<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									แม่ &amp; เด็ก - Guestpost สาระดีๆ มีมาแบ่งปันกัน				            </title>
            <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/</link>
            <description>โฟสฟรี สาระดีๆ หรือจะลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ก็ได้เช่นกัน</description>
            <language>en-US</language>
            <lastBuildDate>Mon, 14 Sep 2026 07:34:00 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>คุณแม่เซเลบร่วมแนะนำเคล็ดลับ การเลือกรองเท้าคู่แรกสำหรับลูกน้อย</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%84/</link>
                        <pubDate>Tue, 07 Sep 2021 03:23:09 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[การเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงอายุของเด็ก นับเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาของกระดูก และรูปเท้าของเด็กได้เป็นอย่างดี เพราะเท้าเป็นอวัยวะที่มักถูกใช้งานเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะใ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/b1j1k6Y/564000009027305.jpg" alt="564000009027305" border="0" /></p>
<p>การเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงอายุของเด็ก นับเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาของกระดูก และรูปเท้าของเด็กได้เป็นอย่างดี เพราะเท้าเป็นอวัยวะที่มักถูกใช้งานเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะในวัยเด็กที่เริ่มหัดเดิน ดังนั้นการเลือกรองเท้าที่ถูกต้องจะมีส่วนช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีอย่างสมวัย โดยล่าสุด “เบบี้บอท” (Babybotte) แบรนด์รองเท้าที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านการเดินสำหรับเด็ก ภายใต้การบริหารของ อรนิดา จุลเสน ได้เปิดตัวรองเท้าคอลเลกชั่นใหม่ที่ชื่อว่า “ซัมเมอร์ เนเจอร์” (Summer Nature) นำเสนอแรงบันดาลใจจากความงดงามทางธรรมชาติ โดยมี แพทย์หญิงขวัญเมือง ณ ตะกั่วทุ่ง กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ และพัฒนาการเด็ก ร่วมเผยถึงหลักเกณฑ์ในการเลือกรองเท้าสำหรับเด็ก พร้อมเหล่าเซเลบริตี้คุณแม่คนสวย มาแนะนำเคล็ดลับการเลือกรองเท้าคู่แรกให้ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย</p>
<p>“เบบี้บอท” (Babybotte) แบรนด์รองเท้าที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านการเดินสำหรับเด็ก จากประเทศฝรั่งเศส ที่ก่อตั้งมาอย่างยาวนานกว่า 80 ปี โดยมีทีมนักวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับการผลิตรองเท้าสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ซึ่งโครงรองเท้าจะต้องสามารถช่วยพยุงข้อเท้า และรองรับส้นเท้า สำหรับเด็กในช่วงหัดเดินได้ ส่วนพื้นรองเท้ายังมีบุเสริมอุ้งเท้า เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างรูปเท้าให้มีส่วนโค้งเว้า และเท้าไม่แบน ผ่านกระบวนการผลิตกว่า 120 ขั้นตอน ด้วยการเลือกใช้หนังแท้จากอิตาลี (Italian Full Grain leather) ในการตัดเย็บทั้งบริเวณด้านนอกและด้านใน ทำให้มีน้ำหนักเบา และรู้สึกนิ่มสบายขณะสวมใส่</p>
<p>อรนิดา จุลเสน กล่าวถึงจุดเด่นของแบรนด์ “เบบี้บอท” (Babybotte) ว่า “เบบี้บอทเป็นรองเท้าเด็กที่แพทย์แนะนำว่าคุณสมบัติตรงตามตำราแพทย์ เนื่องจากเป็นรองเท้าที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านการเดินสำหรับเด็ก โดยจะมีรองเท้าสำหรับเด็กแรกเกิด ไปจนถึงอายุ 15 ปี แต่ในแง่ของการผลิตเราจะให้ความสำคัญในขั้นตอนการผลิตรองเท้าของเด็กแรกเกิดถึงอายุ 5 ขวบมากเป็นพิเศษ เพราะในช่วงวัยนี้รองเท้าจะมีส่วนช่วยจัดรูปทรงกระดูกของเท้าด้วย และยังช่วยทำให้เท้ามีสรีระที่ดี ซึ่งจะช่วยส่งผลต่อการทรงตัว และทำให้ท่าทางในการเดินถูกต้องเหมาะสม เพราะหากเด็กไม่ได้สวมใส่รองเท้าที่ถูกต้องในช่วงเริ่มต้น จะมีผลต่อการเดินในอนาคตได้ ดังนั้นการหารองเท้าที่เหมาะสมกับสรีระเท้าของลูกจึงเป็นสิ่งสำคัญและมีประโยชน์มากต่อการเริ่มต้นเดินของลูก เพราะรองเท้าที่ดีจะเป็นตัวช่วยในการสร้างความมั่นใจให้ลูกในการหัดเดินแต่ละก้าว และหากเด็กสวมใส่รองเท้าที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจส่งผลให้เกิดปัญหาด้านการเดินได้ อาทิ เดินแล้วล้มง่าย เดินเขย่งปลายเท้า เท้าบิดเสียรูป ท่าทางการเดินไม่สวย และภาวะเท้าแบน ซึ่งภาวะเท้าแบนจะส่งผลให้เดินได้ไม่นาน และเมื่อยง่าย โดยที่ผ่านมาเบบี้บอทได้รับการตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากจากลูกค้าชาวไทย เราจึงได้เปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ด้วยงานดีไซน์ที่สนุกขึ้น และพัฒนาการออกแบบให้เหมาะสมกับสรีระเท้าของเด็กไทยมากยิ่งขึ้น”</p>
<p>ด้านแพทย์หญิงขวัญเมือง ณ ตะกั่วทุ่ง กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและพัฒนาการเด็ก ได้เผยถึงหลักเกณฑ์ในการเลือกรองเท้าสำหรับเด็กและข้อควรรู้ที่อาจเกิดขึ้นหากเด็กไม่ได้สวมใส่รองเท้าที่ดีว่า “สรีระของเด็กวัยทารกจนถึงวัยหัดเดินจะมีการพัฒนาขึ้นตามลำดับ โดยกระดูก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ และมัดเล็กจะมีขนาดที่ใหญ่ตามวัยที่เติบโตขึ้น ทำให้สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้มากขึ้น จนเริ่มทรงตัว เกาะยืน เกาะเดิน ก้าวเดิน และวิ่งเองได้ แต่ทว่ากระดูกข้อเท้า และเท้าจะยังรับน้ำหนักตัวได้ไม่ดีมากนัก จึงทำให้การเดินจึงยังไม่มั่นคง และมักจะล้มบ่อย ดังนั้นการใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสมจะส่งผลกระทบต่อท่าทางการเดินของเด็ก อาจจะทำให้เกิดภาวะเท้าแบนถาวร เท้าบิดเสียรูป ท่าทางการเดินที่ไม่สวย ดังนั้นการหารองเท้าที่เหมาะสมกับสรีระเท้าของลูกจึงมีความสำคัญ และมีประโยชน์มากต่อการเริ่มต้นเดินของลูก เพราะรองเท้าที่ดีจะเป็นตัวช่วยในการให้ลูกมีความมั่นใจในก้าวเดินแต่ละก้าว เปรียบเสมือนเป็นการลงทุนด้านบุคลิกภาพให้ลูกเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อเด็กเริ่มเกาะยืนได้ คุณพ่อหรือคุณแม่จึงควรเริ่มฝึกให้ลูกใส่รองเท้าตั้งแต่แรก เพื่อฝึกการยืนของลูกให้มั่นคง อีกทั้งยังช่วยให้ลูกได้คุ้นเคยกับการใส่รองเท้าในขณะเดินด้วย โดยควรเลือกรองเท้าที่ทำจากวัสดุน้ำหนักเบา แต่รูปทรงรองเท้ามีความคงตัวได้ดี ซึ่งมักจะทำด้วยหนัง หรือผ้าแคนวาส ไม่ควรทำจากผ้าที่นิ่มเกินไป หรือเป็นฟองน้ำ ควรมีการระบายอากาศที่ดี ไม่อับชื้น และควรเป็นรองเท้าหุ้มข้อเท้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทรงตัวให้เด็ก เพราะข้อเท้าของเด็กยังไม่สามารถรับน้ำหนักตัวเองได้ดี และหากการออกแบบมีส่วนเสริมบริเวณอุ้งเท้าด้านในด้วยก็จะยิ่งดี เพราะสรีระของอุ้งเท้าเด็กยังมีสภาพเป็นเท้าแบนอยู่ การลงน้ำหนักตัวจะยังไม่ถูกต้องตามแนวแกนการรับน้ำหนักของเท้า และขนาดของรองเท้าควรพอดีกับเท้าเด็ก และพื้นรองเท้าด้านในควรมีความแน่นเพียงพอ ไม่นุ่มหรือแข็งจนเกินไป โดยรองเท้าที่ไม่ควรเลือกให้เด็กสวมใส่เลยนั้นคือรองเท้าคับเกินไป เพราะจะบีบนิ้วเท้า และส้นเท้าเด็ก ทำให้เท้าเด็กเสียดสีกับขอบรองเท้า ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองเป็นแผลถลอกช้ำได้ หรือนิ้วงอบิด รวมถึงรองเท้าที่ใหญ่เกินไป จะทำให้เด็กต้องจิกเท้าเดินในรองเท้า เนื่องจากรองเท้าไม่กระชับพอดีเท้า หรือรองเท้าที่มีพื้นอ่อนเกินไป จะทำให้เด็กใช้ปลายเท้าเดิน และจะติดเป็นพฤติกรรมไปจนโต กระทั่งรองเท้าที่แข็งกระด้างเกินไป จะทำให้กระดูก และเนื้อเยื่อเสียดสี เกิดเป็นตาปลา หรือแผลกดทับได้ และอีกหนึ่งข้อควรรู้ที่คุณพ่อคุณแม่ควรระวัง หากเลือกรองเท้าให้ลูกไม่เหมาะสม หรือลูกมีการเคลื่อนไหวที่ผิดวิธี อาจส่งผลให้เป็นโรคข้อหย่อน หรือข้อหลวมได้ ซึ่งเป็นอาการผิดปกติของเอ็น และเนื้อเยื่อหุ้มข้อต่อของร่างกาย ที่มีความหย่อนตัว ไม่กระชับ ทำให้ข้อนั้นๆ ดูเหมือนไม่แข็งแรง รับน้ำหนักได้ไม่ดี จะส่งผลต่อท่าทางการทรงตัว และเคลื่อนไหว โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากพันธุกรรม และบางครั้งเกิดจากพัฒนาการที่ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ตามอายุ อาการที่สังเกตุได้ง่ายๆ คือ เวลาขยับข้อต่อจะมีความรู้สึกสะดุดกึกๆ โดยทั่วไปมักจะเริ่มสังเกตุเห็นในขณะที่เด็กเริ่มเดินหรือวิ่ง การทรงตัวจะไม่ดี มักจะล้มบ่อยกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ปลายเท้าบิดเข้าด้านใน หรือส้นเท้าเอียง ดังนั้นหากเลือกรองเท้าที่ถูกต้องให้ลูกก็จะสามารถช่วยลดอาการของโรคนี้ลงได้ เพราะรองเท้าที่ดีจะเป็นตัวช่วยในการให้เด็กมีความมั่นใจในก้าวเดินแต่ละก้าว”</p>
<p>เหล่าเซเลบริตี้คุณแม่คนสวยได้มาร่วมแนะนำเคล็ดลับการเลือกรองเท้าคู่แรกสำหรับลูกน้อยให้ดีที่สุด โดยเริ่มจากคุณแม่ลูกสอง จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ เผยว่า “อันดับแรกเลยต้องเป็นรองเท้าที่ให้ความสำคัญด้านการออกแบบให้เหมาะสมกับเด็กในแต่ละช่วงวัย มีการใช้วัสดุตัดเย็บที่ทนทาน สวมใส่สบาย ถ่ายเทอากาศได้ดี เวลาใส่เดินแล้วไม่ลื่น สามารถช่วยส่งเสริมการสร้างพัฒนาการให้ลูก ให้เขารู้จักหัดเดินด้วยตัวเองได้อย่างมั่นใจ รวมถึงดีไซน์ก็ต้องสวยงาม และสามารถสวมใส่ได้หลายโอกาส อย่างน้องดวิน น้องดีญ์อา เราก็เลือกเบบี้บอทให้เขาใส่มาตลอด จะสังเกตเห็นได้เลยว่าพฤติกรรมการเดินของลูกดีมาก เวลาเดินเขามีบุคลิกภาพที่ดี ทรงตัวได้ดี และทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว”</p>
<p>คุณแม่ลูกแฝด อรชุมา ดุรงค์เดช เล่าว่า “ตอนแรกไม่มีความรู้เรื่องการเลือกรองเท้าสำหรับเด็กเลย เมื่อก่อนก็จะเลือกจากดีไซน์อย่างเดียว กระทั่งไปอ่านเจอบทความที่มีคุณหมอมาแนะนำว่าเด็ก 0 ถึง 5 ขวบ กระดูกข้อเท้าของเขาจะยังอ่อนอยู่ ไม่ค่อยแข็งแรง ควรเลือกใส่รองเท้าที่ช่วยพยุงข้อเท้า เพราะจะช่วยให้เด็กเดินไม่ผิดรูป พอมาเจอแบรนด์เบบี้บอทที่มีคุณสมบัติการออกแบบตรงตามที่คุณหมอบอก เราก็ตัดสินใจอย่างไม่ลังเลเลยที่จะเอามาให้ลูกใส่ เพราะเป็นรองเท้าที่ดีไซน์สวยและช่วยดูแลเรื่องพัฒนาการการเดินให้ลูกด้วย ส่วนเรื่องพฤติกรรมการเดินน้องคอลินจะเดินได้ไวกว่า เพราะเขาเป็นเด็กผู้ชาย ด้วยสรีระจะมีความแข็งแรงกว่าอยู่แล้ว ซึ่งเขาก็เดินได้คล่องขึ้น เพราะใส่รองเท้าที่ดี เวลาเดินเท้าก็ไม่สะบัด ไม่ล้มเลย ส่วนน้องโคลเอ้เขาเป็นผู้หญิงก็จะเดินช้ากว่า 2 ถึง 3 เดือน สำหรับเรามองว่าการเลือกรองเท้าที่ดีให้ลูกนั้นสำคัญมาก ขนาดเราเป็นผู้ใหญ่ถ้าโดนรองเท้ากัดยังเจ็บเลย แต่เด็กเขาเป็นวัยเพิ่งเริ่มเดิน กำลังพัฒนา ถ้าเลือกใส่รองเท้าที่ไม่ถูกต้องตามหลัก อาจส่งผลให้เขามีการเดินที่ไม่ถูกต้อง และไม่สามารถทำกิจกรรม หรือเล่นกีฬาได้ในอนาคต”</p>
<p>คุณแม่ยิ้มสวย เมลนีย์ อยู่วิทยา เผยว่า “ตอนน้องเฌอลินณ์ใกล้หัดเดินเรากังวลมากว่าจะหารองเท้าแบบไหนมาให้ลูกใส่ดี เพราะรู้ว่ารองเท้าที่ดีสำหรับเด็กจะต้องได้รับการตัดเย็บแบบเฉพาะทางเพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาการการเดินเป็นหลัก ซึ่งเราตั้งใจจะหารองเท้าที่ใส่แล้วช่วยพยุงข้อเท้าลูก ใช้วัสดุอย่างดี ใส่สบาย ไม่กัดเท้า และไม่อับ แต่เราก็ยังอยากได้รองเท้าที่ดีไซน์สวยด้วย เพราะลูกเป็นผู้หญิง เราก็อยากให้เขาแต่งตัวน่ารักๆ ตั้งแต่เด็ก กระทั่งมาเจอแบรนด์เบบี้บอท ที่คุณภาพ และดีไซน์ ได้รับการการันตีจากหมอหลายๆ คน เราก็เลยให้น้องเฌอลินณ์ใส่แบรนด์นี้ตลอด ตอนนี้เขาก็กำลังหัดเดินเตาะแตะได้ประมาณ 5 ถึง 8 ก้าว สังเกตุเห็นเลยว่ารองเท้ามีส่วนช่วยให้เขายืนได้อย่างมั่นคง และก้าวเดินอย่างมั่นใจมาก ซึ่งสามารถช่วยลดอุบัติเหตุการล้มระหว่างหัดเดินได้ค่อนข้างดี”</p>
<p>ปิดท้ายที่คุณแม่คนเก่ง รัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา เล่าว่า “สำหรับการเลือกรองเท้าให้น้องไอออน โอบอุ้มใส่ใจมากตั้งแต่น้องเริ่มหัดเดิน เพราะเราทราบดีว่าการเลือกรองเท้าในวัยเด็กนั้นสำคัญมาก อย่างหลักในการเลือกให้น้องไอออน จะต้องเป็นรองเท้าที่มีน้ำหนักเบา บริเวณหน้าเท้าต้องกว้างจะได้ไม่บีบนิ้วเท้าลูก ขนาดต้องพอดีไม่คับหรือหลวมจนเกินไป รัดข้อเท้าพอดี เพื่อให้เขาเดินได้อย่างคล่องแคล่ว รวมถึงดีไซน์ก็ต้องดูดี ไอออนเขาจะชอบแบบรองเท้ารัดส้น เปิดหน้า เพราะใส่สบาย ไม่ร้อน เวลาเลือกรองเท้าเราก็จะถามเขาด้วยว่าชอบแบบไหน เพราะอยากให้เขาใส่บ่อยๆ เนื่องจากรองเท้าที่ดีก็จะช่วยส่งเสริมในเรื่องพัฒนาการการเดินด้วย ตั้งแต่ไอออนใส่เบบี้บอทเขาเดินสวย ขาไม่โก่งงอเลย รองเท้ามีส่วนช่วยในการพยุงข้อเท้ามากๆ ทำให้สรีระ และท่าทางการเดินไม่มีปัญหาอะไรเลย”</p>
<p>พบกับ “เบบี้บอท” (Babybotte) รองเท้าที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านการเดินสำหรับเด็กได้แล้ววันนี้ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2 บริเวณด้านหน้าทางเข้าไอซ์สเก็ต, สยาม พารากอน ชั้น 3 บริเวณแผนกเด็ก, ร้าน QD Little thing ทุกสาขา, ร้าน Baby gift ทุกสาขา, ร้าน Minikids และโรงเรียนนานาชาติ Regent รวมถึงช่องทางออนไลน์ทาง www.babybotte-th.com, IG: babybotte_thailand, FB: babybotte Thailand และ Line@: @babybotte_thailand</p>
<p>#Babybotte ราคา<br />#Babybotte Thailand<br />#Babybotte สาขา<br />#รองเท้าหัดเดินยี่ห้อไหนดี 2564<br />#รองเท้า mikihouse<br />#babybotte มือสอง<br />#รองเท้า Combi<br />#รองเท้าหัดเดิน ญี่ปุ่น</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/">แม่ &amp; เด็ก</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%84/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>วิธีเอาชนะลูกดื้อ - ก้าวร้าว - ต่อต้าน</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
                        <pubDate>Thu, 22 Jul 2021 09:17:20 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[โดยทั่วไปธรรมชาติของเด็กต้องการความรัก และการยอมรับจากคุณพ่อคุณแม่ อยากได้คำชมว่าเป็นเด็กดี น่ารัก รู้จักเชื่อฟังผู้ใหญ่ แต่หากลูกเรามักจะดื้อ ต่อต้าน ไม่เชื่อฟัง นั่นคือผิดวิสัยเด็ก และมีสา...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/jH3HTKw/5.jpg" alt="5" border="0" /></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal" align="center"> </p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: arial, sans-serif">โดยทั่วไปธรรมชาติของเด็กต้องการความรัก และการยอมรับจากคุณพ่อคุณแม่ อยากได้คำชมว่าเป็นเด็กดี น่ารัก รู้จักเชื่อฟังผู้ใหญ่ แต่หากลูกเรามักจะดื้อ ต่อต้าน ไม่เชื่อฟัง นั่นคือผิดวิสัยเด็ก และมีสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น</span></span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;font-size: 12pt"><strong>พญ.ดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว กุมารแพทย์ที่ปรึกษาศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช</strong> <strong>และเจ้าของเพจ หมอปุ๊ก </strong><strong>Doctor For Kids</strong> ได้เล่าถึงเหตุผลที่ทำให้ลูกดื้อและไม่เชื่อฟัง พร้อมทั้งมีวิธีแก้มาฝากคุณพ่อคุณแม่ด้วย คุณหมอบอกว่าจากประสบการณ์ที่ได้ดูแลเด็กดื้อ ต่อต้านที่พ่อแม่พามาปรึกษา พบว่า 5 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกดื้อ และไม่เชื่อฟังพ่อแม่ มีดังนี้</span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-size: 12pt"><strong><span style="font-family: arial, sans-serif"> </span></strong></span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-size: 12pt"><strong><span style="font-family: arial, sans-serif">ข้อแรก เด็กไม่ได้รับความสนใจเมื่อทำตัวดี</span></strong></span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;font-size: 12pt">อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าโดยทั่วไปเด็กต้องการความรัก ความใส่ใจ คำพูดดีๆ จากจากพ่อแม่ แต่หากเด็กทำตัวดี เชื่อฟัง ว่านอนสอนง่ายมาเรื่อยๆ แล้วพ่อแม่กลับทำเฉย ไม่สนใจ เหมือนมองไม่เห็นการทำดีนั้น พอมาวันหนึ่ง ด้วยเหตุอะไรก็ตาม เด็กบังเอิญได้ทำตัวไม่ดี ดื้อ ไม่เชื่อฟัง อาละวาดโวยวายขึ้นมาสักครั้งสองครั้ง พ่อแม่รีบเข้ามาสนใจ ให้ความสำคัญเห็นเป็นเรื่องใหญ่ และบางทียังได้ของที่อยากได้ (ที่เวลาพูดขอดีๆ กลับไม่ได้) เพื่อเป็นการตัดรำคาญหรือติดสินบนให้หยุดดื้อ หยุดโวยวาย อาละวาด เอาแต่ใจ หากเป็นแบบนี้ เด็กจะเรียนรู้ที่จะทำตัวไม่ดีเวลาอยากได้ความสนใจหรือเวลาอยากได้อะไรจากผู้ใหญ่ </span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;font-size: 12pt"><strong>วิธีแก้ </strong>พ่อแม่ให้ "ความสนใจทางบวก" เวลาลูกทำตัวดี</span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;font-size: 12pt">• ให้เป็นคำชม ยิ้มให้ลูก พยักหน้าแสดงความสนใจ แสดงท่ารับรู้ ลูบศีรษะ กอด ฯลฯ ทำเช่นนี้บ่อยๆ ทุกครั้งที่ลูกทำตัวดี</span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: arial, sans-serif">• การให้ความสนใจทางบวกกับลูกอย่างสม่ำเสมอ เป็นเสมือนการเติมพลังใจ สร้างแรงจูงใจในการทำตัวดีให้กับลูก เป็นการแสดงออกให้ลูกรู้ว่าคุณรับรู้คุณค่าในตัวเขา ตอบสนองความต้องการของลูกที่อยากได้การยอมรับ ความรัก ความสนใจจากพ่อแม่และผู้ใหญ่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความต้องการพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต้องการ</span></span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-size: 12pt"> </span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-size: 12pt"><strong><span style="font-family: arial, sans-serif">ข้อสอง ลูกไม่ได้รับการสอนว่าพฤติกรรมที่ดีคืออะไร </span></strong></span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;font-size: 12pt">บางบ้านไม่สอนอะไรว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ไม่มีการกำหนดขอบเขตพฤติกรรมที่ควรและไม่ควรทำในครอบครัว</span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;font-size: 12pt"><strong>วิธีแก้ </strong>สั่งสอนลูก ชี้แนะให้รู้จักขอบเขตที่ชัดเจนของพฤติกรรมที่ทำได้และทำไม่ได้ </span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;font-size: 12pt">ตัวอย่างในการสอนลูก เวลาเห็นลูกทำตัวไม่เหมาะสมในเรื่องใดก็ตาม ควรพูดเตือนทันที อย่าปล่อยผ่านไป โดยให้พูดบอก "สั้นๆ ง่ายๆ" ใช้น้ำเสียง สีหน้ากลาง ๆ ไม่ใช้อารมณ์ แต่ท่าทางเอาจริง ลองฝึกพูดกับหน้ากระจกดูก่อนก็ได้ว่าหน้าตาท่าทางเราดูคุกคามลูกเกินไปมั๊ย หรือน้ำเสียงเราอ่อน ขาดความเด็ดขาด ตัองบาลานซ์</span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;font-size: 12pt">• ให้พูดกับลูกสาววัย 4 ขวบ ที่กำลังแย่งของเล่นจากพี่ชายวัย 6 ขวบ ว่า "หนูไม่แย่งของจากมือพี่ หนูขอพี่แล้วรอให้พี่ส่งของให้ค่ะ"</span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;font-size: 12pt">• เมื่อลูกเอาเท้ายกขึ้นมาบนโต๊ะตอนกินอาหาร ให้พูดกับลูกว่า "โต๊ะไว้วางอาหาร ลูกเอาเท้าวางบนพื้นค่ะ"</span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-size: 12pt"> </span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-size: 12pt"><strong>ข้อสาม ลูกเห็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมจากพ่อแม่ และเกิดการเลียนแบบ</strong></span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-size: 12pt"><strong>วิธีแก้ </strong>เตือนตัวเองว่าลูกจำและเรียนรู้จากเรา เราต้องเป็นต้นแบบของพฤติกรรมที่เหมาะสมให้กับลูก</span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-size: 12pt"><strong><span style="font-family: arial, sans-serif"> </span></strong></span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-size: 12pt"><strong><span style="font-family: arial, sans-serif">ข้อสี่ ลูกโกรธ เศร้า หรือกังวล</span></strong></span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-size: 12pt">เวลาเด็กมีความรู้สึกลบๆ พวกเขามักจะระบายอารมณ์ออกมาเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ดื้อ ต่อต้าน ก้าวร้าว ทำร้ายคนอื่น ทำลายข้าวของ</span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-size: 12pt"><strong>วิธีแก้ </strong>ก่อนที่จะพูดตำหนิหรือไม่พอใจลูก ให้ลองพิจารณาว่าช่วงนี้ลูกมีอารมณ์และการแสดงออกด้านอื่นที่เปลี่ยนไปจากเดิมด้วยหรือไม่ เช่น เงียบลง ดูหงอยๆ แยกตัว ไม่ร่าเริง กินน้อย นอนยาก ร้องไห้ง่ายกว่าเดิม หงุดหงิดง่าย ขี้โมโหกว่าเดิม ถ้าพ่อแม่สังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ให้ลองคุยกับลูกว่ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจ ลองถามดูว่าที่โรงเรียนเป็นยังไง ทั้งเรื่องครู เรื่องเพื่อน เรื่องการเรียน ถามไถ่ชีวิตลูก จะได้รู้สาเหตุที่ทำให้ลูกมีอารมณ์และการแสดงออกที่ผิดไปจากเดิม อาจจะช่วยชี้แนะลูกถ้าช่วยได้</span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-size: 12pt"><strong><span style="font-family: arial, sans-serif"> </span></strong></span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-size: 12pt"><strong><span style="font-family: arial, sans-serif">ข้อห้า พื้นอารมณ์ของลูก</span></strong></span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;font-size: 12pt">เด็กบางคนเป็นเด็กที่มีพื้นอารมณ์อ่อนไหว หงุดหงิดง่าย ปรับตัวยาก มีความคิดและอารมณ์ค่อนไปทางลบ เด็กกลุ่มนี้มักจะแสดงท่าทีต่อต้าน ไม่ร่วมมือกับคนอื่นอยู่บ่อยๆ มีความคับข้องใจง่าย จะแสดงพฤติกรรมถดถอย ทำตัวไม่สมวัย</span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;font-size: 12pt"><strong>วิธีแก้ </strong>พ่อแม่ควรทำความเข้าใจในเรื่องพื้นอารมณ์ของเด็ก และตอบสนองลูกให้เหมาะกับพื้นอารมณ์ของเค้า จะช่วยลดความคับข้องใจของลูกลงไปได้ ช่วยให้ลูกปรับตัวกับสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น</span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;font-size: 12pt"> </span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;font-size: 12pt">เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบถึง 5 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกมีพฤติกรรมดื้อ ต่อต้าน ไม่เชื่อฟังแล้ว ลองนำไปใช้สังเกตลูกดูว่าเป็นแบบนี้หรือไม่ หากพบว่าใช่ ควรรีบปรับพฤติกรรมตัวเอง เน้นที่ พ่อแม่ปรับพฤติกรรมของตัวเองที่กระทำต่อลูก จะพบว่าลูกร่วมมือกับพ่อแม่มากขึ้น ต่อต้านลดลง ให้ค่อยๆ ปรับตัวเองและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่หากลูกยังมีพฤติกรรมดื้อ ต่อต้านเช่นเดิม แนะนำว่าควรปรึกษากุมารแพทย์หรือจิตแพทย์เด็กเพื่อประเมินสภาวะอารมณ์ จิตใจ ความคิด และการปรับตัวของลูก เพื่อได้รับการดูแลช่วยเหลือให้ตรงสาเหตุต่อไป</span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;font-size: 12pt"> </span></p>
<p class="yiv6008607347MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;font-size: 12pt">หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคและสุขภาพเด็ก สามารถขอรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช โทร.02 483 9999 หรือ <a href="http://www.navavej.com" target="_blank" rel="nofollow noopener noreferrer">www.navavej.com</a></span></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/">แม่ &amp; เด็ก</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		