ที่สร้างความเสียหายได้ด้วย ทำให้เขาเป็นตัวละครที่ครอบคลุมทั้งการรักษาและการโจมตี
Jaren Ward – นักล่าในตำนานกับดาเมจระดับโซลาร์
Jaren Ward เป็น Hunter ในตำนานจากเนื้อเรื่องของ Destiny และในเกมนี้เขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าทำไมถึงได้รับการยกย่อง ชุดความสามารถของเขามี Super ที่สร้างความเสียหายสูง การกวาดล้างศัตรูจำนวนมาก (Add-clear) ความคล่องตัวสูง และการฟื้นฟูพลังชีวิตให้ตัวเอง
สิ่งที่ทำให้ Jaren โดดเด่นคือความสามารถในการจัดการกับทั้ง Precision Shinkas (เป้าหมายที่ต้องยิงจุดอ่อน) และ Spread Shinkas (เป้าหมายที่กระจายตัว) ในเนื้อหาระดับสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เขาเป็นตัวเลือก DPS แบบ Solar ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน
A-Tier: ตัวเลือกที่แข็งแกร่งและเหมาะกับทุกสถานการณ์
Estela – DPS ที่มีความทนทานสูง
Estela อาจจะไม่มี Burst Damage ที่สูงเท่า Gwynn หรือ Jaren แต่เธอมีความทนทานและ DPS ที่ยั่งยืนที่ทำให้เธอเปล่งประกายในทุกกิจกรรมระดับ Endgame การใช้ Pulse Rifle และ Machine Gun แม้จะไม่ใช่อาวุธที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างดาเมจสูงสุด แต่ก็สามารถสร้าง Corruption ได้อย่างรวดเร็วเพื่อใช้ Bewitched Illusions
จุดแข็งของ Estela อยู่ที่ความสมดุลระหว่างการอยู่รอดและการสร้างความเสียหาย ทำให้เธอเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้สำหรับผู้เล่นที่ต้องการตัวละคร DPS ที่ไม่ต้องเสี่ยงเกินไป
Jolder – ผู้พิทักษ์ที่มีความทนทานสูง
Jolder เป็นตัวละครแนวรับที่มีความสามารถในการฟื้นฟูพลังชีวิตและสร้างโล่ให้กับตัวเองได้อย่างมากมาย แต่ส่วนที่ดีที่สุดของเธอคือ Super ที่ชื่อ Barrier of Starlight ซึ่งคุณสามารถยิงจากภายในกำแพงได้ (และ Submachine Gun ของ Jolder ยังรีโหลดอัตโนมัติตลอดเวลาเมื่ออยู่ในกำแพงด้วย)
เหตุผลที่ Jolder อยู่ใน A-Tier คือชุดความสามารถด้านการป้องกันของเธอยังไม่ได้สร้างผลกระทบที่โดดเด่นเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับตัวละครอื่น ๆ ในหมวดเดียวกัน
Kabr the Resolute – ผู้พิทักษ์ระดับ Mythic
Kabr the Resolute เป็นตัวละครแนวรับที่ให้ประโยชน์มากกว่าเวอร์ชัน Legendary ธรรมดา เวอร์ชัน Mythic นี้ทำทุกอย่างที่เวอร์ชัน Legendary ทำได้ แต่ดีกว่า ด้วยกำแพงป้องกันถึง 3 ชิ้นจากความสามารถลายเซ็น อีก 1 ชิ้นจาก Super และการสร้างสถานะ Blind ให้ศัตรูได้อย่างมากมาย
เนื่องจาก Kabr the Resolute เพิ่งเปิดตัวไม่นาน ตำแหน่งของเขาในอันดับนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลาเมื่อผู้เล่นเริ่มค้นพบศักยภาพที่แท้จริงของเขา
Umeko – ผู้สนับสนุนแบบโว้ยด์ที่ดีที่สุดในระดับ 4 ดาว
Umeko เป็นตัวละครสนับสนุนแบบ Void และเป็นตัวละคร 4 ดาวที่ดีที่สุดในเกม เธอสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตให้ตัวเองและเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ใกล้ ๆ และลดความสามารถของศัตรูด้วยความสามารถของเธอ
แม้ว่า Umeko จะไม่สามารถสร้างความเสียหายจากความสามารถได้มากเท่าตัวละครอื่น ๆ แต่เธอก็สามารถแข่งขันได้ดีเมื่อมีอาวุธที่เหมาะสม เช่น Izanagi’s Burden ซึ่งเป็นอาวุธที่สามารถสร้างความเสียหายสูงมาก
Ning Fei – ตัวละครที่ใกล้จะขึ้น S-Tier
Ning Fei เป็นตัวละครที่อยู่ในจุดที่จะขึ้นสู่ S-Tier ชุดความสามารถของเขาสามารถสร้างตัวโคลนเพื่อดึงความสนใจของศัตรูและสร้างความเสียหายไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ ในเนื้อหาระดับสูง
แม้ว่าจะมีตัวเลือกที่ชัดเจนกว่าสำหรับแต่ละบทบาท แต่ Ning Fei ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกกิจกรรม ความยืดหยุ่นและการสร้างความเสียหายที่ดีทำให้เขาเป็นตัวละครที่น่าลงทุน
Maru – ดาเมจดีแต่อาวุธไม่น่าสนุก
Maru เป็นตัวละครที่สามารถสร้างความเสียหายได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย แต่ตัวเลือกอาวุธของเธอกลับเป็นหนึ่งในสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุด การเล่นด้วย Grenade Launcher 2 กระบอกไม่สนุกเท่ากับอาวุธอื่น ๆ ในเกม นี่คือเหตุผลที่เธอเป็นตัวเลือกที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นใน Tier List นี้
B-Tier: ตัวเลือกที่ดี แต่มีตัวเลือกที่ดีกว่าอยู่
Kabr – เวอร์ชัน Legendary ที่ถูกแซง
หลังจากการเปิดตัว Kabr the Resolute Kabr เวอร์ชัน Legendary ธรรมดาก็ตกลงมาสู่ B-Tier เขายังคงให้ประโยชน์ที่ดีด้วยการทำให้ศัตรู Blind และสร้างกำแพงป้องกัน แต่เวอร์ชัน Mythic ทำทุกอย่างได้ดีกว่า
Rossi-11 – ยูทิลิตี้ดีแต่ยังไม่เพียงพอ
Rossi-11 ให้ประโยชน์ที่ดีในรูปแบบของการควบคุมฝูงชน (Crowd Control) การสร้างโล่ และกำแพงป้องกัน แต่ก็ยังตามหลังตัวละครอื่น ๆ ในหมวดเดียวกันเล็กน้อย
Attal – ครบเครื่องแต่ไม่ได้เด่นในด้านใดเป็นพิเศษ
Attal ผสมผสานการฟื้นฟูพลังชีวิตจาก Mint Mend และ Delightful Companion passive เข้ากับความเสียหายจาก Arc Missile และ Mini Missile เธอเป็น Jack of all trades แต่ตามหลังตัวละครอย่าง Tan-2 และ Umeko เนื่องจากชุดอาวุธที่ไม่ค่อยโดดเด่น
Wolf – ตัวเริ่มต้นที่แข็งแรง แต่ถูกแซงแล้ว
หลังจากมีตัวละคร Mythic ใหม่ ๆ มากมาย Wolf ก็ต้องลงมาอยู่ที่ B-Tier แม้ว่าพวกเขาจะเป็นตัวละครเริ่มต้นที่แข็งแกร่งอย่างน่าประหลาดใจสำหรับเกม Gacha โดยสามารถสร้างความเสียหายที่น่าเคารพและรักษาตัวเองให้อยู่รอดด้วยโล่ แต่ตัวละคร 5 ดาวส่วนใหญ่ก็สามารถทำเช่นเดียวกันได้ แต่ดีกว่า
C-Tier: ตัวละครที่ต้องการการปรับปรุง
Ikora – ยังห่างไกลจากการเป็น Warlock Vanguard
Ikora สามารถสร้างความเสียหายที่ดีได้ด้วย Nova Bomb แต่สไตล์การเล่นของเธอที่ใช้การควบคุมฝูงชนและ Breech-loaded Grenade Launcher ไม่ได้ให้รางวัลที่คุ้มค่าพอ
Xuan Wei – อาวุธหลักที่ไม่เหมาะสม
เช่นเดียวกับ Ikora ปัญหาของ Xuan Wei อยู่ที่การใช้ Fusion Rifle เป็นอาวุธหลัก ซึ่งไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเล่นแบบต่อเนื่อง
Finnala – ศักยภาพสูงแต่ยังไม่เห็นผล
Finnala เป็นตัวละครที่มีศักยภาพมากที่สุดในรายการนี้ เธอมีชุดความสามารถด้านการป้องกันที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะเมื่อมี Artifacts ที่เหมาะสม และตัวเลือกอาวุธที่ดี แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถสร้างผลกระทบในระดับเดียวกับตัวละครใน Tier ที่สูงกว่าได้
การวิเคราะห์เมตาและแนวโน้มในอนาคต
เมตาเกมใน Destiny: Rising นั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่มีวันหยุดนิ่ง เมื่อมีตัวละครใหม่ ๆ เข้ามาและมีการปรับสมดุลเกิดขึ้น ตัวละครบางตัวที่อยู่ใน Tier ต่ำ ๆ ในตอนนี้ก็อาจจะกลายเป็นเมตาในอนาคตได้ ขึ้นอยู่กับเนื้อหาใหม่และ Seasonal Modifiers ที่จะมาพร้อมกับแต่ละซีซัน
สิ่งที่ต้องจับตามอง:
- การเพิ่มตัวละครใหม่: ทุกครั้งที่มีตัวละครใหม่เข้ามา เมตาก็จะเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะถ้าตัวละครใหม่มีความสามารถที่ Counter เมตาปัจจุบัน
- Seasonal Modifiers: การเปลี่ยนแปลงของ Modifier ในแต่ละซีซันอาจจะทำให้ตัวละครที่ไม่ได้รับความสนใจกลับมาแข็งแกร่งได้
- การปรับสมดุล: ทาง Developer มักจะปรับสมดุลตัวละครเป็นระยะ ๆ ตัวละครที่แข็งแกร่งเกินไปอาจจะถูก Nerf ในขณะที่ตัวที่อ่อนแอเกินไปอาจจะได้รับการ Buff
- การค้นพบ Synergy ใหม่: ผู้เล่นอาจจะค้นพบการจับคู่ตัวละคร อาวุธ และ Artifacts แบบใหม่ ๆ ที่ทำให้ตัวละครที่ไม่ได้รับความสนใจกลับมาเปล่งประกายได้
คำแนะนำสำหรับผู้เล่นแต่ละระดับ
สำหรับมือใหม่:
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มเล่น ควรมุ่งเน้นไปที่ตัวละครที่ใช้งานง่ายและให้ประโยชน์ตรงไปตรงมา เช่น Tan-2 หรือ Wolf ที่จะช่วยให้คุณผ่านด่านเบื้องต้นได้อย่างราบรื่น
สำหรับผู้เล่นระดับกลาง:
เมื่อคุณเริ่มเข้าใจระบบเกมมากขึ้น การลงทุนใน Gwynn หรือ Helhest จะเป็นการตัดสินใจที่ดี เพราะตัวละครเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถเข้าร่วมกิจกรรม Endgame ได้อย่างมั่นใจ
สำหรับผู้เล่นระดับสูง:
ถ้าคุณเล่นอยู่ในระดับที่ท้าทายแล้ว การมีตัวละครหลากหลายในแต่ละ Role จะช่วยให้คุณปรับทีมได้ตามสถานการณ์ การมี Jaren สำหรับดาเมจ Solar, Gwynn สำหรับดาเมจ Void, และ Helhest สำหรับการสนับสนุน จะทำให้คุณพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์
ระบบ Gacha และการลงทุนอย่างชาญฉลาด
Destiny: Rising เป็นเกม Gacha ซึ่งหมายความว่าการได้ตัวละครที่คุณต้องการจะต้องอาศัยความโชคและการลงทุนทรัพยากร การวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาดเป็นสิ่งสำคัญ:
กลยุทธ์การสะสมทรัพยากร:
- เก็บ Premium Currency: อย่าใช้ Premium Currency ไปกับ Banner ที่มีตัวละครที่คุณไม่แน่ใจว่าจะใช้ รอจนกว่าจะมี Banner ที่มีตัวละคร S-Tier หรือตัวละครที่คุณต้องการจริง ๆ
- ใช้ประโยชน์จาก Pity System: เกมส่วนใหญ่มีระบบ Pity ที่จะรับประกันว่าคุณจะได้ตัวละครหายากหลังจากการ Pull จำนวนหนึ่ง ศึกษาระบบนี้และวางแผนการ Pull ให้ดี
- ไม่จำเป็นต้องมีทุกตัว: แม้ว่าการมีตัวละครหลากหลายจะเป็นเรื่องดี แต่การมีตัวละคร S-Tier สักไม่กี่ตัวที่พัฒนาเต็มที่ดีกว่าการมีตัวละครเยอะแต่ไม่มีตัวไหนแข็งแรง
ความสำคัญของอาวุธและ Artifacts
ตัวละครที่ดีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ อาวุธและ Artifacts ที่เหมาะสมสามารถทำให้ตัวละคร B-Tier กลายเป็น A-Tier ได้:
การเลือกอาวุธ:
- จับคู่อาวุธกับสไตล์การเล่นของตัวละคร เช่น Gwynn ที่เล่นระยะประชิดควรใช้ Shotgun หรือ SMG
- ศึกษา Weapon Perks ที่เสริมความสามารถของตัวละคร
Artifacts:
- หา Artifacts ที่เพิ่มความเสียหายหรือลดเวลา Cooldown ของความสามารถ
- บาง Artifacts สามารถเปลี่ยนวิธีการเล่นของตัวละครได้โดยสิ้นเชิง
สรุป: คุ้มค่าหรือไม่กับการลงทุน?
Destiny: Rising เป็นเกมที่มีศักยภาพสูงสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Destiny และเกม Shooter บนมือถือ การมีระบบ Gacha แบบตัวละครทำให้เกมมีความหลากหลายและมีความลึกในการวางแผนทีม
เหมาะกับใคร:
- แฟนของ Destiny ที่ต้องการสัมผัสจักรวาลที่คุ้นเคยบนมือถือ
- ผู้เล่นที่ชอบเกม team-based shooter และการวางแผนทีม
- คนที่พร้อมลงทุนเวลาในการทำความเข้าใจระบบและสะสมตัวละคร
อาจจะไม่เหมาะกับ:
- ผู้เล่นที่ไม่ชอบระบบ Gacha หรือไม่อยากใช้เงิน
- คนที่คาดหวังประสบการณ์แบบเดียวกับ Destiny 2 บนคอนโซล 100%
- ผู้เล่นที่ต้องการเกมที่เล่นได้เร็วและไม่ซับซ้อน
โดยรวมแล้ว Destiny: Rising เป็นเกมที่คุ้มค่ากับการลงทุนเวลาและทรัพยากร โดยเฉพาะถ้าคุณสนุกกับการสะสมตัวละครและการทดลองกลยุทธ์ใหม่ ๆ การเลือกตัวละครที่เหมาะสมจาก Tier List นี้จะช่วยให้คุณได้เปรียบในเนื้อหาทุกประเภท และสนุกกับเกมได้อย่างเต็มที่ในแบบของคุณเอง