ลูกค้าที่มีกำลังซื้อ กุญแจสำคัญของธุรกิจยุคใหม่ ที่ผู้ประกอบการต้องรู้
ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจมีความรุนแรงมากขึ้น การระบุลูกค้าที่มีกำลังซื้อที่แท้จริงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะแยกแยะธุรกิจที่ประสบความสำเร็จออกจากธุรกิจที่ล้มเหลว นักวิเคราะห์ธุรกิจชี้ให้เห็นว่าบริษัทที่สามารถระบุและเข้าถึงลูกค้าที่มีกำลังซื้อได้อย่างแม่นยำ จะมีประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณการตลาดสูงกว่าคู่แข่งถึง 250% และสามารถเพิ่มอัตราการขายได้มากกว่า 150% ลูกค้าที่มีกำลังซื้อคืออะไร ทำไมจึงไม่ใช่แค่คนที่มีเงิน จากการวิจัยของสถาบันการตลาดแห่งประเทศไทย พบว่าผู้ประกอบการจำนวนมากยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับความหมายของ “ลูกค้าที่มีกำลังซื้อ” โดยคิดว่าหมายถึงเพียงแค่คนที่มีเงินมาก แต่ความจริงแล้วลูกค้าที่มีกำลังซื้อจริงๆ ต้องประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลักที่ขาดไม่ได้ องค์ประกอบแรก: ความต้องการที่แท้จริง (Need) “ลูกค้าที่มีกำลังซื้อต้องมีความต้องการจริงๆ ในสินค้าหรือบริการ ไม่ใช่แค่อยากได้เพราะเห็นโฆษณาแล้วหลงใหล” เช่น แม่บ้านที่เครื่องซักผ้าเสียจริงๆ ผู้ประกอบการที่ต้องการระบบจัดการสต็อกเพราะธุรกิจขยายตัว หรือนักเรียนที่ต้องเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย องค์ประกอบที่สอง: ความสามารถทางการเงิน (Money) การมีกำลังซื้อไม่ได้หมายความว่าต้องมีเงินสดล้นมือเท่านั้น แต่รวมถึงการที่สามารถหาแหล่งเงินทุนมาซื้อได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้บัตรเครดิต การผ่อนชำระ การกู้เงิน หรือแม้กระทั่งการขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินมาซื้อสินค้าหรือบริการที่ต้องการ องค์ประกอบที่สาม: อำนาจในการตัดสินใจ (Authority) นี่คือองค์ประกอบที่หลายธุรกิจมักมองข้าม คือการที่ลูกค้าต้องเป็นคนที่สามารถตัดสินใจซื้อได้เอง หรือมีอิทธิพลสูงต่อการตัดสินใจซื้อ เช่น เจ้าของบริษัท แม่บ้านที่มีอำนาจในการซื้อของใช้ในบ้าน หรือหัวหน้าแผนกที่มีอำนาจอนุมัติงบประมาณ วิกฤตการตลาดแบบกระจาย ที่ทำให้ธุรกิจเสียเงินโฆษณาเปล่าๆ จากข้อมูลของบริษัท Digital Marketing Analytics เผยให้เห็นว่าธุรกิจขนาดกลางและเล็กในประเทศไทยกว่า 70% ยังคงใช้กลยุทธ์การตลาดแบบกระจายไปทุกกลุ่ม … Read more