<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									สุขภาพ ฟิตเนส ลดน้ำหนัก อาหารเสริม - Guestpost สาระดีๆ มีมาแบ่งปันกัน				            </title>
            <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/</link>
            <description>โฟสฟรี สาระดีๆ หรือจะลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ก็ได้เช่นกัน</description>
            <language>en-US</language>
            <lastBuildDate>Mon, 14 Sep 2026 07:36:58 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>เพิ่มฮอร์โมนแห่งความอ่อนเยาว์ ด้วยคอลลาเจนจากปลาแซลมอน</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%88/</link>
                        <pubDate>Thu, 28 Oct 2021 03:49:32 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ถึงร่างกายคนเราจะโรยราไปตามอายุ แต่การดูแลตัวเองอย่างดีถือเป็นการช่วยร่นระยะเวลาไม่ให้ร่างกายเสื่อมโทรมเร็วไปกว่าเดิม ไม่เพียงแค่ต้องบริหารจัดการความเครียด ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เลือกทานอาห...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/Xj6D3X0/2021-10-28-104502.jpg" alt="2021-10-28-104502" border="0" /></p>
<p>ถึงร่างกายคนเราจะโรยราไปตามอายุ แต่การดูแลตัวเองอย่างดีถือเป็นการช่วยร่นระยะเวลาไม่ให้ร่างกายเสื่อมโทรมเร็วไปกว่าเดิม ไม่เพียงแค่ต้องบริหารจัดการความเครียด ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่อย่าลืมคำนึงถึงสิ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นมาได้ด้วยตัวเองในวัยสดใสและมีวันลดลงไปอย่าง “คอลลาเจน” ที่เป็นสารสำคัญในเรื่องความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของร่างกาย อย่างที่ทราบกันดีว่าในช่วงอายุน้อยร่างกายจะผลิตคอลลาเจนได้มาก แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้นทุกปีจะพบว่าร่างกายมีคอลลาเจนลดลง เพื่อให้ผิวดี ข้อต่อไม่เจ็บ ไม่ปวด ลุกนั่งไม่โอดโอย การทานคอลลาเจนจึงเป็นอีกสิ่งสำคัญในการดูแลร่างกาย</p>
<p>คอลลาเจนนั้นมีมากถึง 28 ชนิดที่แตกต่างกัน ที่พบได้มากในอาหารเสริมคือ Collagen Type1, Collagen Type2 และ Collagen Type3 แต่ละชนิดนั้นมีส่วนช่วยดูแลไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง หรือข้อต่อต่างๆ และสามารถเติมคอลลาเจนได้จากแหล่งอาหารต่างๆ หนึ่งในลิสต์นั้นมี “ปลาแซลมอน” อยู่ด้วย เพราะไม่เพียงอุดมไปด้วยไขมันดีที่ช่วยบำรุงสุขภาพ ดีต่อระบบหลอดเลือดหัวใจ มีกรดไขมันโอเมก้า3 โปรตีน วิตามินบี วิตามินดี โพแทสเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่น่าสนใจกว่านั้นในเยื่อหุ้มรังไข่ของปลาแซลมอนมีคอลลาเจนอยู่ ซึ่งคนญี่ปุ่นมักเรียกกันว่า คอลลาเจนจากรกปลาแซลมอน ที่ช่วยเพิ่มฮอร์โมนแห่งความอ่อนเยาว์</p>
<p>รู้แบบนี้แล้ว คนรักสุขภาพอย่าเพิ่งหน้านิ่ว คิ้วขมวด ว่าจะหามารับประทานได้อย่างไร กิฟฟารีนช่วยหาทางออกให้ชีวิตคุณดีและง่ายขึ้นด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์น้องใหม่ “กิฟฟารีน แซลมอน คอลลาเจน พลัส+” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนผสมทับทิมชนิดผง จากประเทศญี่ปุ่น ที่อุดมไปด้วยคอลลาเจน 2 ชนิด ทั้งแซลมอนคอลลาเจนเปปไทด์ ซึ่งสกัดจากเยื่อหุ้มรังไข่ปลาแซลมอน ให้กรดอะมิโนที่หลากหลายมากกว่า 20 ชนิด นี่แหละที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากความทรุดโทรมต่างๆ ได้ดีขึ้น ผิวสวย รวมถึงยังมีคอลลาเจนไดเปปไทด์ ซึ่งเป็นคอลลาเจนขนาดเล็กที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ทันที ดีกว่าคอลลาเจนรูปแบบอื่น ส่งผลดีทั้งเรื่องของผิวและข้อต่อ เพิ่มความสดชื่นและวิตามินจากทับทิม ไม่มีน้ำตาลให้ต้องกังวล ด้วยสารสกัดจากหญ้าหวาน แถมพลังงานต่ำเพียง 25 กิโลแคลอรีต่อซอง</p>
<p>แถมพกพาง่าย เพราะบรรจุมาในแบบซอง ฉีกสะดวก ชงดื่มง่าย ละลายเร็ว ชงได้ทั้งน้ำอุณหภูมิปกติและน้ำเย็น ด้วยชีวิตในยุคนี้ที่ล้วนแต่ทำอะไรด้วยความรวดเร็ว “กิฟฟารีน แซลมอน คอลลาเจน พลัส+” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนผสมทับทิมชนิดผง ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ อีกทั้งให้ปริมาณคอลลาเจนที่สูงถึง 10,000 มิลลิกรัมต่อวัน จึงแนะนำให้ดื่มได้วันละ 2 ซอง ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น เพิ่มความมั่นใจ คนรักตัวเอง ต้องไม่พลาดดูแลร่างกายด้วย กิฟฟารีน แซลมอน คอลลาเจน พลัส+</p>
<p> </p>
<p>#คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี 2021<br />#คอลลาเจน ยี่ห้อไหนดี 2564<br />#อายุ 40 กิน คอ ล ลา เจน ตัวไหนดี<br />#คอลลาเจน 7-11<br />#คอลลาเจนผิวขาว<br />#คอลลาเจนกับกระดูก<br />#คอลลาเจน pantip<br />#คอลลาเจนสําหรับผู้สูงอายุ<br />#คอลลาเจน mega รีวิว<br />#ไฮโดรไลเซท คอลลาเจน คือ<br />#ไฮโดรไลซ์ คอลลาเจน ประโยชน์<br />#ไฮโดรไลซ์ คอลลาเจน ยี่ห้อไหนดี<br />#คอลลาเจน mega we care pantip<br />#ไฮโดรไลซ์ คอลลาเจน ไตรเปปไทด์ คือ<br />#คอลลาเจน verisol คือ<br />#คอลลาเจนไฮโดรไลเซท หรือเปปไทด์</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/">สุขภาพ ฟิตเนส ลดน้ำหนัก อาหารเสริม</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%88/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>&quot;สมดุลแห่งกายใจ&quot; ในมุมแพทย์มนุษยปรัชญา &quot;นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล&quot;</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9e/</link>
                        <pubDate>Sun, 03 Oct 2021 11:37:06 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[‘หมอปอง’ หรือ นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล อุปนายกสมาคมการแพทย์มนุษยปรัชญาไทย คือแพทย์มนุษยปรัชญา ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกัน และผู้มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยด้วยการแพทย์แบบองค์รวม ซึ่งให้ควา...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/WKdGZMp/image.jpg" alt="image" border="0" /></p>
<p>‘หมอปอง’ หรือ นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล อุปนายกสมาคมการแพทย์มนุษยปรัชญาไทย คือแพทย์มนุษยปรัชญา ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกัน และผู้มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยด้วยการแพทย์แบบองค์รวม ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลรักษากาย และจิตใจ หรือ Body &amp; Mind ยิ่งไปกว่านั้น การแพทย์มนุษยปรัชญา (Anthroposophic medicine) ยังมององค์ประกอบของความเป็นมนุษย์ว่าย่อมมีทั้งกาย จิต และจิตวิญญาณ อารมณ์ ความรู้สึก สุขภาพ ล้วนสัมพันธ์กับธาตุต่างๆ ในร่างกาย</p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น หมอปองยังศึกษา การแพทย์โฮมิโอพาธีย์ (homeopathy ศาสตร์สมุนไพร ธรรมชาติบำบัดหรือการแพทย์พื้นบ้านของยุโรปที่มีอายุมากกว่า 200 ปี ) ทั้งยังให้ความสำคัญกับการรักษาแบบผสมผสานกับการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนจีน นอกจากนี้ ในแนวทางกระบวนการเยียวยายังมี Art Therapy และ Music Therapy ศาสตร์การใช้ดนตรีบำบัด และศิลปะบำบัด เพื่อเยียวยาจิตใจผู้ที่มีปัญหาทางด้านอารมณ์ หรือกลุ่มผู้ป่วยจิตเวช อาทิ ผู้ป่วยโรคซีมเศร้า หรือไบโพลาร์ ผสานกับการแพทย์แผนปัจจุบันและการเยียวยาในแนวทางอื่นๆ</p>
<p>ด้วยองค์ความรู้ที่ครอบคลุมและเปิดกว้างต่อศาสตร์การแพทย์ในหลายแขนง ‘ผู้จัดการออนไลน์’ จึงสัมภาษณ์พิเศษ นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล อุปนายกสมาคมการแพทย์มนุษยปรัชญาไทย เพื่อขอให้บอกเล่าถึงศาสตร์แพทย์องค์รวมที่ให้ความสำคัญต่อร่างกายและจิตใจที่เกี่ยวพันกับสรรพสิ่งและธาตุต่างๆ ตามองค์ความรู้ของบรรพชนที่สืบต่อกันมายาวนาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งใดคือแก่นสำคัญของการแพทย์มนุษยปรัชญา ความรู้ที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ทั้งจากยุโรป ไทย จีน จึงหลอมรวมอยู่ในเรื่องราวอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อองค์ความรู้ทั้งมวลได้ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง แก่ผู้ป่วยหลายราย ไม่เว้นแม้แต่ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ได้รับคำแนะนำจาก นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล แล้วอาการดีขึ้นด้วยศาสตร์สมุนไพร ขณะที่มุมมองเรื่องการทำงานของร่างกายที่สอดประสานกับจิตใจและจิตวิญญาณ ทำงานเชื่อมโยงกับสีสันและธาตุเจ้าเรือนอย่างไรนั้น ทั้งหลายทั้งปวงนี้ ล้วนได้รับการบอกกล่าวไว้อย่างน่าสนใจยิ่ง</p>
<h2>ได้รับการถ่ายทอดความรู้จากบิดา-มารดา</h2>
<p>เมื่อถามว่าปัจจุบัน นพ.ทีปทัศน์ เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านไหน นพ.ทีปทัศน์ ตอบว่า</p>
<p>“ผมเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน ที่จบจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี แล้วก็ไปศึกษาต่อเป็นแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ป้องกัน โดยผมเป็นรุ่นที่สอง ก่อนนั้น มีคุณหมอบรรจบกับหมอลลิตา (หมายเหตุ- นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล อดีตผู้ดำรงค์ตำแหน่ง คณบดีวิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์, พญ.ลลิตา ธีระสิริ เป็นบิดา-มารดาของ นพ.ทีปทัศน์) ท่านทำด้าน Wellness (เวลเนส) และศูนย์ธรรมชาติบำบัดมา</p>
<p>“ตัวผมเองก็เลยได้รับการถ่ายทอดความรู้จากคุณพ่อคุณแม่ เรื่องวิตามิน การฝังเข็ม เรื่องสมุนไพร แล้วก็ศึกษาลงลึกเรื่องโฮมีโอพาธีย์ (ระบบ Homeopathy-การแพทย์ทางเลือกที่ถือกำเนิดจากประเทศเยอรมัน เน้นการรักษาทางธรรมชาติบำบัด) ซึ่งดูเหมือนเป็นศาสตร์ใหม่ แต่จริงๆ มีมานานแล้วในยุโรป แต่เพิ่งมาถึงเมืองไทย เมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา จากนั้นผมก็ไปเรียนต่อด้านการลงลึกเรื่องวิตามิน และการบำบัดด้วยอาหารและโภชนาการ ของ American Board of Nutritional Wellness แต่สุดท้าย ตำแหน่งที่ผมดำรงอยู่ปัจจุบัน คือ อุปนายกสมาคมแพทย์มนุษยปรัชญาไทย”</p>
<h2>การแพทย์มนุษยปรัชญา (Anthroposophic medicine) คือ?</h2>
<p>นพ.ทีปทัศน์ กล่าวว่า การแพทย์มนุษยปรัชญา (Anthroposophic medicine) ที่มีในไทยเป็นการแพทย์องค์รวม (Holistic &amp; Wellness) ซึ่งกำเนิดในเยอรมัน โดย ดร.รูดอล์ฟ สไตเนอร์ (หมายเหตุ-Rudolf Steiner-ผู้ริเริ่มโรงเรียนและการศึกษาวอลดอร์ฟ The Waldorfschule การศึกษาที่มีรากฐานมาจากมนุษยปรัชญา(Anthroposophy) ได้รับความสนใจในวงกว้างตลอดระยะเวลานับศตวรรษที่ผ่านมา ) ดร.รูดอล์ฟ สไตเนอร์ ซึ่งเป็นนักคิด นักปรัชญาที่ดูแลคนมากมาย มีลูกศิษย์ที่ทำงานด้านการแพทย์ ก็นำเอาความรู้ด้านองค์รวมมาดูแลคนไข้</p>
<h2>ถามว่า แนวทางดังกล่าวเรียกว่าแนววอลดอร์ฟ ใช่หรือไหม</h2>
<p>นพ.ทีปทัศน์ กล่าวว่า “ใช่เลยครับ แต่ผมจะเรียนอย่างนี้ครับว่า ดร.รูดอล์ฟ สไตเนอร์ จากที่เขามีผู้ร่วมอุดมการณ์มาทำงานเป็นสมาคมมนุษยปรัชญานั้น ในสมาคมมนุษยปรัชญา ยุคแรกๆ ดร.รูดอล์ฟ สไตเนอร์ ซึ่งเป็นนักปรัชญา ก็นำความรู้เรื่องปรัชญาและภาพรวมของชีวิตมาเล่า และสร้างเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ๆ ลูกศิษย์รุ่นหนึ่งก็จะเป็นนักบำบัดที่เป็นศิลปิน เป็น Art Therapist, Music Therapist คือ ใช้ดนตรีมาบำบัด ใช้ศิลปะมาบำบัด คราวนี้เขาก็พบว่า การที่รอคนป่วยมารักษาแล้วใช้แนวคิดมาบำบัดมันไม่พอ”</p>
<p>“ก็มีคนถามดร.รูดอล์ฟ สไตเนอร์ ว่า ถ้าอย่างนั้น ลูกหลานของเราไม่แย่เหรอ เพราะสมัยของ ดร.รูดอล์ฟ สไตเนอร์ ก็ตั้งแต่ร้อยปีที่แล้ว บางคนก็เริ่มมีผลกระทบจากเศรษฐกิจ สังคม ความเครียด ทำอย่างไร ไม่ต้องให้คนเราป่วย” นพ.ทีปทัศน์ ระบุและกล่าวเพิ่มเติมว่า</p>
<p>ดร.รูดอล์ฟ สไตเนอร์ จึงให้แนวคิดว่า ถ้าอย่างนั้น ต้องเปลี่ยนวิธีการศึกษา เพราะวิธีการศึกษาที่ไม่เหมาะสม ทำให้เด็ก โตมาอย่างป่วยๆ เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะป้องกันรักษาตรงส่วนนี้ จึงเป็นที่มาทำให้เกิด Movement เกิดการตั้งโรงเรียนขึ้นมา โดยมุ่งเน้นไปที่การเจริญเติบโตของเด็กในแบบที่เป็นองค์รวม คือ body and mind (ทั้งกายและใจ) ที่ดี ก็เลยเกิดการศึกษาแบบวอลดอร์ฟขึ้น เป็นสิ่งหนึ่งที่ ดร.รูดอล์ฟ สไตเนอร์ ก่อตั้งขึ้น แต่ในช่วงชีวิตต่อมาของเขาก็มีการก่อตั้งคลินิคร่วมกับหมอชาวดัตช์ ชื่อคลินิก อารเลสไฮม์ (Arlesheim) ขึ้นมา Movement ตรงนี้ก็คือ เริ่มเอาหลักการมนุษยปรัชญาว่าคนเรามีกาย มีจิต มีจิตวิญญาณ เข้ามาในการรักษาโรค เกิดการก่อตั้งการแพทย์ในแนวมนุษยปรัชญาขึ้น</p>
<p>การแพทย์มนุษยปรัชญา คือ เมื่อป่วยแล้วทำอย่างไรที่จะรักษาฟื้นฟูเขา ซึ่งประเด็นนี้ก็คือสาขาที่นพ.ทีปทัศน์ทำอยู่โดยตรงและเป็นอุปนายกสมาคมอยู่ แล้วก็สุดท้าย ก่อนที่ ดร.รูดอล์ฟ สไตเนอร์ จะเสียชีวิตก็มีการพูดกันว่า การที่เราจะไม่ป่วย เราต้องมีการเกษตรที่ผลิตอาหารที่ดีด้วย เพราะอาหารที่ไม่ดีหลายๆ อย่างนั่นแหละที่ทำให้คนเราป่วย</p>
<p>นพ.ทีปทัศน์กล่าวว่า “เพราะฉะนั้น ถ้าเราติดตามวงการมนุษยปรัชญาในเมืองไทย มีการพูดถึงเกษตรอินทรีย์ เกษตรไบโอไดนามิค หรือว่า เกษตรชีวพลวัต (Biodynamic Agriculture) อันนี้ คือ สิ่งที่ ดร.รูดอล์ฟ สไตเนอร์ บอกไว้เมื่อ 100 ปีที่แล้วว่าอาหารเราเริ่มแย่แล้วนะ เพราะฉะนั้น Movement ของมนุษยปรัชญา ถ้าจะให้สมบูรณ์ ต้องมีสี่สาขาหรือสี่ประการ”</p>
<ul>
<li>ประการแรก การศึกษาเชิงป้องกันและเกี่ยวกับสุขภาพ</li>
<li>ประการที่สอง ศิลปะบำบัด Art Therapy และ Music Therapy</li>
<li>ประการที่สาม สาขาของการแพทย์เพื่อเยียวยาและบำบัด</li>
<li>ประการสุดท้าย สาขาของการเกษตรที่เป็นเกษตรอินทรีย์ในแบบเกษตรชีวพลวัตร เหล่านี้จึงจะทำให้เกิดการเยียวยาผู้คนในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพในภาพรวม</li>
</ul>
<h2>การแพทย์องค์รวม</h2>
<p>ถามว่า การทำงานของคุณหมอซึ่งเป็นแพทย์ในแนวทางของมนุษยปรัชญา ทำงานร่วมกันอย่างไรกับแพทย์แขนงอื่นๆ</p>
<p>นพ.ทีปทัศน์ กล่าวว่า จริงๆ แล้ว การแพทย์แผนปัจจุบันมีคุณูปการอย่างมาก ในการช่วยยืดคุณภาพชีวิตของผู้คน ในช่วง 100-200 ปีที่ผ่านมาได้ เพียงแต่ว่า มุมมองนี้ การแพทย์ในแบบมาตรฐานจะใช้มุมมองในแบบที่ผมเรียกว่า ฮาร์ดแวร์ (Hardware-หมายเหตุ เปรียบกับร่างกาย ) ของชีวิตคนเรา เพราะว่า ในมุมมองการแพทย์องค์รวมคนเราไม่ได้มีแต่ร่างกายที่เป็นฮาร์ดแวร์เท่านั้น แต่ว่าคนเรายังมีสิ่งที่เรียกว่าซอฟต์แวร์ (software) คือ จิต ดวงจิตหรือจิตวิญญาณที่เข้ามาทำงานในเชิงของการรู้ตัวรู้ตน ทั้งชอบ และไม่ชอบ รวมถึงความเครียดต่างๆ ที่เกิดขึ้น</p>
<p>แน่นอน หากลองนึกว่าถ้าเราดูแลแต่ฮาร์ดแวร์ แล้ววันหนึ่ง คอมพิวเตอร์ ของเราติดไวรัส ถ้าเราปล่อยทิ้งไว้ก็เป็นไปได้ว่า เดี๋ยวการ์ดจอก็เสีย ฮาร์ดไดร์ฟก็เสีย เพราะซอฟแวร์มันเสียหาย</p>
<p>เช่นเดียวกัน ด้วยนัยอย่างนี้ ถ้าเรามองว่าการแพทย์แผนปัจจุบัน มองไปที่การรักษาร่างกายมากๆ แทบจะรู้ไปจนถึงทุกเซลล์ ทุกอณู ทุกดีเอ็นเอแล้ว แต่ทว่าก็มีความเจ็บป่วยหลายๆ อย่างที่ไม่ตอบโจทย์ด้านชีวโมเลกุลเพียงอย่างเดียว</p>
<p>ยกตัวอย่างเช่น สมมติ มีคนมารักษากับหมอด้วยอาการปวดหัวเรื้อรัง การแพทย์แผนปัจจุบันจะตอบโจทย์มากๆ ในแง่ที่เราปวดหัวมากแล้วเราไปเอ็กซเรย์สมอง แล้วเจอเนื้องอกในสมอง อันนั้น หมายความว่าเราเจอฮาร์ดแวร์ที่ผิดปกติ เช่น อาจจะน็อตหลุด แล้วต้องเปลี่ยนฮาร์ดไดรฟ์</p>
<p>แต่ปรากฎว่า 80% ของคนที่ปวดหัว เมื่อเอ็กซเรย์สมองแล้วก็กลับพบว่าปกติ สบายดี ไม่เป็นไร สบายใจได้ ปวดหัวก็กินยาแก้ปวดหัวไป แต่ถ้าเรามองว่า คนเรามีซอฟท์แวร์ มีความเครียด บางคน ถ้าเราไปซักอาการดีๆ เราพบว่า เขาปวดหัวทุกครั้งที่มีอาการหงุดหงิดหรือโกรธ พื้นนิสัยบางอย่างเขาเป็นคนขี้โกรธ ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่างกับความขี้โกรธของเขา เดี๋ยวกินยาไปก็หยุด หยุดกินยาก็ปวดหัวอีก</p>
<p>แต่ถ้าเป็นความเครียดจากจิตใจ นี่เป็นคนละเรื่อง บางคนบอกปวดหัวทุกครั้งที่ซึมเศร้า น้อยใจ เสียใจ ปวดหัว ร้องไห้จนปวดหัว เอ็กซเรย์ก็ไม่เจออะไร เราก็ต้องไปจัดการกับนิสัยใจคอของเขา ตรงนี้มันก็เลยทำให้เราต้องมาจำแนกคนเป็นบุคลิกภาพ หรือความแตกต่างเฉพาะบุคคล เพราะฉะนั้น แพทย์มนุษยปรัชญาจะเข้าไปตอบโจทย์เรื่องของการรักษาคนไข้เป็น The Individual หรือ Personalized medicine หรือมองคนๆ นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งการแพทย์แบบองค์รวมมีมายาวนานแล้ว ทั้งการแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนจีน มีมาหมดเลย</p>
<h2>"ธาตุเจ้าเรือน" กับการทำงานของร่างกาย</h2>
<p>นพ.ทีปทัศน์กล่าวว่า ยกตัวอย่าง คนไทยรู้จักธาตุเจ้าเรือน คนเราประกอบด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ</p>
<p>คนเราประกอบ ด้วย พลังชีวิต ชี่ ปราณ ทั้งหมดนี้ต้องสอดประสานกัน การแพทย์ที่ดูแลแต่ฮาร์ดแวร์ อาจเปรียบเหมือนกับการตรวจตัวถังรถยนต์แล้ว ปกติ แต่แพทย์ที่ดูเรื่องปราณ เรื่องพลังชีวิต เรื่องบุคลิกภาพ เรื่องอุปนิสัย เรื่องธาตุต่างๆ ที่เขาถูกเปรียบเทียบ มันก็จะเหมือนกับว่า เราจูนเครื่องให้มันเดินเรียบ เหมือนบางทีเครื่องมันไม่ได้เสีย แต่การสันดาปมันไม่ดี มันเดินสะดุด ประสบการณ์ในการขับก็ไม่ดี เราก็ต้องมาจูนทั้งหมด</p>
<p>“เหล่านี้ ผมเรียกว่า มันขยายออกมาจากการแพทย์แผนปัจจุบัน แล้วถ้าเรามองให้ดีกว่านั้น หากการแพทย์แผนปัจจุบัน มีหมอสักคนที่นอกจากรักษา เรื่องร่างกายแล้ว มาเข้าอกเข้าใจเราด้วย ก็จะนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เลย ซึ่งนั่นก็คืออุดมคติที่หมอในแนวมนุษยปรัชญาพยายามจะไปให้ถึง” นพ.ทีปทัศน์ระบุ</p>
<h2>ถามว่า หากถือว่า นพ.ทีปทัศน์ เป็นหมอในอุดมคติแบบนั้นได้ไหม</h2>
<p>นพ.ทีปทัศน์ ตอบว่า หมอก็เป็นหมอที่อยู่ในวงซึ่งมีนักบำบัด มีผู้เชี่ยวชาญ และมีอุดมการณ์เดียวกันแบบนี้ ทำหน้าที่ด้วยกันมาสักสิบกว่าปีแล้ว</p>
<p>มนุษยปรัชญา-การแพทย์องค์รวมกับการดูแลความป่วยไข้ทางจิตใจ</p>
<p>ถามว่า ปัจจุบัน สังคมมีผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มมากขึ้น อาทิ ไบโพร์ลาร์ หรือโรคซึมเศร้า ผู้ป่วยเหล่านี้ สามารถใช้แนวทางมนุษยปรัชญามาดูแลเขาด้วยได้หรือไม่ นอกจากการทานยาตามแพทย์สั่ง</p>
<p>นพ.ทีปทัศน์ ตอบว่า ตรงนี้น่าสนใจมาก เพราะกรอบการแพทย์องค์รวม เราจะมองคนทั้งคน และมองว่าจิตใจมีผลต่อร่างกาย ถ้าเป็นภาษาพุทธเราจะบอก ‘จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว’ แต่ในขณะเดียวกัน ร่างกายที่ผิดปกติก็มีผลต่อจิตใจด้วย ภาษาพระท่านบอก ธาตุที่ไม่ปกติมันก็ส่งผลทำให้จิตใจมันหวั่นไหว นอนไม่ดี ฝันร้าย</p>
<p>“เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นแพทย์แบบที่เราคุ้นชินจะบอกว่า ถ้าเราซึมเศร้า เราอารมณ์ไม่ดีนี้ เพราะสารเคมีในสมองมันทำงานผิดปกติ ก็จะไปทำการตรวจ หมอเองก็ตรวจนะ ในบางกรณีเพื่อดูว่า สารโดปามีน สารสื่อประสาท ปกติไหม ระดับของฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตปกติไหม หรือดูไปถึงสารเซโรโทนิน ซึ่งเราเรียกว่าเป็นสารสื่อประสาทแห่งความแฮปปี้ ว่าสารเหล่านี้ ปกติหรือเปล่า ถ้าเป็นการแพทย์แผนปกติก็จะมองว่าสารเคมีในสมองไม่ปกติ เพราะฉะนั้น ก็เอายาไปกิน ซึ่งยาจะเลียนแบบสารในสมอง เพื่อช่วยให้สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้</p>
<p>ซึ่งถามว่ายาได้ประสิทธิผลไหม มันก็แก้ได้ในหลายๆ เคส แต่ในบางเคสแค่ใช้เรื่องสารสื่อประสาทหรือยาที่เข้าไปเติมนั้นมันไม่พอ เราก็ต้องมาดูว่า ในตัวเขามี ‘ธาตุ’ ที่มันผิดปกติไปไหม เราก็ต้องมาดู ยกตัวอย่าง เราก็บอกว่า ในการย่อยที่ไม่ดี เราพบว่าเด็กบางคน ที่ย่อยไม่ดี เขาจะมีปัญหาเชิงพฤติกรรมด้วย ถามว่า ทำไม หากเป็นสมัยก่อนคงตอบไม่ได้</p>
<p>แต่ปัจจุบัน การแพทย์พบว่า สารเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารแฮปปี้ มันไม่ได้ถูกสร้างในสมองอย่างเดียว แต่มันถูกสร้างในลำไส้ด้วย ดังนั้น ถ้าลำไส้ย่อยไม่ดี มีการอักเสบ เซโรโทนินก็รั่วไหล ผลิตออกมาเท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะฉะนั้น ตราบใดที่เราบอกว่าเด็กสมาธิสั้น เด็กอารมณ์ไม่ดี แล้วเราไปแก้แต่ยาสมาธิสั้น โดยไม่แก้เรื่องระบบย่อยอาหาร ไม่ดูเรื่องอาหารการกิน ไม่แก้ด้วยโปรไบโอติกส์ (Probiotic) เด็กก็จะมีภาวะไม่เสถียรอยู่อย่างนั้น ซึ่งเราต้องมาแก้ด้วยอาการทางกาย” นพ.ทีปทัศน์ระบุและกล่าวเพิ่มเติมว่า</p>
<p>ลึกลงไปกว่านั้นอีก เราพบว่า ในบรรดาธาตุทั้งสี่ ของแนวทางมนุษยปรัชญา จะคล้ายแพทย์แผนไทย คือ มีธาตุต่างๆ ที่ไหลเวียน จับต้องไม่ได้ แต่มันทำงานอยู่ในตัวเรา ซึ่งธาตุทั้งสี่ จะถูกควบคุมโดยอวัยวะสี่ตัวหลักๆ</p>
<p>ธาตุดิน เกี่ยวกับ ปอด แพทย์แผนจีนเรียกธาตุทอง คือ อะไรที่เป็นโลหะแน่นๆ</p>
<p>ธาตุน้ำ จะถูกกำกับควบคุมโดยตับ เพราะฉะนั้น ใครที่มีปัญหาเรื่องตับจะมีอาการบวมน้ำ เพราะไม่สามารถควบคุมการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองในตัวได้</p>
<p>ธาตุลม การแพทย์มนุษยปรัชญาบอกว่าเกี่ยวกับไต เพราะฉะนั้น เมื่อไหร่ก็ตาม ที่เราจะควบคุมธาตุลม เราจะต้องบำรุงไตให้ดี ในการแพทย์แผนจีนก็มีการบำรุงไต มี concept ที่เชื่อมโยงกันอยู่</p>
<p>ธาตุไฟ ถูกควบคุมเป็นหลักโดยหัวใจของเรา</p>
<h2>ธาตุในกายกับภาวะติดเชื้อโควิด-19</h2>
<p>นพ.ทีปทัศน์กล่าวว่า “ดังนั้น ถ้าเราอยู่ในภาวะปกติ ไม่เป็นไร แต่ถ้าเราไปเจอโรคหนักๆ อย่างตอนนี้ที่หนักคือ โควิด-19 เราพบว่าคนที่ทรุดหนัก ส่วนหนึ่งมีปัญหาเรื่องภูมิต้านทานที่ทำลายตัวเอง ซึ่งเราพบว่ามันจะถูกผลิตส่วนหนึ่งในเซลล์ของท่อน้ำดี แล้วก็ตับ เพราะฉะนั้น ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามมีการติดเชื้อ คือ ธาตุไฟทำงานหนักมากเพื่อจะไปสู้รบกับเชื้อโรค ระบบตับจะต้องทำหน้าที่เป็นน้ำหล่อเย็น เพื่อไม่ให้ธาตุไฟเสียสมดุลมากจนเกินไป”</p>
<p>“คนที่มีเรื่องพลังงานของตับไม่ดี ก็เกิดอาการโอเวิอร์ฮีทหรือหม้อน้ำเดือด เกิดอาการอักเสบทั่วตัวขึ้นมา ดังนั้น แนวทางการรักษา มี Research อยู่ว่า ตัวยาละลายเสมหะอย่าง NAC ที่นอกจากขับสารพิษแล้ว ยังช่วยลดอาการของตับอักเสบด้วย มันช่วยลดโอกาสการเกิดการอักเสบทำร้ายตัวเองที่เรียกว่า Cytokine storm ได้ด้วย ถ้ามองในเชิงการทำงานของตับ จึงสำคัญมาก”นพ.ทีปทัศน์ระบุและกล่าวเพิ่มเติมว่า</p>
<p>ดังนั้น ถ้าเราไปกินยาลดไข้ เยอะๆ หรือกินยาที่มีฤทธิ์เย็นจัด ซึ่งมีอยู่ช่วงหนึ่งที่คนโปรโมทฟ้าทะลายโจรกันเยอะๆ แล้วกินกันยาวนาน กลายเป็นว่า อะไรที่รสขม มันทำให้ตับอักเสบนิดๆ ได้ จะเห็นได้ว่าทุกอย่างมันเชื่อมโยงถึงกันหมด นอกจากนั้น หลังจากอักเสบแล้ว เราพบว่าหลายคน เมื่อหายจากโควิดแล้ว นานหลายเดือน ก็ยังเพลียอยู่ ถ้าเรามองในมุมของการแพทย์ ปัจจุบัน อาจมองว่า ก็ไม่เป็นไร ปอดคงยังมีพังผืดอยู่ จึงอาจไม่มีการรักษาช่วยฟื้นตัวอื่นๆ ที่ต้องทำ</p>
<p>“แต่การแพทย์มนุษยปรัชญาจะมองว่า ตับของเขายังอ่อนล้า อ่อนแรงอยู่ ทำให้ตัวความสดชื่นยังไม่กลับคืนมา เราก็จะใช้วิธีประคบตับ ด้วยสมุนไพรที่มีรสขม คือลองนำเอามะระจีน มะระไทยสับเป็นชิ้น เล็กๆ ให้มีรสขม แล้วก็ใส่ในน้ำ เช็ดตัว ลดไข้ แล้วเราก็ใช้ผ้าขนหนูประคบตรงชายโครงขวา ซึ่งตรงนั้น เป็นตำแหน่งตับของเรา เมื่อประคบไปเรื่อยๆ อาการที่เรียกว่า Long Covid คือ ไม่ฟื้นตัวสักที เราพบว่าคนไข้ฟื้นตัวดีขึ้น ประเด็นนี้น่าสนใจ</p>
<p>ส่วนกรณีผู้ที่เป็นซึมเศร้า ปัญหาที่เคยดูเป็นเรื่องเล็ก ถ้าพลังชีวิตเราไม่พอ เราจะมองเห็นเป็นลูกเนินที่ใหญ่มาก เพราะฉะนั้น มันจะเกิดเป็นซึมเศร้าได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น บางคน เรื่องการรักษาจิตใจ แทนที่จะไปบำรุง กินยาแก้ซึมเศร้า เราก็มาบำรุงตับ บางคนก็มีเรี่ยวแรง มีแรงกาย แรงใจสดใสขึ้น มีแรงกายแรงใจจะไปแก้ปัญหาได้ นี่เป็นตัวอย่างเพียงแค่ธาตุเดียว” นพ.ทีปทัศน์ระบุ</p>
<h2>"ไต" กับ ธาตุลม</h2>
<p>นพ.ทีปทัศน์กล่าวว่า ธาตุที่สองที่หมอแนะนำ คือการดูแล ‘ไต’ ซึ่งควบคุมธาตุลม</p>
<p>“ไต ในการแพทย์แบบองค์รวมจะรวมไปจนถึงต่อมหมวกไตด้วยนะครับ ลองดูว่า สมมติเราเป็นโรคปอด เป็นมากๆ มันเกิดการตีบตัวของหลอดลม เพราะฉะนั้น ถ้าแพทย์ปกติ ก็ให้ยาสเตียรอยด์ (Steroid) ซึ่ง ฮอสพิเทล (Hospitel) ที่หมอไปดูก็เป็นแบบนั้น</p>
<p>แต่ในธรรมชาติของเรา ต่อมหมวกไต สร้างคอร์ติซอล (Cortisol) ให้เรา เพราะฉะนั้น มันจึงมีการรักษาที่เรียกว่า ประคบไต โดยเอาขิง มาซอยๆๆๆๆ ขูด ให้ถี่ๆ ให้มันเป็นฝอยๆ ต้มเอาน้ำขิงออกมา ห่อผ้าขาวบาง แล้วประคบที่ไต คือตำแหน่งที่เราเอามือเท้าสะเอว แล้วจากนั้นเอามือไว้ตรงหลังในตำแหน่งที่เท้าสะเอว นั่นคือประคบไต ก็ใช้ผ้าขนหนูผืนใหญ่ทับอีกทีเพื่อให้เกิดความอบอุ่น เราพบว่า เมื่อประคบไตแล้ว อาการหอบหืด อาการหลอดลมอักเสบ มีอาการดีขึ้น</p>
<p>ช่วงเดือน กรกฎาคมที่ผ่านมาผมมีเคสที่เยอะมาก แล้วเขาหาโรงพยาบาลแอดมิดไม่ได้เขาก็อินบ็อกซ์เฟซบุ๊คมาหาว่าทำยังไงดี ผมก็บอกเขาให้ใช้การประคบไตด้วย เขาบอกว่าเมื่อเขาทำไป พบว่าออกซิเจนปลายนิ้วของเขา จากเดิมที่อยู่ 94 ขึ้นมาเป็น 95-96 หรือ 1-2% ซึ่งมันช่วยเขาได้ในช่วงที่เขายังหาโรงพยาบาลไม่ได้</p>
<p>คำอธิบายกรณีนี้จึงน่าสนใจว่า การที่เราบอกว่า การทำให้หลอดลมคลายการตีบตัว มันสามารถช่วยผ่านการประคบไต (รวมถึงต่อมหมวกไต ที่ผลิตสารคอร์ติซอล) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ร่างกายมันฮึดสู้ กับสภาวะร่างกายที่ติดเชื้อ ทำให้ผ่านไปได้ เหล่านี้ก็เป็นแนวทางที่เรานำเอาความรู้ด้านสมุนไพรมาดูแลผู้ป่วยทางบ้านได้ แต่ต้องมีความเข้าใจเชิงลึก เพราะมันไม่ใช่กลไกของชีววิทยาสมัยใหม่ แต่มันเป็นกลไกของธาตุที่ทำงานอยู่ในตัวของเรา” นพ.ทีปทัศน์ระบุถึงประสบการณ์การทำงานแบบการแพทย์องค์รวม และกล่าวเพิ่มเติมว่า</p>
<p>กรณีต่อมา เมื่อเริ่มมีเสมหะเหนียว เราก็ใช้วิธีเข้าไปประคบปอดโดยใช้น้ำขิงเหมือนกัน ต้ม และใช้ผ้าที่ประคบให้บิดผ้าให้หมาด แห้ง และร้อน แล้วประคบปอด ทับด้วยกระเป๋าน้ำร้อน เราพบว่า หลายๆ เคสที่เชื้อเริ่มลงปอด ก็ช่วยให้เขาฟื้นฟูขึ้นมาได้ มีหลายเคสที่ฟื้นตัวได้ดีเมื่อเราประคบปอด เหล่านี้ ส่งผลไม่ใช่เฉพาะร่างกาย</p>
<p>ถ้าในการแพทย์ แบบ body and mind เราจะพูดว่าไตเป็นเรื่องของความรับรู้ ความรู้สึก ความสวยงามของชีวิต มีคนที่สังเกตพบว่าคนที่เป็นโรคไตและต้องล้างไต อารมณ์เขาจะหม่นๆ ไม่สวยสดงดงาม หลายๆ เคสที่เป็นซึมเศร้า จะมีความเกี่ยวข้องกับพลังงานของไตที่มันอ่อนแอ หมอก็จะใช้วิธีประคบไต เขาก็จะตื่นตัว และสดชื่นขึ้น นอกเหนือไปจากวิธีที่ต้องพึ่งแต่ยา</p>
<p>ส่วนเรื่องปอด จะเกี่ยวข้องกับการหายใจเข้าออก ปอดที่ทำงานผิดปกติ มันก็ทำให้ลมหายใจเราติดๆ ขัดๆ ซึ่งลมหายใจ ทางพุทธเรารู้อยู่แล้ว ว่ามันทำงานเชิงลึกกับความคิด สมาธิ เพราะฉะนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่เราหายจากโรคปอดอักเสบมันก็ส่งผลต่อจิตใจด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้น เคส Long Covid หลายๆ เคส มีภาวะย้ำคิดย้ำทำ มีความไม่ยืดหยุ่นทางความคิด</p>
<p>“ผมก็ตอบในแนวมนุษยปรัชญาว่าปอดยังฟื้นตัวไม่ดีในเชิงกายภาพ ยังไม่ 100% ถ้าเราไปแก้ ไปช่วยประคบปอดและช่วยฝึกหายใจยาวๆ ให้ดีขึ้น ปรากฏว่าอารมณ์ ความรู้สึก ที่ติดๆ ขัดๆ มันดีขึ้น เพราะลมหายใจมันลื่นไหล” นพ.ทีปทัศน์ระบุ</p>
<h2>"หัวใจ" และธาตุไฟ</h2>
<p>นพ.ทีปทัศน์กล่าวว่า “เรื่องของหัวใจ ที่ควบคุมโดยธาตุไฟ การแพทย์แผนจีนพูดว่าถ้าเกิดการอักเสบเยอะๆ จะมีภาวะที่ทำให้เรามีธาตุไฟในหัวใจล้นเกิน ถ้าแปลเป็นภาษาบ้านๆ คือ ‘ร้อนรุ่มในหัวจิตหัวใจ’ ทำให้นอนไม่ค่อยดี นอนแล้วเหมือนฝันวุ่นวาย ฝันเยอะแยะไปหมดเลย ตื่นขึ้นมาแล้วเหมือนพักผ่อนไม่เต็มที่ ซึ่งน่าแปลกว่า ‘โควิด’ อธิบายเรื่องเหล่านี้ เกือบหมดเลย</p>
<p>เคสคนสูงอายุที่เสียชีวิต ไม่ได้เสียชีวิตจากการที่มีเชื้อไวรัสเยอะ แต่เสียชีวิตจากการที่มีลิ่มเลือด ไปเกาะอยู่ในหลอดเลือดหัวใจ หรือการฉีดวัคซีนก็ถูกสงสัย มีการเก็บข้อมูลด้วยว่า ในเด็กที่อายุ 14-17 ปี หลายๆ เคส ที่ไปฉีดวัคซีนตัวที่ว่าดี เหมือนมีอาการอักเสบหน่อยๆ เพราะมันมีลักษณะของเชื้อไวรัสบางอย่างที่ไปทำลายภูมิ ไปทำลายหลอดเลือดเหล่านี้</p>
<p>เราก็พบว่าหลายๆ เคส พอหายจากโควิด จิตใจยังไม่ปกติ นอนหลับไม่ได้ กระวนกระวาย อยู่นิ่งไม่ได้ แพทย์แผนปัจจุบัน อาจมองว่า ทำไมไปเกี่ยวข้องอะไรกับอารมณ์หรือสมอง แต่แพทย์องค์รวมมองว่า เรายังไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องธาตุของเขาให้มันปกติไง ดังนั้น ความรู้สึกอึดอัด กระวนกระวาย ไม่สบายอกสบายใจ ในแง่หนึ่งมันเป็น อาฟเตอร์เอฟเฟกต์ (After Effects) ถ้าเรามีความเข้าใจในเรื่องนี้ เราก็จะประคบหัวใจ มานวด แล้วมีเทคนิคการนวดน้ำมันดอกกุหลาบที่หน้าอก เพราะมีหลายเคสทำให้ความรู้สึกผ่อนคลาย กลับมาหลับได้ดีขึ้น เหล่านี้คือผมเล่าให้ฟังคร่าวๆ เพื่อให้เห็นภาพว่าในผู้ป่วย Long Covid เราใช้การแพทย์ องค์รวมอยู่พอสมควร” นพ.ทีปทัศน์ระบุ</p>
<p> </p>
<h2>โฮมีโอพาธีย์ (Homeopathy)</h2>
<p>นพ.ทีปทัศน์กล่าวว่า ในมุมของแพทย์มนุษยปรัชญา จะใช้ยาในกลุ่มของ โฮมีโอพาธีย์ (Homeopathy) เข้ามาร่วมด้วย เป็นศาสตร์ทางเยอรมัน เกิดก่อนการแพทย์มนุษยปรัชญา คอนเซ็ปต์ของเขาคือ แทนที่จะใช้ยาเข้มข้น เขาจะใช้สมุนไพรหรือสิ่งต่างๆ ที่ใช้รักษาด้วยความเจือจาง หากเจือจาง 1 ใน 100 เรียกว่า 1 C เช่น ยาโฮมีโอพาธีย์ซึ่ง มีการแจกโดยกรมแพทย์ทางเลือก ตำรับ Bryonia alba 200C</p>
<p>“อย่างผมก็ใช้โฮมีโอพาธีย์ด้วย มีการให้คนไข้กินเพื่อป้องกัน เช่นตัวอย่างเคสหนึ่ง เป็นกรณีคลัสเตอร์โรงน้ำแข็งที่สมุทรปราการ คนไข้ที่ผมดูแลกันอยู่ตอนนั้น ยังไม่มีวัคซีนนะครับ ก็ให้เขากินโฮมีโอพาธีย์ สะใภ้บ้านนี้ก็ได้กินด้วย แล้วกินก็เหมือนน้ำเปล่าๆ สัปดาห์ละสองครั้ง จากนั้นก็ปรากฏว่า เกิดการระบาดขึ้นในโรงน้ำแข็ง ตัวเขาเป็นเสมียนในโรงน้ำแข็ง แล้วติดกันตั้ง 80 คน คิดภาพว่าเขาเป็นเสมียนอยู่ในห้องเล็กๆ 6 ตารางเมตร เสมียนทุกคนเป็นหมดเลย ทุกคนก็คิดว่าเขาต้องเป็น ก็ต้องแยกกักตัว แต่ปรากฏว่าเขาเป็นคนเดียวที่รอดจากโควิด</p>
<p>เพราะเขามีโฮมีโอพาธีย์กินด้วย นี่ก็เป็นการใช้สมุนไพรเข้ามา เป็นการกินเชิงป้องกัน เป็นการที่เรานำเอาการแพทย์องค์รวม แพทย์มนุษยปรัชญาและโฮมีโอพาธีย์เข้าไปใช้ หรือบางเคสก็มีเคสที่ไปฉีดวัคซีนแล้วไม่สบายตัวมาก ปวดหัวอยู่สัปดาห์หนึ่ง ก็มีโฮมีโอพาธีย์ ชื่อ ทูยา ( Thuja ) ให้เขากินก่อนและหลังฉีดวัคซีน ก็ปรากฏว่า หลายๆ เคสก็ผ่านการฉีดวัคซีนโดยที่ไม่มีอาการไม่สบาย หรือหากว่าไม่สบาย ก็เป็นไม่มาก เหล่านี้เป็นแนวทางที่เราใช้ประกอบกัน เพื่อให้การรักษาเกิดขึ้นได้ดี</p>
<p>โฮมีโอพาธีย์เป็นศาสตร์กว้างๆ คือศาสตร์สมุนไพร แต่ว่า ศาสตร์สมุนไพรหนึ่งศาสตร์ ก็มีมากกว่าหนึ่งตำรับ ตำรับที่เราใช้แจกเชิงป้องกันคือตัวที่ชื่อว่า Bryonia alba 200C แต่ตำรับที่ใช้ในการช่วยลดอาการหรือป้องกันผลข้างเคียงของวัคซีนคือ ทูย่า Thuja คล้ายๆ กับสนแคระประเภทหนึ่ง เตรียมเจือจางเหมือนกัน เมื่อให้ Thuja 200 C ก็พบว่า กินก่อน และหลังฉีดวัคซีนก็ช่วยได้ดีครับ” นพ.ทีปทัศน์ระบุถึงโฮมีโอพาธีย์ (Homeopathy) ซึ่งช่วยป้องกันโควิด-19 ได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<h2>Art Therapy ศิลปะบำบัดตามแนวทางของมนุษยปรัชญา</h2>
<p>ถามว่า คลินิคของคุณหมอ มี Art Therapy ด้วย รวมถึงด้านต่างๆ มีกระบวนการทำงานอย่างไร</p>
<p>นพ.ทีปทัศน์ ตอบว่า Art Therapy เป็นหนึ่งใน Movement ของมนุษยปรัชญา ยกตัวอย่างด้านอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกัน เช่น หนึ่ง ด้านการศึกษา “เรามีการจัดการเรียนการสอน เพื่อดูพัฒนาการเด็กให้เหมาะสมกับธรรมชาติของเขาในแต่ละวัย เรื่องนี้หมอก็ทำไว้เยอะ เขียนหนังสือ ชื่อ “12 senses เลี้ยงลูกให้มีพัฒนาการ” เป็นการประเมินเด็ก แล้วหลังๆ ผมทำ AI เป็นแอปพลิเคชั่นที่ใช้ตรวจ จุดอ่อน-จุดแข็งของเด็กว่าเป็นอย่างไร</p>
<p>สอง เด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม เมื่อมีการเสียเสียดุล มันมีเลเวล ที่เป็นแค่หัวเลี้ยวหัวต่อ ของการเติบโต สมมติเด็กกำลังเป็นวัยรุ่น ก็จะมีการกล่าวว่าเด็กดื้อ พูดไม่เชื่อฟัง อันนั้นไม่ใช่โรค เป็นเพียงแค่ช่วงที่เขาเปลี่ยนผ่าน ต่างจากเด็กหรือคนไข้ที่เป็นโรคไปแล้ว ป่วยจากการทำงานในที่ทำงานปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้ หรือสภาพสังคมมันบีบคั้น เริ่มมีภาวะซึมเศร้าหน่อยๆ แล้ว นี่คือ เสียสมดุล</p>
<p>สาม คือเริ่มเป็นโรคทางอารมณ์แล้ว คือ ไบโพลาร์ มีอาการหวาดระแวง เป็นโรคและซึมเศร้าต่างๆ เหล่านี้นอกจากการที่เราใช้โฮมีโอพาธีย์รักษาเฉพาะตัว การให้วิตามิน การทำ Analysis เรื่องสารสื่อประสาทแล้ว แล้วก็ยังใช้กิจกรรมเข้าไปบำบัด</p>
<p>กิจกรรมที่มีผลเยอะต่อการปรับสมดุลของร่างกายและจิตใจคือ เรื่องของการใช้ดนตรีบำบัดและศิลปะบำบัด” นพ.ทีปทัศน์ระบุและกล่าวเพิ่มเติมว่า ยกตัวอย่างเช่น เรารู้ว่าเคสนี้เครียด เถรตรง มองทุกอย่างเป็นขาว-ดำ ทำให้เขาเกิดปัญหากับคนอื่นๆ ถามว่าป่วยไหม ก็ไม่ป่วยนะแต่ว่าเราจะแก้ไขเขาอย่างไร</p>
<p>ถ้าเราบอกให้เขาไปฝึกสมาธิ บางคนอาจถูกจริต แต่ถ้าบางคนเขาไม่ชอบ มันก็จะเป็นที่มาที่ว่าหมอถามเขาว่า คุณชอบร้องเพลงไหม หรือชอบศิลปะไหม แทนที่จะใช้สมองซีกซ้ายที่เป็น logic อย่างเดียว มาใช้กระบวนการที่เป็นจิตบำบัด ศิลปะบำบัด การร้องเพลง ที่บาลานซ์ ได้ใช้สมองซีกขวา ก็ทำให้เขาประสบการณ์ที่ช่วยให้สมดุลมากขึ้น ดังนั้น เมื่อเขาทำบำบัดไปมากขึ้น เขาจะเริ่มมีความยืดหยุ่น ประนีประนอม ไม่มองอะไรเป็นขาวเป็นดำ ปรับตัวได้ง่ายขึ้น ก็เลยเป็นที่มาว่าที่คลินิกเรามีกิจกรรมศิลปะบำบัด และดนตรีบำบัด แต่เป็นแนวเฉพาะเรียกว่าแนวมนุษยปรัชญา</p>
<h2>ศิลปะคือ ‘ยา’</h2>
<p>นพ.ทีปทัศน์ กล่าวว่า แนวมนุษยปรัชญา ไม่ได้มองว่าคุณชอบวาดอะไร แล้วเรามาวาดกัน เพราะนั่นเป็นความชอบของคนไข้ แต่เรามองศิลปะเป็นยา เพราะฉะนั้น บางคนมาด้วยเรื่องของการเป็นคนเจ้าไอเดียและไม่ยืดหยุ่น อย่างนี้ เราต้องให้เขาทำศิลปะบำบัดเฉพาะ เช่นการทำสีน้ำ ระบายสีน้ำ ใช้สีพาสเทล เข้ามาละลายความยึดติดของเขา แต่ขณะที่บางคนเข้ามาด้วยความคิดฟุ้งซ่าน ไม่เป็นระบบ แบบนี้เราอาจให้เขาทำ Art Therapy ด้วยการปั้นดิน หรือการสร้างรูปเรขาคณิต เรามองการใช้ศิลปะเป็นยา ปัญหาหนึ่งอย่าง อาจใช้การฝึกศิลปะแตกต่างกัน ซึ่งก็ต้องลงลึกไปอีกว่า ศิลปะมีผลต่อจิตใจแบบไหน และใช้ร่วมกับวิตามิน สมุนไพรต่างๆ ก็ช่วยให้ประสิทธิผลดีขึ้น</p>
<p>ถามว่า เคยมีผู้ป่วยไบโพลาร์หรือโรคอารมณ์สองขั้วมาทำศิลปะที่นี่ไหมและเกิดผลอย่างไร นพ.ทีปทัศน์ ตอบว่า “ก็มีมาพอสมควร ในสถานการณ์ปกตินะครับ ผมต้องออกตัวก่อนว่า ไม่ใช่ว่าไบโพลาร์ทุกเคสที่ต้องทำศิลปะ เราก็จะใช้กระบวนการอื่นๆ ร่วมกัน บางคนก็ต้องใช้ยาแผนปัจจุบันร่วมด้วย ไบโพลาร์เป็นลักษณะที่ว่า ถ้าเราลองจินตนาการก็คือ เป็นคนที่สีสันในชีวิตฉูดฉาดมาก ไม่มีจุดตรงกลาง หรือจุดที่มันบาลานซ์สดใสจนเกินไป</p>
<p>ช่วงที่เป็น Mania (หมายเหตุ-ภาวะแมเนีย คือ ภาวะอารมณ์ดีผิดปกติ ผู้ป่วยมักรู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา อารมณ์ดีผิดปกติ มีพลังงานในการทำกิจกรรมต่างๆ) ก็อาจจะทำโปรเจ็กต์ ไม่หลับไม่นอน ใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย นี่คือขั้วหนึ่ง ถ้าเป็นสีคงเป็นสีสดจัด แดงจัด อีกกลุ่มหนึ่งคือ พอหาย Mania กลับมาซึมเศร้า ฉันไม่ทำอะไร ไม่อยากกินข้าว ไม่อยากพบเจอผู้คน เป็นภาวะ depress ( ดีเพรส คือ ภาวะหดหู่ เศร้าใจ ) ถ้าเป็นสีก็คงเป็นสีทึมๆ สีบลูๆ เราจึงเรียกอารมณ์ซึมเศร้าว่าบลู เวลาเราเห็นคนเขาทำศิลปะบำบัด จะต้องมีการวินิจฉัยก่อนว่าบาลานซ์ข้างในของเขา มันไม่มีจุดตรงกลาง เราก็จะให้ระบายสีสองสีให้มันกลมกลืนกัน</p>
<p>Process ของการกลมกลืนนี่เราอาจจะบอกเขาเป็นวาจาไม่ได้ แต่ระหว่างที่ทำศิลปะเราฝึกผสมสีให้มันบาลานซ์ระหว่างสีร้อนสีเย็น แล้วเขาจะรู้สึก ‘เออ! มันเอาความรู้สึกนี้ไปใช้กับชีวิตประจำวันได้นะ’ เช่น จากที่สีฉูดฉาด ร้อนก็ร้อนแรงซึมเศร้าก็ซีมสุดๆ ก็ ‘เออ หาจุดตรงกลางหรือสมดุลได้ง่ายขึ้น’ นี่ก็อาจเป็นตัวอย่างที่ช่วยให้เห็นภาพ” นพ.ทีปทัศน์ระบุ</p>
<p> </p>
<h2>การแพทย์มนุษยปรัชญาในไทยและความสำคัญ</h2>
<p>ถามว่า แนวทางการแพทย์แบบมนุษยปรัชญา มีแพร่หลายในเมืองไทยมากน้อยแค่ไหน และจำเป็นเพียงใดในการนำมาใช้รักษาผู้คน นพ.ทีปทัศน์ ตอบว่า “ผมใช้คำว่า ถึงที่สุดแล้วหมอแนวทางมนุษยปรัชญาต้องเดินทางร่วมกับคนไข้ หรือ journey ไปด้วยกัน คงไม่ได้จบที่ว่าเมื่อโรคหายแล้วต่างคนต่างแยกย้าย เมื่อป่วยแล้ว ค่อยกลับมาใหม่</p>
<p>แต่สิ่งที่การแพทย์แนวมนุษยปรัชญาได้ทำงานเชิงลึกกับคนไข้คือ เรามองคนไข้เป็นมนุษย์ และเราก็จะสอดแทรกปรัชญามุมมองชีวิตที่มีสุขภาพดีให้เขา เพื่อที่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม เขาจบกระบวนการบำบัด เราอาจให้อิสระให้เขาได้กลับไปใช้ชีวิต แต่เขาก็ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างเสียสมดุลเหมือนเดิม เขาก็ยังรับรู้วิธี ได้มีศักยภาพใหม่ๆ เพื่อให้เขายังคงรักษาสมดุลของร่างกายและจิตใจได้</p>
<p>ถามว่า มันจำเป็นไหม ผมใช้คำว่ามันน่าสนใจไหม ถ้าเราสามารถผลิตหรือขยายแนวคิดให้หมอที่เรียนการแพทย์แผนปัจจุบัน มี Mindset ตรงนี้มากขึ้น ผมคิดว่าเราก็จะได้มุมมองของการบำบัดรักษาที่มันช่วยเยียวยาสังคมได้ในระยะยาว</p>
<p>ผมว่ามันไม่ได้จบแค่ว่า เครียดมา ปวดหัว ให้ยา จบ กลับไป แต่ไม่มีการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์ให้คนในสังคมมีสมดุลของวิธีคิดและวิธีดำเนินชีวิตในระยะยาวที่ดีขึ้น ตรงนี้ผมคิดว่าต่อไปสังคมเราจะต้องการมากๆ</p>
<p>โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเราไปดูสถิติว่าทำไมเดี๋ยวนี้คนฆ่าตัวตายเยอะจังเลย ทำไมคนเป็นซึมเศร้าเยอะจังเลย เพราะว่า เรารักษาแต่ทางกายคือ ‘ฮาร์ดแวร์’ แต่ ‘ซอฟท์แวร์’ ซึ่งคือจิตใจ ยังมีแพทย์แผนปัจจุบันที่ไม่ใช่จิตแพทย์ ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร แต่ผมเชื่อว่าถ้าคุณมาสนใจแพทย์มนุษยปรัชญา คุณจะรู้ว่า คุณจะเป็นหมอที่สามารถรักษาคนไข้ได้ทั้งคน มากกว่าแค่รักษาทางกายเพียงอย่างเดียว” นพ.ทีปทัศน์ระบุและกล่าวว่า ในที่สุดแล้ว คนเรา ไม่ได้ดำเนินชีวิตไปแค่เพราะมีสุขภาพร่างกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่เราต้องสนใจ แต่การที่เราจะมีสุขภาพดีในระยะยาวได้ ก็ต่อเมื่อมนุษย์เราเข้าใจเรื่องการบาลานซ์ เข้าใจเรื่องของจิตใจ</p>
<p>“อีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ การที่เรามีความรัก มีอุดมคติในการเป็นผู้ให้แก่สังคม สิ่งนั้นจะเป็นอาหารทางจิตวิญญาณของเรา ให้เรารู้สึกว่าเรามีคุณค่า สิ่งนี้ต่างหากที่ทำให้จิตวิญญาณเรามีคุณค่าในระยะยาว”</p>
<p>คือคำทิ้งท้ายที่น่าสนใจ สะท้อนหลักคิดและแนวทางในการทำงานของ นพ.ทีปทัศน์ อุปนายกสมาคมการแพทย์มนุษยปรัชญาไทย ที่แสดงให้เห็นถึงการสอดประสานระหว่างร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณที่ไม่อาจแยกส่วนจากกันได้ หากต้องดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล เปี่ยมคุณค่าความหมายทั้งต่อตนเองและผู้อื่น</p>
<p>#art therapy คืออะไร<br />#What is art therapy<br />#art therapy มศว<br />#Benefits of art therapy<br />#ศิลปะเพื่อการผ่อนคลายความเครียด<br />#art therapy ในไทย<br />#creative+art+therapy+จุฬา<br />#นักศิลปะบำบัด เงินเดือน<br />#การแพทย์ มนุษย์ ปรัชญา<br />#ปรัชญาการแพทย์<br />#ศึกษาเรื่องจิต<br />#เรียน รู้ เรื่อง จิต วิญญาณ<br />#มนุษย์คืออะไร ปรัชญา<br />#จิต วิญญาณของมนุษย์<br />#จิต วิญญาณ คือ<br />#ดวงจิต วิญญาณ</p>
<p>Text by รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล<br />เครดิต https:// www.mgronline.com/onlinesection/detail/9640000097897</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/">สุขภาพ ฟิตเนส ลดน้ำหนัก อาหารเสริม</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9e/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>&quot;หมอยง&quot; เผย &quot;ภูมิคุ้มกันหมู่&quot; ใช้ไม่ได้กับโควิด-19 เหตุจากภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นกันติดเชื้อได้ไม่สมบูรณ์</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1/</link>
                        <pubDate>Sun, 03 Oct 2021 08:04:36 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[&quot;หมอยง&quot; แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ยก สิงคโปร์ อิสราเอล ฉีดวัคซีนโควิดแล้วกว่า 80% แต่ก็ยังมีการระบาดอยู่ ชี้ภูมิคุ้มกันหมู่ใช้ไม่ได้กับโควิด-19 ภูมิต้านทานกันติดเชื้อได้ไม่สมบูรณ์ เผยใ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/d4wydPg/19.jpg" alt="19" border="0" /></p>
<p>"หมอยง" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ยก สิงคโปร์ อิสราเอล ฉีดวัคซีนโควิดแล้วกว่า 80% แต่ก็ยังมีการระบาดอยู่ ชี้ภูมิคุ้มกันหมู่ใช้ไม่ได้กับโควิด-19 ภูมิต้านทานกันติดเชื้อได้ไม่สมบูรณ์ เผยในอนาคตหากยารักษามีการพัฒนาขึ้นโควิด-19 ก็จะกลายเป็นแค่โรคทางเดินหายใจชนิดหนึ่งเท่านั้นที่ผู้ป่วยมีอาการน้อยลงหรือไม่มีอาการ</p>
<p>วันนี้ (3 ต.ค.) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว "Yong Poovorawan" ในหัวข้อ ความหวังภูมิคุ้มกันหมู่ herd immunity ในโรคโควิด-19 โดย "หมอยง" ได้ระบุข้อความว่า</p>
<p>"ภูมิคุ้มกันหมู่ หมายถึง เมื่อประชากรส่วนใหญ่มีภูมิต้านทานต่อโรคติดเชื้อจะช่วยลดการระบาด และปกป้องผู้ที่ยังไม่มีภูมิต้านทานไม่ให้เกิดการติดเชื้อได้ เช่น โรคหัด ถ้าประชากรส่วนใหญ่มีภูมิต้านทาน ไม่ว่าจะจากการฉีดวัคซีน หรือการติดเชื้อ เป็นหัดแล้ว ประชากรส่วนน้อยได้รับประโยชน์ถูกปกป้องไปด้วย ไม่ให้เกิดการระบาดของโรค แต่ภูมิคุ้มกันหมู่ไม่สามารถใช้ได้กับโรคบางโรคที่เป็นเฉพาะบุคคล เช่น บาดทะยัก ต่อให้เราฉีดวัคซีนบาดทะยักมากแค่ไหน คนที่ไม่ได้ฉีดถ้าไปโดนตะปูตำ คนอื่นที่ฉีดวัคซีนแล้วจำนวนมากก็ไม่สามารถจะมาปกป้องเราได้</p>
<p>ความหวังให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่สำหรับโรคโควิด-19 ในระยะเริ่มแรกที่มีวัคซีน โดยคาดการณ์กันว่าถ้าประชากรส่วนใหญ่มีภูมิต้านทานจากการติดเชื้อ หรือได้รับวัคซีนมากกว่าร้อยละ 70 ก็จะหยุดการระบาดของโรคได้ แต่ความเป็นจริง ภูมิคุ้มกันหมู่ไม่สามารถใช้ได้กับโรคโควิด-19</p>
<p>สิงคโปร์ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 80% โรคก็ยังระบาดอยู่ อิสราเอลก็เช่นเดียวกัน ทั้งนี้เพราะภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นไม่สามารถป้องกันได้อย่างสมบูรณ์ ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังมีโอกาสติดเชื้อ และแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้ แต่ความรุนแรงของโรคลดน้อยลง ไวรัสเองยังเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ ที่จะหลบหลีกต่อระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์</p>
<p>ถ้ามีภูมิต้านทานจากการติดเชื้อ หรือฉีดวัคซีน เมื่อติดเชื้ออาการจะลดน้อยลงหรือไม่มีอาการ การติดเชื้อครั้งแรกในคนที่ไม่มีภูมิต้านทานจะรุนแรงที่สุด และจะสร้างภูมิต้านทานป้องกันการติดเชื้อในครั้งต่อไปให้มีอาการลดน้อย และจะลดน้อยลงเรื่อยๆ จนเป็นเหมือนโรคทางเดินหายใจแบบปกติ</p>
<p>ดังนั้น สิ่งที่สำคัญทุกคนจะต้องมีภูมิต้านทาน ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์ ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นเกิดได้จากการติดเชื้อหรือการได้รับวัคซีน และเมื่อมีการติดเชื้อเมื่อมีภูมิต้านทานอาการก็จะน้อยลงหรือไม่มีอาการ ในอนาคตการพัฒนายามาช่วยในการรักษาหรือลดอาการของโรคลงอีก ก็จะเป็นวิธีที่ช่วยเสริมลดความรุนแรงลง</p>
<p>เราจะอยู่ด้วยกันกับไวรัสเช่นไวรัสทางเดินหายใจชนิดอื่น และต่อไปโรคนี้จะเป็นในเด็ก และมีอาการน้อย ไม่สามารถจะกวาดล้างให้หมดไปได้ ทุกคนควรได้รับวัคซีนให้มีภูมิต้านทานเกิดขึ้น เพื่อลดความรุนแรงของโรคลงด้วยการฉีดวัคซีนทุกคน"</p>
<p>เครดิต https://www.facebook.com/yong.poovorawan/posts/6393879877321242</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/">สุขภาพ ฟิตเนส ลดน้ำหนัก อาหารเสริม</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>จุฬาฯ พัฒนา ยาน้ำเชื่อม &quot;ฟาวิพิราเวียร์&quot; สำหรับเด็ก ตำรับแรกของไทย</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%ac%e0%b8%b2%e0%b8%af-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/</link>
                        <pubDate>Sun, 03 Oct 2021 07:50:45 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมมือกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และภาคเอกชน พัฒนายาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ สำหรับเด็กและผู้ป่วยโรคโควิด-19 ตำรับแรกในประเทศไทย ซึ่งคว้ารางวัล Prime Minister Award ป...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/mFb80Mg/564000009994701.jpg" alt="564000009994701" border="0" /></p>
<p>อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมมือกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และภาคเอกชน พัฒนายาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ สำหรับเด็กและผู้ป่วยโรคโควิด-19 ตำรับแรกในประเทศไทย ซึ่งคว้ารางวัล Prime Minister Award ประเภท Innovation for Crisis ประเภทหน่วยงานภาครัฐ ในงานสตาร์ตอัพและอินโนเวชัน ไทยแลนด์ เอ็กซ์โป 2021 (SITE 2021) จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)</p>
<p>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยที่มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การเข้าถึงยาที่ใช้ในการรักษาผู้ติดเชื้อมีความจำเป็นมากขึ้น ยาฟาวิพิราเวียร์ (favipiravir) เป็นหนึ่งในยาที่ใช้รักษาโรคโควิด-19 ตามแนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงสาธารณสุข</p>
<p>จุดเริ่มต้นของการพัฒนายาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์สำหรับเด็ก</p>
<p>จากการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้เกิดข้อจำกัดในการเข้าถึงยาของผู้ป่วย เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2564 ได้มีการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ และเภสัชกรภาคอุตสาหกรรม นำโดย ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ และ ภญ.ศุภศิล สระเอี่ยม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ และ ผศ.ภก.ดร.วรสิทธิ์ วงศ์สุทธิเลิศ ภาควิชาอาหารและเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงความร่วมมือจากเภสัชกรภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ ภญ.ดร.อริยา ขุนวิไชย ภญ.พร้อมพร จำนงธนาโชติ ภญ.ดร.วัลลภา เหมือนนุ่มและ ภก.ดร.จิรวิร์ ปวิตรปก เพื่อหาทางออกในการเข้าถึงยาฟาวิพิราเวียร์ โดยอาศัยองค์ความรู้ทางด้านเภสัชกรรมหลายศาสตร์จากเภสัชกรหลายภาคส่วน</p>
<p>ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ และ รศ.ภก.ดร.วรสิทธิ์ วงศ์สุทธิเลิศ ภาควิชาอาหารและเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ หนึ่งในทีมที่ร่วมพัฒนายาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์สำหรับเด็ก เปิดเผยว่า ในช่วงที่โรคโควิด-19 มีการระบาดอย่างหนัก คนไข้ผู้ใหญ่ที่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ในปริมาณที่ใช้สำหรับ 5 วัน จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 4,000 – 5,000 บาทต่อคน ดังนั้น คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ จึงได้นำเสนอแนวคิดในการพัฒนาตำรับยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถเตรียมยาให้ผู้ป่วย ในขณะที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีตัวยาสำคัญของฟาวิพิราเวียร์อยู่แล้ว ทำให้สามารถดำเนินโครงการได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p>“ในช่วงเวลานั้นประมาณการว่าผู้ป่วยเด็กที่จำเป็นจะต้องใช้ยาในการรักษาอาจจะมีจำนวนมากขึ้น ยาตำรับน้ำเชื่อมจะช่วยให้ผู้ป่วยเด็กสามารถได้รับยาในขนาดที่ถูกต้อง และสะดวกต่อการรับประทาน จึงเป็นที่มาของการเริ่มต้นพัฒนาตำรับยาฟาวิพิราเวียร์ในรูปแบบน้ำเชื่อมสำหรับการเตรียมยาภายในโรงพยาบาล (Hospital preparation) แม้ว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มเด็กจะลดลงบ้างแล้ว ก็ยังมีความจำเป็นอยู่มาก เนื่องจากยังไม่มียาฟาวิพิราเวียร์ในรูปแบบน้ำเชื่อมออกจำหน่ายในท้องตลาด การพัฒนาสูตรตำรับในสถานการณ์ฉุกเฉินจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาได้ง่ายและเร็วขึ้นด้วยต้นทุนที่ไม่แพง” ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ กล่าวถึงความสำคัญของการคิดค้นและพัฒนายาฟาวิพิราเวียร์ในรูปแบบน้ำเชื่อม</p>
<p>ปริมาณการใช้และการควบคุมคุณภาพการผลิต</p>
<p>ตำรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 สูตรโรงพยาบาลจุฬาภรณ์นี้ มีลักษณะเป็นยาน้ำเชื่อมสีส้มใสปราศจากน้ำตาล แต่งรสและกลิ่นราสเบอรี่ มี 2 ขนาด คือ ขนาด 800 มิลลิกรัมใน 60 มิลลิลิตร และขนาด 1,800 มิลลิกรัมใน 135 มิลลิลิตร รูปแบบของยาน้ำเชื่อมนี้จะช่วยให้เกิดความสะดวกสำหรับการให้ยาในเด็กหรือผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการกลืนยา โดยให้ผู้ป่วยรับประทานยาขณะท้องว่าง วันละ 2 ครั้ง ห่างกันทุก 12 ชั่วโมง ปัจจุบันมีการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ในกลุ่มเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ยาฟาวิพิราเวียร์ในรูปแบบน้ำเชื่อมนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะในผู้ป่วยเด็กเท่านั้น ยานี้ยังสามารถให้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยจะใช้ยาในปริมาณที่แตกต่างกัน ระยะเวลาที่ใช้อย่างน้อย 5 วัน ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้รักษาด้วย ส่วนผลข้างเคียงของยาตำรับนี้จะเหมือนยาฟาวิพิราเวียร์ในรูปแบบเม็ด เช่น ต้องมีการปรับขนาดยาในผู้ป่วยที่มีการทำงานของตับบกพร่องในระดับปานกลางถึงรุนแรง เป็นต้น</p>
<p>“เรื่องการควบคุมคุณภาพเป็นสิ่งที่ทีมผู้วิจัยให้ความสำคัญอย่างมาก เรามีการกำหนดข้อกำหนดมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ยา (drug product specification) ของสูตรตำรับ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ยาที่ได้มีปริมาณตัวยาสำคัญอยู่ในช่วงที่ต้องการ มีการควบคุมปริมาณสิ่งเจือปน(impurity)การควบคุมปริมาณสารกันเสีย(preservative)รวมถึงเรื่องคุณสมบัติทางกายภาพและเคมี(physical/chemical properties)นอกจากนี้มีการศึกษาความคงตัวของผลิตภัณฑ์ยา เพื่อให้มั่นใจว่ายามีความคงตัวตลอดอายุไขของยา” ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ กล่าว</p>
<p>ผู้ป่วยจะสามารถเข้าถึงยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ได้อย่างไร</p>
<p>สำหรับผู้ป่วยเด็กที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการกระจายยาตำรับนี้ไปในหลายโรงพยาบาลทั่วประเทศเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาฟาวิพิราเวียร์รูปแบบน้ำเชื่อมได้ นอกจากนี้ยังสามารถลงทะเบียนรับยาผ่านทางเว็บไซต์ https://favipiravir.cra.ac.th โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ หรือติดต่อยังโรงพยาบาลจุฬาภรณ์โดยตรง ทั้งนี้ผู้ป่วยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้นเนื่องจากมีผลข้างเคียง</p>
<p>เครดิต https:// www.mgronline.com/qol/detail/9640000097838</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/">สุขภาพ ฟิตเนส ลดน้ำหนัก อาหารเสริม</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%ac%e0%b8%b2%e0%b8%af-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>เปิดหัวใจนักดนตรีบำบัด &quot;ภุชงค์ ฉิมพิบูลย์&quot; ผู้เยียวยาผู้เจ็บป่วยด้วยเสียงดนตรี</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94/</link>
                        <pubDate>Mon, 20 Sep 2021 01:43:53 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[นอกจากดนตรีแล้ว Therapeutic relationship หรือสัมพันธภาพที่เอื้อต่อการบำบัด ถือเป็นส่วนสำคัญของบริการดนตรีบำบัด การใช้ดนตรีโดยมีเป้าหมายทางด้านสุขภาพ เยียวยาความเจ็บป่วยทั้งทางกายและใจ โดยทุก...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/jwZfzDq/564000009441502.jpg" alt="564000009441502" border="0" /></p>
<p>นอกจากดนตรีแล้ว Therapeutic relationship หรือสัมพันธภาพที่เอื้อต่อการบำบัด ถือเป็นส่วนสำคัญของบริการดนตรีบำบัด การใช้ดนตรีโดยมีเป้าหมายทางด้านสุขภาพ เยียวยาความเจ็บป่วยทั้งทางกายและใจ โดยทุกๆ การบำบัดต้องทำอยู่บนพื้นฐานของการที่มีงานวิจัยหรือผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์รองรับว่าใช้ได้ผลและมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง</p>
<p>เนื่องด้วยคนไข้หรือผู้รับบริการแต่ละรายล้วนแตกต่างกัน มีความเจ็บป่วย มีภูมิหลัง การตอบสนองทางดนตรีที่แตกต่างกัน ดนตรีที่ใช้กับแต่ละคนจึงแตกต่างกัน ดังนั้น การเป็นนักดนตรีบำบัด จึงจำเป็นจะต้องผ่านการเรียนรู้และฝึกฝนเฉพาะทาง เพื่อจัดเตรียมกิจกรรมดนตรีบำบัดที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ</p>
<p>มิพักต้องเอ่ยถึง ประสบการณ์ ความทรงจำที่มีต่อการใช้ดนตรีบำบัดกับคนไข้บางรายอันแสนงดงามอย่างยิ่งทั้งต่อตัวคนไข้และครอบครัว สิ่งที่เขาร่วมสร้างกับนักดนตรีบำบัดผู้นี้ ยังทำหน้าที่เยียวยาใจและปลอบประโลมผู้ใกล้ชิดได้อย่างมีพลัง นับเป็นกระบวนการใช้ดนตรีบำบัดที่ทรงประสิทธิภาพอย่างน่าชื่นชม</p>
<p>‘ผู้จัดการออนไลน์’ สัมภาษณ์พิเศษ ‘ภุชงค์ ฉิมพิบูลย์’ นักดนตรีบำบัด ศูนย์บริรักษ์ ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อบอกเล่าถึงนิยามความหมาย หัวใจและความสำคัญของการเป็นนักดนตรีบำบัด รวมถึงการบอกเล่าประสบการณ์บางส่วนเสี้ยวที่น่าจดจำไม่รู้ลืม ขณะเดียวกัน ก็ทิ้งท้ายอย่างให้กำลังใจและมอบความปรารถนาดีต่อผู้คนในห้วงที่ทั้งสังคมต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติโควิด-19 ซึ่งเสียงเพลงที่แต่ละคนคัดสรรด้วยตนเอง อาจส่งพลังเยียวยาจิตใจได้อย่างเกินคาดหมาย</p>
<h2>นิยามความหมายของดนตรีบำบัด</h2>
<p>เมื่อขอให้ช่วยเล่าถึงนิยามความหมายของดนตรีบำบัดว่ามีขอบเขตกว้างแค่ไหน อย่างไร ภุชงค์ตอบว่า “ผมจะยกนิยามหรือเรียกว่าข้อสำคัญดีกว่าครับ ดนตรีบำบัดคือเป็นการใช้ดนตรีโดยมีเป้าหมายทางด้านสุขภาพ ใช้ดนตรีเพื่อหวังผลทางสุขภาพเท่านั้น ซึ่งคนที่จะใช้ดนตรีในลักษณะนี้ได้ ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องจบดนตรีบำบัดมา เพราะมีการใช้ดนตรีที่นอกเหนือจากความบันเทิง มันมีวิธีการใช้ดนตรีที่นอกเหนือไปจากการสร้างกระแสเพื่อให้เกิดการเติบโตทางธุรกิจ แต่มันเป็นการใช้ดนตรีเพื่อผลทางด้านสุขภาพ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อมนุษย์ ดังนั้น จึงต้องมีการเรียนเฉพาะทาง”</p>
<p>โดยในนิยามได้อธิบายถึงตัวดนตรีที่นำมาใช้บำบัดว่าจะมีลักษณะประการหนึ่งที่สำคัญคือ ตัวดนตรีนั้นๆ อาจหมายถึง กิจกรรมดนตรี เช่น ฟังเพลง ร้องเพลง เคลื่อนไหวประกอบเพลง เล่นเครื่องดนตรี รวมถึงองค์ประกอบของดนตรี เช่น ความช้า-เร็ว เสียงต่างๆ ทำนองต่างๆ ลักษณะเฉพาะของเสียงเครื่องดนตรีนั้นๆ เช่นอันนี้เป็นเสียงซอ อันนี้จะเข้ อันนี้เปียโน อันนี้กีตาร์ องค์ประกอบเหล่านี้ ต้องมาจากงานวิจัยที่รองรับว่า ใช้แล้วจะได้ผล</p>
<p>“ตัวอย่างเช่น สมมติว่าเราเจอคนไข้คนหนึ่งกำลังเจ็บปวด วิธีที่นักดนตรีบำบัดจะทำก็คือ ใช้ดนตรีอะไรที่มีการพิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์ หรือมีการพิสูจน์ทางงานวิจัยว่าใช้แล้ว จะลดอาการปวดได้ นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ต้องมีการเรียนเฉพาะทาง เราไม่สามารถจะใช้วิธีเดาๆ ได้ เพราะฉะนั้น ต้องมีเรื่องของการศึกษางานวิจัย</p>
<p>และอีกประการหนึ่งที่สำคัญมากๆ คือ ในนิยามของสมาคมนักดนตรีบำบัดระดับโลก มีสหพันธ์ คือ ทุกประเทศ หรือ สมาคมแต่ละประเทศ จะมีข้อหนึ่งที่ทุกๆ คนให้ความสำคัญคือ เวลาที่นักดนตรีบำบัดทำงานเขาจะใช้ Therapeutic relationship คือสัมพันธภาพอย่างหนึ่งที่เฉพาะทาง และเอื้อต่อการบำบัด ซึ่งสัมพันธภาพที่เอื้อต่อการบำบัดมันจะมาในรูปแบบความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจ ความรู้สึกว่านักดนตรีบำบัดคนนี้เข้ามาแล้ว เออ คนนี้ดูปลอดภัย น่าไว้ไว้ใจ ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกยินดีที่จะร่วมมือ กล่าวคือ ถ้าหากดนตรีบำบัดขาดส่วนนี้ไป เราจะไม่เรียกว่าเป็นดนตรีบำบัดเลยครับ” ภุชงค์ระบุถึงสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ</p>
<h2>บนเส้นทางสายดนตรี สู่นักดนตรีบำบัด</h2>
<p>ถามว่า เรียนจบด้านอะไรมา ศึกษาศาสตร์แขนงนี้นานไหม จึงมาเป็นนักดนตรีบำบัดได้ ภุชงค์ตอบว่า โดยรวมแล้ว หนทางที่จะมาเป็นนักดนตรีบำบัด ปัจจุบันมีหนทางเดียวคือการเรียนเพื่อที่จะมาเป็นนักดนตรีบำบัด โดยเริ่มเรียนได้ตั้งแต่ปริญญาตรี โท และปริญญาเอก มีหลักสูตรการเรียนเฉพาะทาง ต้องเข้าเรียนในหลักสูตรที่สร้างนักดนตรีบำบัดขึ้นมา ซึ่งในประเทศไทย ณ ตอนนี้ เปิดสอนในระดับปริญญาโท</p>
<p>“ส่วนตัวผมเอง มาเรียนดนตรีบำบัดระดับปริญญาโทที่ประเทศไทยนี่แหละครับ แต่ว่าโดยพื้นฐานก่อนที่จะเข้าสู่การเรียนดนตรีบำบัด ผมเรียนด้านดนตรีมาก่อน คือเรียนดนตรีตั้งแต่มัธยมปลาย เนื่องจากผมเองมีภาพจำเกี่ยวกับดนตรีตั้งแต่อายุ 10 ขวบ คุณพ่อคุณแม่สอนเล่นดนตรีเป็นงานอดิเรก เล่นเพื่อความสนุกสนาน เพื่อความบันเทิงของตัวเอง แล้วเราก็ชอบรู้สึกว่าอยากไปเรียนต่อในด้านนี้ เพราะเรารักในการเล่นดนตรี ก็ตัดสินใจมาเรียนต่อด้านดนตรีในช่วงมัธยมปลาย หรือเตรียมอุดมดนตรี ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก็เริ่มเรียนดนตรี ณ ตอนนั้น ซึ่งตัวผมเองได้ยินคำว่า ‘ดนตรีบำบัด’ ครั้งแรก ตอน ม.6</p>
<p>“ตอนที่ผมเรียนเตรียมอุดมดนตรี เป็นการเรียนที่สร้างนักดนตรีมืออาชีพ จบมาก็ได้ประกาศนียบัตรวิชาชีพดนตรี เทียบเท่ามัธยมปลาย เน้นการปฏิบัติด้านดนตรี ผมเองจบด้านดนตรีไทย ในตอนนั้นเรียนเฉพาะดนตรีเลย มีวิชาสามัญบ้าง แต่เราจะเน้นด้านดนตรี เมื่อจบมัธยมปลาย ผมก็เรียนต่อด้านดนตรีอีกเหมือนกันที่สถาบันเดิม คือ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล แต่เรียนในสาขาดนตรีไทยและดนตรีตะวันออก สาขานี้ ก็มุ่งเน้นทักษะการแสดงดนตรีที่เป็นเลิศ ควบคู่กับการสร้างสรรค์งานดนตรี ทั้งในงานแสดงและงานวิชาการ ก็เรียกว่าได้เติมเต็มความรู้ที่ขยายออกมาอีก ได้เรียนรู้ดนตรีของประเทศเพื่อนบ้านเราด้วย จนกระทั่งการศึกษาในระดับปริญญาโท ผมได้รู้ว่ามีหลักสูตรดนตรีบำบัด ก็สมัครเรียนที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหิดลเหมือนเคย เรียนดนตรีบำบัดโดยเฉพาะเลยครับ” ภุชงค์ระบุถึงศาสตร์ที่ศึกษามา</p>
<h2>แก่นสำคัญของดนตรีบำบัด</h2>
<p>ถามว่า อะไรคือแก่นหลักในศาสตร์ของดนตรีบำบัด ภุชงค์ตอบว่า แก่นที่สำคัญคือ อาจารย์จะเน้นเรื่องของการศึกษา งานวิจัยด้านดนตรีบำบัด คือ ตอนแรกที่เราเรียนดนตรีแบบจบมาเป็นนักดนตรีมืออาชีพ เราเน้นการสร้างสรรค์และผลิตผลงานดนตรี แต่เมื่อเรามาเรียนศาสตร์ดนตรีบำบัด เรียนเพื่อจบมาเป็นนักดนตรีบำบัด แค่ความคิดสร้างสรรค์ไม่พอ ต้องมีวิทยาศาสตร์เข้ามาด้วย ดังนั้น สิ่งที่อาจารย์ผู้สอนจะเน้น คือการหาข้อมูล โดยเฉพาะการใช้ดนตรีที่ส่งผลกับสุขภาพของมนุษย์</p>
<p>“การหาข้อมูลเพื่อเอามาใช้ในคลินิกดนตรีบำบัดอย่างมีที่มาที่ไป มีงานวิจัยรองรับ ถามว่า ที่อาจารย์พร่ำสอน นับเป็นแก่นสำคัญเพราะว่าอะไร เพราะว่าเราทำงานกับคน เราให้บริการคน เราจะพลาดไม่ได้ ถ้าผิดพลาดก็อันตราย เรื่องสุขภาพเราต้องให้ความสำคัญ จะมาทำเล่นๆ ไม่ได้ นี่คือหลักสำคัญประการหนึ่ง</p>
<p>หลักสำคัญต่อมาก็คือ เรื่องของตัวดนตรี เพราะว่า ตัวดนตรีจะต่างจากเดิมแล้ว ลักษณะที่ต่างกันก็คือว่า เวลาที่เราเป็นนักดนตรี อาจเล่นดนตรีที่ยาก โชว์ทักษะบนเวที เล่นเพลงนั้นเพลงนี้ให้ได้ แต่เวลาเป็นนักดนตรีบำบัด การใช้ดนตรีเปลี่ยนไป</p>
<p>เราใช้ดนตรีเพื่อคนอื่น เพลงบางเพลงเราอาจจะรู้สึกว่าเราไม่ชอบเลย การใช้ดนตรีแบบนี้ การเล่นดนตรีแบบนี้มันคืออะไร มันแปลกไปจากที่เราเคยเรียนมา แต่ว่า มันกลายเป็นว่า นี่คือ วิธีการใช้ดนตรีอีกแบบหนึ่งที่ส่งผลทางสุขภาพต่อคนๆ นี้ ทำให้เขาไม่ปวด ทำให้เด็กพิเศษเริ่มมีการสื่อสารออกมา ทำให้เด็กที่ยากลำบากต่อการเรียน สามารถเรียนรู้ได้ เด็กที่ยุกยิกๆ ก็สามารถจดจ่อกับการทำกิจกรรมกับได้ เพราะฉะนั้น รูปแบบและเป้าหมายการใช้ดนตรีก็จะเปลี่ยนไปจากเดิมเลย จากเพื่อตนเอง กลายเป็นเพื่อสุขภาพของคนอื่น” ภุชงค์ระบุ</p>
<h2>ถามว่านั่นคือพลังของดนตรีบำบัดใช่หรือไม่</h2>
<p>ภุชงค์ตอบว่า “ใช่ครับ และที่บอกว่ามีงานวิจัยรองรับ หากพูดถึงในศาสตร์ดนตรีบำบัดแล้ว มันไม่ใช่แค่ดนตรี แต่มันคือแนวทางของศาสตร์ดนตรีบำบัด ที่เฉพาะเจาะจงเลยว่า คุณใช้แนวทางนี้ เช่น ดนตรีบำบัดมีหลายแนวทาง แนวทางหนึ่งเรียกว่า approach หมายถึงว่า เราจะ approach คนไข้คนนี้ ด้วยศาสตร์อะไร เช่น ตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนคือ improvisation เป็นเรื่องของการด้นสด เล่นดนตรีสดๆ คราวนี้ การ approach แบบนี้ มันขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแบบไหน ก็ต้องมาดูอีก เช่นเรื่องของการที่มีพื้นฐานดั้งเดิมเป็นเรื่องของพฤติกรรม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การให้รางวัลแล้วเขาจะเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น หรือ approach ในเชิง humanistic หรือการเข้าหาคนไข้ในเชิงที่ใช้ความเป็นมนุษย์ ความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น” ภุชงค์ระบุ</p>
<h2>มากกว่าดนตรีบำบัด</h2>
<p>เมื่อถามว่า ในกรณีผู้ป่วยรายบุคคลที่มีความแตกต่างกัน เช่น ผู้สูงอายุที่เป็นอัลไซเมอร์ เด็กพิเศษ ผู้ป่วยที่เจ็บปวดทางกาย หรือผู้ป่วยจิตเวช พวกเขาเหล่านี้ ไม่สามารถฟังดนตรีบำบัดร่วมกันได้ใช่หรือไม่<br />ภุชงค์ตอบว่า “กิจกรรมดนตรีบำบัดไม่ได้มีแค่การฟังเพลง ดังนั้น ผมจึงเน้นว่า เราต้องใช้งานวิทยาศาสตร์ งานวิจัยที่ยืนยันว่าใช้กับเคสแบบนี้แล้วได้ผล ในลักษณะนี้ ข้อแรกเลย โรคโดยทั่วๆ ไป เช่น คนที่เป็นอัลไซเมอร์ เด็กออทิสติก เด็กดาวน์ซินโดรม ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ผู้ป่วยไบโพลาร์ ผู้ป่วยเหล่านี้เขามีความต้องการที่แตกต่างกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เมื่อคนที่มีความต้องการแตกต่างกัน มารวมกัน จึงเป็นไปไม่ได้</p>
<p>ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่มีความต้องการด้านการเคลื่อนไหว สิ่งที่เหมาะกับเขาก็อาจเป็นเรื่องของการเล่นเครื่องดนตรี การเคลื่อนไหว เดิน เต้น ประกอบเพลง นำเรื่องของจังหวะเข้ามาใช้ นำเอาเครื่องดนตรีที่เราปรับให้เขาได้ใช้แขน ได้ใช้มือ ได้ใช้การผสานกันของแขน มือ ตา หู</p>
<p>สำหรับผู้ป่วยกลุ่มโรคจิตเวช โรคซึมเศร้า ไม่เข้าสังคม อยู่คนเดียว มีเรื่องอะไรอยู่ในใจมากมาย กิจกรรมดนตรีที่เหมาะกับเขาก็อาจเป็นเรื่องของ improvisation เพื่อให้โอกาสได้ระบายอารมณ์ผ่านการเล่นดนตรีอย่างอิสระ ให้สื่อสารความรู้สึกของตนเองผ่านการเล่นดนตรีเครื่องดนตรี ที่ไม่ได้มีข้อกำหนดหรือกฎเกณฑ์บังคับ<br />ถ้าสมมติเป็นผู้ป่วยมะเร็ง รับเคมีบำบัดแล้วมีผลข้างเคียง ไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว นอนไม่หลับ กิจกรรมที่เหมาะก็คือช่วยให้เขารู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ก็อาจเป็น music listening จะเห็นได้ว่าแต่ละคน ผู้ป่วยแต่ละประเภทมีความต้องการที่แตกต่างกัน ดังนั้น เอามารวมกันไม่ได้ เพราะฉะนั้น กิจกรรมทางดนตรี มันตอบสนอง หรือส่งผลให้เกิดความต้องการเฉพาะด้าน”</p>
<h2>กระบวนการ ‘ดนตรีบำบัด’ ในความทรงจำ</h2>
<p>เมื่อถามว่า ในกระบวนการทำงานที่ผ่านมา มีเคสไหนที่น่าสนใจที่อยากเล่าบ้างไหมว่าดนตรีบำบัดเปลี่ยนเขาไปสู่ทางที่ดีขึ้นอย่างไร</p>
<p>ภุชงค์ตอบว่า เคสนี้จะเห็นกระบวนการชัดเจน เป็นผู้ป่วยวัยรุ่นที่เป็นมะเร็งชนิดหนึ่ง ซึ่งลุกลามจนรักษาไม่หายแล้ว ก็เข้าสู่การดูแลแบบประคับประคอง คือเป็นการรักษาที่ไม่ได้มุ่งเน้นให้หาย แต่รักษาเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ก็จะตัดการรักษาที่ไม่จำเป็นออก แล้วใช้เวลาร่วมกับผู้ป่วยมากขึ้น พูดคุยและรับฟังความต้องการของผู้ป่วยมากขึ้น</p>
<p>“รับรู้ถึงคุณค่าในการมีชีวิตอยู่ของเขามากขึ้น ผู้ป่วยรายนี้ เขารู้ตัวว่าเขาจะตายด้วยโรคมะเร็งนี่แหละ ต้องบอกก่อนว่าเคสนี้ ไม่ได้ผลในแง่ที่ว่าเขาหายจากมะเร็งนะครับ แต่มันเป็นผลในแง่อื่นแทน อย่างแรกเลยก็คือด้านสภาพอารมณ์ผู้ป่วย เนื่องจากเขานอน ได้รับการรักษาบางอย่าง อยู่แต่ในโรงพยาบาล และได้รับการให้อาหารทางหลอดเลือด ซึ่งการให้อาหารทางหลอดเลือดผู้ป่วยก็จะกลับบ้านไม่ได้ ต้องอยู่โรงพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เขาก็เบื่อ</p>
<p>“ดังนั้น เมื่อมีเพลง เขาก็บอกเลยว่า เขารู้สึกมีความสุขมาก และไม่ใช่แค่มีความสุข แต่มันทำให้เขานึกถึงวันวาน ภาพความทรงจำที่ดีที่มีความสุขของเขา ที่เขาเคยเล่นดนตรีกับเพื่อนๆ เคยไปออกค่ายอาสาพัฒนากับเพื่อนๆ แล้วก็เล่นเพลงนี้กัน ซึ่งเขาก็เล่าออกมาให้ฟัง เราก็ทำงานกับเขา แม้กระทั่งบางวันที่เขารู้สึกไม่สบาย ทุรนทุราย เพลงก็ช่วยให้เขาหลับลงไปได้ โดยที่อาจไม่ต้องใช้ยาเพื่อให้หลับในตอนนั้น</p>
<p>“กิจกรรมที่ทำในตอนนั้น เรียกว่า song choice คือให้เขาเลือกเพลง ผมก็จะเปิดกว้างเลยว่า ตอนนี้ อยากจะฟังเพลงอะไร บอกเป็นชื่อเพลงเลยก็ได้ หรือจะบอกเป็นเพลงช้า เพลงเร็ว บอกเป็นศิลปินก็ได้ ผมก็จะค่อยๆ ลิสต์ให้เขาเลือกดู เราทำแบบนี้ เพราะงานวิจัยบอกว่าการทำให้คนไข้ได้เลือกเพลง จะได้ผล อารมณ์เขาจะดี ซึ่งบางเพลงเราอาจเล่นไม่ได้ หรือบางเพลงเราอาจไม่ชอบ แต่เมื่อเป็นนักดนตรีบำบัดแล้ว เราต้องเล่นเพลงนั้นได้ดี เพราะว่าเราไม่ได้เล่นเพื่อตัวเอง แต่เราเล่นเพื่อคนตรงหน้าเรา”</p>
<p>ภุชงค์ระบุและกล่าวเพิ่มเติมว่า เครื่องดนตรีที่นักบำบัดเล่น ขึ้นอยู่กับบริบท ในการทำงาน ตนทำงานในโรงพยาบาล จึงใช้กีตาร์ที่สะดวกในการพกพา ถ้าเป็นเปียโนก็แบกไม่ไหว กีตาร์ก็เป็นเครื่องดนตรีประจำตัว กีตาร์แล้วก็ร้องสด ซึ่งงานวิจัยก็ระบุว่าการร้องสดนั้นได้ผลดีกว่า</p>
<p>“คือเราทำทุกอย่างตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมด น้องเขาก็เลือกเพลง เป็นเพลงที่คนไข้ชอบ ซึ่งเพลงที่คนไข้เลือกจะมีอยู่สามอย่างคือ ชอบ คุ้นเคย และทั้งชอบและคุ้นเคย ซึ่งทั้งสามอย่างนี้ ล้วนทำให้เขาอารมณ์ดีทั้งหมดเลย<br />แล้วในส่วนของความรู้สึกสบายกาย เราใช้ music listening เพื่อที่เขาจะได้นอนพักได้อย่างสบายเต็มที่และเราทำดนตรีให้ผ่อนคลาย โดยเลือกเล่นจากเพลงที่เขาชอบนั่นแหละครับ”ภุชงค์ถ่ายทอดเหตุการณ์ในครานั้น</p>
<h2>‘แต่งเพลงร่วมกัน’ ดนตรีบำบัดที่ส่งผลอย่างลึกซึ้ง</h2>
<p>ภุชงค์เล่าว่าคนไข้รายนี้ มีอายุประมาณ 20-30 ปี ผู้ใหญ่ต้นๆ เรื่องของเขายังมีอะไรมากกว่าอารมณ์ดี ผ่อนคลาย เพราะเมื่อเขาเริ่มมีอารมณ์คงที่ เขาก็เริ่มสดชื่นขึ้นมา แม้ว่าจะต้องอยู่โรงพยาบาล แล้วแพลนของเขาคือต้องอยู่โรงพยาบาลนาน การฟังเพลงอย่างเดียวไม่น่าจะช่วยแก้เบื่อได้ ตนจึงชวนเขาทำอะไรที่มันท้าทายขึ้นมาอีกนิด คือ ชวนเขาแต่งเพลง</p>
<p>“เพราะว่าเมื่อเราสกรีนเขาแล้ว หมายถึง นักดนตรีบำบัดเรียกว่า ‘ภูมิหลังด้านดนตรี’ ตั้งแต่ครั้งแรกที่สกรีนเขา เราจะดูว่าเขามีประสบการณ์อะไรมาบ้าง เคยทำอะไรมาบ้าง เขาเคยเล่นดนตรีอะไรมาบ้างหรือเปล่า ตอนวัยรุ่นมีกิจกรรมอะไรบ้างที่เกี่ยวโยงกัน เช่น ชอบไปเที่ยว ร้องเพลงคาราโอเกะ ปาร์ตี้ ไปผับ หรือไปค่าย มันเป็นข้อมูลที่เอามาได้ใช้ ซึ่งจากการซักประวัติ เขาไม่เคยเล่นดนตรีเลย ผมก็คิดว่า ถ้าให้เขามาฝึกเล่นดนตรี เขาจะทำได้กี่วัน อาการเขาตอนนั้นจะดีได้กี่วัน เพราะการฝึกดนตรีต้องใช้ระยะเวลานาน เราก็เลยคิดว่าจากการประเมินทุกอย่างแล้ว ก็ตัดเรื่องการฝึกดนตรีนี้ออกไป ก็เหลือทางเลือกระยะสั้นที่พอจะจบได้ในครั้งเดียว แล้วเราคิดว่า เขาอยู่นาน เขาควรจะมีกิจกรรมยามว่างทำ เวลาที่เขาตื่นขึ้นมา ก็จะได้รู้สึกว่า ฉันมีสิ่งนี้ที่ต้องทำ มีสิ่งนี้ที่เราจะทำไปด้วยกัน และไม่ได้เป็นภาระ ก็เลยบอกเขาเรื่องการแต่งเพลง</p>
<p>“ตอนแรกเขาก็ปฏิเสธ เพราะเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง แต่เขาหลุดคำพูดออกมาว่า ‘แต่ผมแต่งกลอนได้’ พอเขาพูดมาว่าเขาแต่งกลอนได้ นักดนตรีบำบัดสบายเลยครับ นั่นแหละคือจุดแข็งของเขาที่เขาจะได้ปลดปล่อยมันออกมา แต่เขาบอกเขาไม่รู้จะเริ่มยังไง ซึ่งนั่นเป็นหน้าที่ของนักดนตรีบำบัดที่จะมีกระบวนการในการแต่งเพลงอยู่ว่ามีกระบวนการใดได้บ้าง ผมก็เลยเลือกกระบวนการนี้เลยครับ คือไปนั่งเขียนเป็นธีมทั่วๆ ไป แต่งเป็นงานอดิเรกให้คุณใช้ยามว่างให้คุณไม่เบื่อ เพราะเราไม่สามารถมาเจอเขาได้ทุกวัน เพื่อที่วันที่ไม่เจอเรา คนไข้เขาจะได้มีอะไรทำ ก็มีคำเป็นธีมให้เขา เขาก็มาวงๆๆๆ ไว้ เราก็บอกเขาว่า เอาคำเหล่านี้มาเป็นธีมได้ไหม” ภุชงค์บอกเล่าถึงเหตุการณ์ในความทรงจำ</p>
<p>หลังจากที่เขาวงคำต่างๆ ไว้ ก็มอบหมายให้เขาทำ ว่าให้ระยะเวลาประมาณหนึ่ง แล้วคราวหน้าเรามาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง หรือต้องการความช่วยเหลืออะไรเพิ่ม เราจะได้มาช่วยกันแต่ง</p>
<p>“สรุปว่าสัปดาห์ถัดไป ก็ได้เป็นกลอนมาเลยครับ เราอ่านกลอนเขา เราก็แบบ โอ!แม่เจ้า นักดนตรีบำบัดก็มนุษย์คนหนึ่ง เราก็สั่นคลอนได้เหมือนกัน แต่ก็ด้วยการที่เราเรียนมา อาจารย์ฝึกเราให้มีความมั่นคงทางอารมณ์ ไม่ร้องไห้ปล่อยโฮ หรือเสียศูนย์ได้โดยง่าย เพราะเราเป็นนักบำบัดเราต้องเป็นหลักให้ผู้คน</p>
<p>กระบวนการถัดไป เมื่อเริ่มได้แล้ว เวลาแต่งเพลงก็จะมีชุดคอร์ดให้เลือก ผมก็เล่นไปเรื่อยๆ แล้วให้เขาเลือกว่า กลอนของเขา น่าจะเข้ากับชุดคอร์ดอันไหน หลังจากนั้น เราก็ไปใส่เป็นทำนอง เป็นเมโลดี้ พร้อมเนื้อเพลง เสร็จแล้วเอามาร้องให้ฟังเพื่อให้เขาแก้ไข เมื่อแก้ไขเสร็จก็บันทึกเสียง และให้เก็บไว้เป็นผลงานของตัวเอง</p>
<p>สิ่งที่ผมอยากบอกคือ สิ่งที่เราทำ ไม่ได้แค่ช่วยแก้เบื่อระหว่างอยู่โรงพยาบาล แต่มันเกิด impact ขึ้นสองอย่างซึ่งมหัศจรรย์มาก</p>
<p>impact แรก อย่างที่ผมบอกไปตั้งแต่แรกว่าเคสนี้ เป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย รักษาไม่หาย</p>
<p>ในการดูแลจริงๆ เราจะคุยกันว่า ที่ไหนคือที่ที่คุณเลือกที่จะเสียชีวิต เดิมผู้ป่วยเลือกโรงพยาบาล เพราะว่าการรักษานี้มันผูกมัดเขา ต้องมีการให้สายอาหารทางหลอดเลือดดำ ทำให้เขาต้องอยู่โรงพยาบาลและเขากลัวว่าจะทำให้พ่อแม่ต้องลำบาก ถ้าไปอยู่ที่บ้าน พ่อแม่ต้องวุ่นวายดูแล</p>
<p>กลายเป็นว่า การแต่งเพลง มันดึงความต้องการที่อยู่ลึกๆ ข้างในของเขา ออกมาให้เขาได้สัมผัส ได้เห็นอย่างชัดเจน ว่าจริงๆ แล้ว ตัวเองต้องการอะไรกันแน่ แล้วการดึงมันขึ้นมาด้วยรูปแบบของการแต่งเพลงน่ะครับ มันไม่ได้เป็นการรับรู้ความต้องการที่กระแทกความรู้สึกมาก แต่มันมาอย่างนุ่มนวล ปลอดภัย มันต่างจากการพูดตรงๆ ว่าคุณต้องการเสียชีวิตที่ไหน จริงๆ เราทุกคน มีความรู้สึกต่อคำถามนี้นะ แต่เราอาจจะเลือกตอบบางอย่างที่ไม่ได้ตรงกับความต้องการของเรา เพราะว่าเราอาจตอบสนองกับคำถามนี้ หรือเรารู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะพูดออกไป แต่การสื่อสารผ่านเพลง มันปลอดภัยกว่า</p>
<p>สรุปคือเขาเลือกที่จะเสียชีวิตที่บ้าน คือแผนเปลี่ยนเลย เพราะทุกคนได้เห็นความต้องการจริงๆ ของเขาแล้ว พ่อแม่อึ้งไปเลย ว่าลูกห่วงเราเนอะ เขาก็ได้อยู่เฝ้ากันดูแลกัน แต่เราอาจไม่เห็นโมเมนต์นี้ถ้าเพลงไม่เข้าไป ถ้านักดนตรีบำบัดไม่เข้าไป ถ้าเกิดไม่มีกิจกรรมแต่งเพลง บุคลากรทางการแพทย์ก็จะไม่รู้ความต้องการจริงๆ ลึกๆ ว่าเขาต้องการอะไร”</p>
<p>ภุชงค์ระบุถึงผลสะเทือนที่เกิดขึ้นจากดนตรีบำบัด และกล่าวเพิ่มเติมว่า Impact ที่สอง หลังจากผู้ป่วยเสียชีวิต ผลงานเพลงของเขาทุกเพลง มันเป็นเหมือน legacy ถ้าแปลตรงๆ ก็คือ มรดกตกทอด มันเป็นสิ่งที่คนที่เคยมีชีวิตอยู่ อยากจะทิ้งไว้ให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ แล้วถามว่า legacy ที่เขาทิ้งไว้ดียังไง กล่าวคือการดูแลแบบประคับประคองเมื่อผู้ป่วยเสียชีวิตนั้น เราถือว่าการดูแลแบบประคับประคองยังไม่จบ เพราะจะต้องดูแลคนใกล้ชิดผู้ป่วยต่อ ดูว่าเขามีภาวะเศร้าโศกเสียใจหลังจากที่คนที่ตัวเองรักสูญเสียไปแล้วหรือเปล่า สรุปว่า ผลงานอันนี้ เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ใช้เยียวยาในยามที่คิดถึงลูก ใช้เพื่อที่จะให้ตัวเองได้ร้องไห้ออกมา ใช้เพื่อให้ตัวเองได้ระลึกถึงลูก จึงช่วยลดภาวะความโศกเศร้าเสียใจที่อาจนำไปสู่โรคทางจิตเวชได้</p>
<p>ภุชงค์กล่าวว่า คนไข้รายนี้ แต่งเพลงไว้ 3 เพลง มีการบันทึกเพลงทุกเพลง แต่คนไข้ไม่ได้เป็นคนร้อง ภุชงค์เป็นคนร้อง สิ่งนี้เป็นโปรเจ็กต์ที่ทำร่วมกับนักศึกษาดนตรีบำบัด เมื่อเพลงทุกเพลงเสร็จเราก็ทำการบันทึก ซึ่งนักดนตรีบำบัดอาจไม่มีความชำนาญด้านห้องอัด แต่มีโปรดิวเซอร์ใจดีที่ช่วยเรื่องนี้</p>
<h2>ขอบข่ายการทำงาน</h2>
<p>เมื่อถามถึง ขอบข่ายงานที่โรงพยาบาลศิริราช ภุชงค์ตอบว่า ทำงานที่นี่มาประมาณ 5 ปีกว่าๆ แล้ว โดยเริ่มงานเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ปี 59 ทำงานที่นี่ทันทีที่เรียนจบปริญญาโท “การทำงานของผมคือนักดนตรีบำบัดที่ทำงานในโรงพยาบาล ก่อนอื่นต้องบอกว่า นักดนตรีบำบัดไม่ได้ทำงานแค่ในโรงพยาบาล เท่านั้น ทำในโรงเรียนก็ได้ ในเรือนจำก็ได้ แต่ชีวิตการทำงานผมอยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งย่อมแตกต่างจากในโรงเรียน หรือในเรือนจำแน่นอน</p>
<p>ภุชงค์เล่าว่าชีวิตแต่ละวัน เริ่มด้วยการจัดตารางตัวเอง ว่าสัปดาห์นี้ วันนี้ เรามีคนไข้คนไหนต้องดูแลบ้าง และก่อนดูคนไข้ เราต้องทบทวน ว่ากรณีคนไข้เดิม เราจะทบทวนว่าครั้งล่าสุดเขาเป็นยังไง ครั้งนี้ เราจะทำอะไร</p>
<p>การวางแผนบางอย่างต้องเตรียมอุปกรณ์เราจะได้เตรียมไป แล้วก็ไปเจอเขา แต่สำหรับคนไข้ใหม่ที่เราไม่เคยเจอเลย เราก็จะใช้เวลาทำความรู้จักเขาศึกษาข้อมูลจากเวชระเบียน ว่าหมอส่งมาให้นักดนตรีบำบัดดู เพราะหมออยากให้ช่วยดูอะไร ก่อนที่จะไปดูคนไข้จริงๆ ในแต่ละสัปดาห์ภุชงค์มีงานทุกวันและแทบทั้งวัน”</p>
<p>ภุชงค์กล่าวถึงการที่ผู้รับบริการจะได้พบกับนักดนตรีบำบัดอย่างเขาว่า ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายแบบ ขึ้นอยู่กับบริบท ดังต่อไปนี้คือ</p>
<p>1.บุคลากรทางการแพทย์ทุกสาขาส่งคนไข้มา<br />2.ครู ถ้าเป็นกรณีทำงานในโรงเรียน<br />3.ตัวผู้ป่วยเองแจ้งความประสงค์ว่าต้องการรับบริการ<br />4.ญาติ บุคคลใกล้ชิด อยากให้คนไข้ได้รับดนตรีบำบัด<br />5.นักดนตรีบำบัดเจอโดยบังเอิญ เช่น ไปทำบำบัดคนไข้ห้องนี้ เดินผ่านอีกห้องหนึ่ง เห็นคนไข้ดูหน้าเศร้า นักดนตรีบำบัดสามารถแจ้งความประสงค์ได้ว่าขอไปดูเคสนี้</p>
<p>ดังนั้น โดยรวมแล้ว กระบวนการดนตรีบำบัดค่อนข้างยืดหยุ่น เพราะเราอยากให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการและได้รับประโยชน์จาดดนตรี เแต่นักดนตรีบำบัดก็จะมาเคร่งเครียดกับงานของตัวเอง การวางแผน การเลือกเพลง การออกแบบกิจกรรม เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับประโยชน์สูงสุด</p>
<p>นอกจากนี้ ภุชงค์กล่าวด้วยว่า หากมีผู้ป่วยแจ้งความประสงค์ว่าอยากรับฟังดนตรีบำบัดจากภุชงค์ ก็สามารถแจ้งได้เช่นกัน<br />ถามว่า ในเมืองไทยมีนักดนตรีบำบัดในโรงพยาบาลมากน้อยแค่ไหน ภุชงค์ตอบว่า ทั้งประเทศ ยังไม่ถึง 50 คน ถือเป็นวิชาชีพที่ใหม่</p>
<h2>เยียวยาใจด้วยเสียงเพลง ในห้วงวิกฤติโควิด-19</h2>
<p>เมื่อขอคำแนะนำว่า ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ผู้คนมากมาย อาจมีจิตใจที่ป่วยไข้จากความเครียดทั้งจากเรื่องเรียนหรือหน้าที่การงาน แต่ไม่สามารถไปหานักดนตรีบำบัดได้ เขาควรจะบำบัดตัวเองด้วยการฟังเพลงอย่างไร</p>
<p>ภุชงค์ตอบว่า “ผมเรียกว่าการฟังดนตรีเพื่อสุขภาพก็แล้วกัน เพราะถ้าจะทำดนตรีบำบัด ยังไงก็ต้องทำตามขั้นตอนทางคลินิค และทำกับนักดนตรีบำบัด</p>
<p>ในงานหนึ่งของนักดนตรีบำบัดคือ ต้องให้ความรู้วิธีที่เหมาะสม ถูกต้อง และเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดี</p>
<p>1.เงื่อนไขแรกที่แนะนำเลยนะครับ ผมเน้นว่า ‘ให้อารมณ์ดี’ แค่นี้พอครับ คือให้ฟังแล้วดี เพลิน ผ่อนคลาย ตื่นตัว สดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีพลัง แต่การใช้ดนตรีแล้วจะดีขึ้น ให้ถามตัวเองก่อนว่า ตอนนี้ เราอยากฟังไหม เราอยากทำกิจกรรมดนตรีอะไรไหม ดนตรีไม่ใช่ยาครอบจักรวาล ถ้าเราไม่อยาก เราไม่ใช้ ถือว่าดี แต่ถ้าเราไม่อยากแล้วไปบังคับตัวเองให้ฟัง แบบนี้ไม่ได้ เป็นการบีบบังคับ เราอาจจะรู้สึกเครียดได้ เพราะว่า เราบังคับตนเอง</p>
<p>วิธีการเริ่มที่ดี คือ อยู่กับตัวเองสักพักหนึ่ง สำรวจความต้องการ อาจใช้การหายใจเข้าหายใจออกเพื่อดึงเรากลับมาอยู่กับปัจจุบัน แล้วถามตัวเองว่าอยากฟังไหม ตอบคำถามตนเองด้วยความซื่อสัตย์ ตอนนี้เราอยากทำอะไร ให้พื้นที่ตัวเองได้ทำสิ่งนั้นอย่างอิสระโดยที่ไม่ต้องกังวลว่ามันจะถูกหรือผิด ให้โอกาสตัวเองได้เลือก เราอาจไปชงกาแฟ ลูบหัวแมว ปลูกต้นไม้ ทำอาหาร ดูซีรีย์ส นั่งฟังเพลง อะไรก็ได้ อันนี้คือสิ่งแรกที่ผมอยากเน้นย้ำกับทุกคน</p>
<p>2.เมื่อเราเลือกดนตรี โดยทั่วๆ ไป ก็มีสองอย่างคือ ‘เล่น’ กับ ‘ฟัง’ เรื่องเล่นดนตรีไม่ค่อยห่วง คือ เรามีพื้นฐาน อยากเล่นอะไรก็เล่น อยากฝึกเพลงใหม่ก็ฝึกได้เลย ทำตามใจตัวเอง ให้เวลาตัวเอง สนุกไปกับมัน แต่ผมจะเน้นย้ำเลือกการฟังเพลง ซึ่งจะมีศาสตร์ของดนตรีบำบัดเข้ามาเกี่ยวข้อง</p>
<p>มีนักวิจัยท่านหนึ่ง เขาแนะนำไว้แบบนี้ครับ ให้เราสร้าง playlist ไว้สอง playlist หรือเพลงชุดที่เราสร้างไว้สองชุด” ภุชงค์ระบุอย่างชัดเจน และกล่าวเพิ่มเติมว่า</p>
<p>Playlist แรก รวมเพลงฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ช้าๆ บรรเลง หรือมีเนื้อร้องก็ได้ แต่ฟังแล้วให้เรารู้สึกผ่อนคลาย โล่ง เบา relax เอาไว้ฟังตอนเราผ่อนคลาย นึกภาพคือถ้าเราเครียดแล้วเราเปิดเพลงนี้ เราผ่อนคลายเลย</p>
<p>Playlist สอง ตรงข้ามกันเลย อันนี้ active เราต้องการตื่นตัว ตื๊ดๆๆๆ ใส่มันไปใน Playlist active ฟังเวลาที่เราต้องการเคลื่อนไหว อย่างเช่น ทำความสะอาดบ้านไปด้วย Playlist active ส่วนใหญ่เป็นเพลงเร็ว</p>
<p>“ซึ่งทุกคนเลือกไม่เหมือนกัน นั่นเป็นสิ่งที่ดีแล้ว เพราะทุกคนมีความเฉพาะตัว ให้โอกาสตัวเองในการเลือกเพลง ในการตามใจตัวเอง เพลงนี้ฟังแล้วผ่อนคลาย ‘ใช่ก็คือใช่’ ‘ไม่ใช่ ก็ไม่ใช่’ ไม่ต้องบังคับตัวเอง อย่าทำให้ตัวเองอึดอัด ‘หัวหน้าควบคุมฉันทำงานมาตั้งแต่เช้าแล้ว ฉันอึดอัด ตอนนี้เป็นช่วงเวลาของฉัน ให้ฉันได้อิสระควบคุมอะไรบ้าง’ ลองคิดอย่างนี้บ้าง พอเราทำได้ ชีวิตเราจะมีความสุขมาก” ภุชงค์บอกเล่าอย่างเห็นภาพ</p>
<p>ภุชงค์กล่าวว่า วัตถุประสงค์เดียวของนักดนตรีบำบัดคือให้ชีวิตของคุณได้มีความสุข ให้คุณได้สัมผัสว่า ใน moment หนึ่งของวัน นี่เป็นช่วงเวลาที่คุณมีความสุขและเมื่อคุณสั่งสมความสุขไปเรื่อยๆ สิ่งอัศจรรย์จะเกิดขึ้นคือ เมื่อมีเรื่องเครียดคุณจะมีพลังต่อสู้ และจัดการกับมันได้ดี</p>
<p>“ต้องยอมรับว่าเราห่างเรื่องเครียดไม่ได้ ข่าวเรื่องนู่นเรื่องนี่เรื่องนั่น หรือการเลิกจ้างงานกะทันหัน ถ้าเราไม่สั่งสมความสุขตุนไว้ เราจะเอาแรงที่ไหนไปต่อสู้ เราจะเอาแรงที่ไหนไปคิดเผื่ออนาคตล่วงหน้าว่า ถ้าบริษัทต้องปิด เราจะทำอย่างไร</p>
<p>ถ้าหากตัวเราเองไม่มีความสุข เราก็จะไม่สามารถรับมือกับความกังวลที่มันเข้ามาเขย่าจิตใจเราได้ แต่ถ้าเรามีหลักที่มั่นคง เราก็จะคิดหาหนทางรับมือกับปัญหาได้ ซึ่งความคิดเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อเรามีความสุข ถ้าเราเครียดหรือเรากังวลอยู่ มันคิดไม่ออก เพราะฉะนั้น การทำให้ตัวเองมีความสุขจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก” คือความห่วงใย และการให้กำลังใจทิ้งท้าย จากนักดนตรีบำบัดผู้นี้</p>
<p>#Music Therapy ไทย<br />#รับ สมัคร นักดนตรีบำบัด<br />#สมาคม นัก ดนตรี บำบัด<br />#นักดนตรีบําบัด ภาษาอังกฤษ<br />#Music Therapy จุฬา<br />#คอร์ส ดนตรีบำบัด<br />#สมาคมนักดนตรีบำบัด ไทย<br />#ดนตรีบําบัด มหิดล</p>
<p> </p>
<p>Text by รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล<br />เครดิต https:// www.mgronline.com/onlinesection/detail/9640000092419</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/">สุขภาพ ฟิตเนส ลดน้ำหนัก อาหารเสริม</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ชัดๆ อีกที! เรารับประทานไข่ได้วันละกี่ฟอง</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%86-%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
                        <pubDate>Mon, 20 Sep 2021 01:29:08 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[คอลัมน์ “Golf Healing” โดย “พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎ และ โรงพยาบาลรามคำแหง มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมากกว่า 30 ปี somsak_doctor...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/3cT6YMN/564000009491301.jpg" alt="564000009491301" border="0" /></p>
<p>คอลัมน์ “Golf Healing” โดย “พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎ และ โรงพยาบาลรามคำแหง มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมากกว่า 30 ปี somsak_doctor@hotmail.com”</p>
<p>“ทำอะไรว๊ะ!เก่ง” พี่หมอตะโกนถามเข้าไปในครัวด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ที่วันนี้น้องรักของเฮียเข้าครัวทำอาหาร</p>
<p>“สวัสดีครับพี่หมอ” เสียงเจ้าอ้วนตะโกนตอบมา “ผมกำลังทำไข่ออนเซ็นครับพี่หมอ”</p>
<p>“เออดี ไม่ต้องใช้น้ำมันปรุง..เผื่อพี่ด้วยนะ!” <br />“ครับพี่หมอผมทำ 10 ฟองแน่ะครับ” <br />“โอเค!แต่อย่ากินเกิน2ฟองนะ”</p>
<p>ไข่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพที่หาซื้อได้ง่าย มีราคาถูก และมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่คนจำนวนมากมักจะกังวลว่าการรับประทานไข่ทุกวันจะส่งผลเสียต่อร่างกาย จากปริมาณคอเลสเตอรอลในไข่ มาดูคำแนะนำในการรับประทานไข่ทุกวันจากนักจัดอาหารญี่ปุ่นกัน</p>
<p>เรารับประทานไข่ได้วันละกี่ฟอง?</p>
<p>แม้ไข่จะเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนและสารอาหารอื่นอีกมากมาย แต่ยกเว้นวิตามินซีและเส้นใยอาหาร ไข่ 1 ฟองมีปริมาณคอเลสเตอรอลสูงประมาณ 185-200 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบปริมาณคอเลสเตอรอลที่ร่างกายควรรับเข้าไปในแต่ละวันคือไม่เกิน 300 มิลลิกรัม</p>
<p>อย่างไรก็ดี คอเลสเตอรอลที่รับเข้าไปไม่มีผลต่อค่าคอเลสเตอรอลที่ตรวจวัดได้ เพราะร้อยละ 80 ของคอเลสเตอรอลในร่างกายจะถูกสร้างจากตับ หากรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลน้อย ตับก็จะสร้างคอเลสเตอรอลที่จำเป็นต่อร่างกายออกมามากขึ้น แต่หากรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลมาก ร่างกายก็จะสร้างคอเลสเตอรอลออกมาน้อย</p>
<p>คอเลสเตอรอลเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย เพราะคนเราจะนำมันไปใช้ในการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ น้ำดี วิตามินดี และฮอร์โมนเพศ ได้แก่ เอสโตรเจน (Estrogen) และเทสโทสเตอโรน (Testosterone) เป็นต้น</p>
<p>สำหรับคนที่มีร่างกายแข็งแรงปกติ คอเลสเตอรอลจากไข่จะไม่มีผลต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ</p>
<p>ในทางตรงกันข้าม การรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงจากเนื้อวัว หรือเนื้อหมู ไขมันสัตว์ ตับ ไข่ปลา หนังไก่ น้ำมันปาล์ม และนมเนย เป็นต้น จะส่งผลให้ร่างกายสร้างคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี หือ LDL ออกมาสะสมในเลือดสูงขึ้น จนไปเกาะติดตามผนังหลอดเลือด และส่งผลให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้</p>
<p>และเนื่องจากไข่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ ประมาณ 1-6กรัมต่อฟอง ดังนั้นสำหรับคนที่ร่างกายแข็งแรงปกติที่ต้องการเสริมโปรตีนให้แก่ร่างกายก็สามารถรับประทานไข่ได้ถึงวันละ 2 ฟอง</p>
<p>อย่างไรก็ดีเพื่อให้รู้สึกสบายใจว่าไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไขมันในเลือดสูง ก็จะแนะนำให้เลือกรับประทานไข่วันละ 1 ฟอง</p>
<p>แต่หากว่าวันไหนเกิดรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงเข้าไปแล้ว ก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานไข่เข้าไปอีก</p>
<p>อีกทั้งวิธีการปรุงอาหารที่ไม่ใช้น้ำมัน เช่น ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น และไข่นึ่ง เป็นต้น</p>
<p>การรับประทานพร้อมกับผักและผลไม้ อาหารที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร จะช่วยลดการรับไขมันอิ่มตัวเข้าสู่ร่างกายได้ดี</p>
<p>อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่นมีภาวะเป็นโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ที่รักษาดูก่อนจะดีที่สุด</p>
<p>#กินไข่วันละ 6 ฟอง<br />#กินไข่วันละกี่ฟอง ลดน้ําหนัก<br />#กินไข่ 4 ฟองต่อวัน<br />#กินไข่วันละ 3 ฟอง<br />#กินไข่ได้วันละกี่ฟอง pantip<br />#อายุ 50 ปีขึ้นไป กินไข่ได้วันละกี่ฟอง<br />#ออกกําลังกายควรกินไข่วันละกี่ฟอง<br />#คนท้อง กินไข่วันละกี่ฟอง</p>
<p>เครดิต https:// www.mgronline.com/sport/detail/9640000092902</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/">สุขภาพ ฟิตเนส ลดน้ำหนัก อาหารเสริม</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%86-%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>&quot;คีโตเจนิค&quot; (Ketogenic) หลอกสมอง กินไขมันลดอ้วน(อย่างมีวินัย)</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84-ketogenic-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
                        <pubDate>Thu, 09 Sep 2021 23:25:15 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[คอลัมน์ “Golf Healing” โดย “พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎ และ โรงพยาบาลรามคำแหง มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมากกว่า 30 ปี somsak_doctor...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/hc25NXB/564000009139001.jpg" alt="564000009139001" border="0" /></p>
<p>คอลัมน์ “Golf Healing” โดย “พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎ และ โรงพยาบาลรามคำแหง มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมากกว่า 30 ปี somsak_doctor@hotmail.com”</p>
<p>“พี่หมอ...ช่วยตัดต่อมอยากของเก่งออกหน่อยเถอะครับ!” “อะไรของเอ็งว๊ะ?”</p>
<p><strong>พี่หมองงกับคำพูดเจ้าเด็กอ้วนที่ทำท่าจะอ้วนขึ้นทุกวัน</strong></p>
<p>“ก็ผมน่ะอยากลดน้ำหนักแต่มันอยากโน่นอยากนี่ไปซะหมด....ผมว่าต่อมอยากของผมมันน่าจะผิดปกติครับ”</p>
<blockquote>
<p>.</p>
<p>.<br />พี่ว่าเป็นสันดานตะกละของเอ็งมากกว่า...แต่เอาเถอะมีอีกวิธีหนึ่งที่อาจเหมาะ เห็นผลใน 2 สัปดาห์</p>
</blockquote>
<p>“โห!ดีเลยพี่หมอ...บอกเก่งหน่อยซิทำไง”</p>
<blockquote>
<p>.</p>
<p>.</p>
<p>โอเค...เขาเรียก “คีโตเจนิค กินไขมันลดอ้วน” แต่ถ้ากินไม่ถูกวิธีจะยิ่งอ้วนนะ...ต้องมีวินัย...โอเค๊!</p>
</blockquote>
<p>“เคร...ครับ” เจ้าเก่งรับคำอย่างมีความหวัง</p>
<p>การลดความอ้วนด้วยการกินอาหารแบบที่เรียกว่า “โลวคาร์ป” หรือการกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมานานแล้ว แต่ปัจจุบันได้ถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เป็นวิธีการลดน้ำหนักแบบที่เรียกว่า “คีโตเจนิค”</p>
<h2>วิธีทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะคีโต</h2>
<p>การทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะคีโต คือภาวะที่ร่างกายไม่มีน้ำตาลกลูโคส เพียงพอที่จะใช้เป็นพลังงาน ดังนั้นร่างกายจึงเปลี่ยนมาใช้น้ำตาลจากไขมันที่อยู่ในร่างกายแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อทดแทนน้ำตาลกลูโคสให้กับสมองด้วยวิธีการดังกล่าวนี้ทำให้ผู้ที่คิดจะลดความอ้วน ยังคงกินได้เป็นปกติ เพียงแต่ต้องหลีกเลี่ยงอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตให้น้อยที่สุด โดยร่างกายจะทำการดึงเอาน้ำตาลจากไขมันมาใช้แทน</p>
<p>แม้จะเป็นวิธีการลดน้ำหนักที่เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว แต่การลดน้ำหนักด้วยวิธีแบบคีโตเจนิคก็ยังไม่ได้เหมาะสมกับทุกคน โดยวารสารทางการแพทย์ระบุว่ามีกลุ่มคน 3 กลุ่มที่ไม่ควรลดน้ำหนักด้วยวิธีคีโตเจนิค</p>
<ul>
<li>กลุ่มแรกคือผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือมีภาวะเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน</li>
<li>กลุ่มที่สองคือ ผู้ที่ต้องกินยาควบคุมความดันโลหิต</li>
<li>กลุ่มสุดท้ายคือมารดาที่กำลังให้นมบุตร</li>
</ul>
<h2>คีโตเจนิค กินไขมันลดอ้วน แต่ถ้ากินไม่ถูกวิธีอาจยิ่งอ้วน</h2>
<p>วิธีกินแบบคีโตเจนิค นี้คือการกินอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตในจำนวนน้อย ซึ่งมีการระบุไว้ว่า กินได้ที่ 50 กรัมต่อวัน แต่ถ้าให้ดีให้ได้ผลเร็วคือ20กรัมต่อวัน (ข้าวหนึ่งทัพพี หรือขนมปังหนุ่งก้อน) ในขณะเดียวกันคุณสามารถทดแทนด้วยการกินเนื้อสัตว์ได้ทั้งหมู ไก่ ปลา (ส่วนอาหารทะเลก็ได้แต่ไม่ควรมากเกินไปเพราะคอเลสเตอรอลสูง) ไข่ไก่ ชีส และผัก เพื่อทดแทนส่วนของคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้แล้วคุณยังสามารถใช้เนยในการทำอาหารแทนน้ำมันและยังใส่นมในเครื่องดื่มได้ด้วย ขณะเดียวกันอาหารประเภทถั่ว ทั้งแมคคาดีเมียและอัลมอนด์ ก็เป็นทางเลือกที่ดีในกรณีที่คุณชอบกินขนมขบเคี้ยว</p>
<h2>สิ่งที่คนกินคีโตแบบ Beginner ควรหลีกเลี่ยงให้ไกล</h2>
<p>น้ำอัดลม น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงอย่างกล้วยหอม ขนมปัง มันฝรั่ง พาสต้า โดนัท ช็อตโกแลตบาร์ เบียร์ เหล่านี้ล้วนให้น้ำตาลสูงเป็นอย่างยิ่ง</p>
<h2>แล้วเครื่องดื่มแบบไหนที่ดื่มได้บ้าง</h2>
<p>คำตอบคือน้ำดื่มบริสุทธิ์ ส่วนชา กาแฟ นั้นยังดื่มได้แต่ไม่ควรใส่น้ำตาล แต่ถ้ายังอยากใส่นมสดก็พอได้ นอกจากนี้คุณยังพอดื่มได้ โดยมีสิทธิ์ดื่มไวน์แดงได้2แก้ว</p>
<p>ทั้งหมดนี้คือการกินแบบคีโตเจนิคแบบ Beginner ซึ่งหมายความว่าคุรต้องมีวินัยเป็นอย่างมาก และถ้าสามารถทำได้ติดต่อกัน 14 วัน ก็จะเห็นผลของการกินได้ทันที เพียงแต่ในระยะยาวคุณต้องกินในลักษณะนี้ให้เป็นนิสัย เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพกับวีการกิน แต่ถ้าน้ำหนักลดแล้วกลับไปกินแบบเดิมก็จะกลับมาอ้วนอีกครั้ง แล้วกลับไปลดแบบเดิมใหม่ แบบนี้จะเกิดผลเสียต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p>#การกินคีโต<br />#กินคีโต 1 อาทิตย์<br />#กินคีโต ข้อเสีย<br />#กินคีโตแบบประหยัด<br />#คีโตมือใหม่กินอะไรดี<br />#เมนู คี โต เจ นิ ค มีอะไรบ้าง<br />#เมนูคีโต28วัน<br />#เมนูคีโตคืออะไร<br />#เมนูคีโตทําเองง่ายๆ<br />#เมนูคีโตมือใหม่<br />#เมนูอาหารคีโต 7-11<br />#เมนูอาหารคีโต 7วัน<br />#เมนูอาหารคีโต pantip<br />#เริ่มกินคีโต pantip<br />#เริ่มกินคีโต เมนู<br />#วิธี เริ่มกิน คี โต<br />#วิธีกินคีโต<br />#วิธีเริ่มกินคีโต พันทิป<br />#อาหารคีโตมือใหม่</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/">สุขภาพ ฟิตเนส ลดน้ำหนัก อาหารเสริม</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84-ketogenic-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>วิธีส่องฉลากยา! ดูอย่างไรให้ได้ ยาฟ้าทะลายโจร &quot;ของจริงและได้มาตรฐาน&quot;</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84/</link>
                        <pubDate>Tue, 07 Sep 2021 07:09:23 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[“ฟ้าทะลายโจร” สมุนไพรไทยที่เป็นที่รู้จักมากขึ้นในช่วงวิกฤตโรคโควิด-19 โดยเฉพาะเมื่อกระทรวงสาธารณสุขประกาศบรรจุตัวยาฟ้าทะลายโจรเป็นหนึ่งในยาที่ใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ได้ ก็เกิดกระแสความต้อง...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/t2S4682/564000009027701.jpg" alt="564000009027701" border="0" /></p>
<p>“ฟ้าทะลายโจร” สมุนไพรไทยที่เป็นที่รู้จักมากขึ้นในช่วงวิกฤตโรคโควิด-19 โดยเฉพาะเมื่อกระทรวงสาธารณสุขประกาศบรรจุตัวยาฟ้าทะลายโจรเป็นหนึ่งในยาที่ใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ได้ ก็เกิดกระแสความต้องการสมุนไพรชนิดนี้อย่างมากจนทำให้สินค้าขาดตลาด เรื่องราวข่าวสารเกี่ยวกับฟ้าทะลายโจรก็ออกมาท่วมท้นพื้นที่โซเซียลมีเดีย ทั้งสรรพคุณว่าฟ้าทะลายโจรรักษาโรคโควิดได้ บ้างก็ว่าเพียงบรรเทาอาการ อีกทั้งมีคำเตือนว่าอาจเป็นอันตรายต่อตับ ฯลฯ หลายข้อมูลที่ขัดกัน สร้างความสับสนให้ผู้บริโภค ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการใช้ยาที่ผิดและเกิดโทษได้</p>
<p>คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้เปิดเวทีเสวนา “ฟังให้ชัดกับการใช้ฟ้าทะลายโจร ในสภาวะวิกฤต คุณภาพ ราคา และความปลอดภัย” เพื่อไขข้อข้องใจเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับฟ้าทะลายโจร ให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเองได้ถูกต้อง และหากจะรับประทานสมุนไพรก็จะได้เข้าใจและใช้ได้อย่างถูกวิธี โดยมีอาจารย์จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมเสวนา อาทิ รศ. ภก.ดร.วรสิทธิ์ วงศ์สุทธิเลิศ ผศ.ภญ.ดร.สุนทรี ชัยสัมฤทธิ์โชค และ ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ ร่วมด้วย รศ.ภญ.ดร.มยุรี ตั้งเกียรติกำจาย จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และตัวแทนผู้บริโภค คุณสารี อ่องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค</p>
<p>ฟ้าทะลายโจร ใช้อย่างไรให้ได้ผลและปลอดภัย</p>
<p>ฟ้าทะลายโจรเป็นพืชสมุนไพรที่อยู่ในตำรับยาไทยโบราณ ใช้ในการรักษาและบรรเทาอาการไข้หวัดทั่วไป โดยในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้มีการอ้างถึงการศึกษา<br />สารแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) สารออกฤทธิ์สำคัญที่พบในฟ้าทะลายโจร ว่ามีประสิทธิภาพในการยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสและยับยั้งการอักเสบได้ อย่างไรก็ตาม โรคโควิด-19 เป็นโรคอุบัติใหม่ จึงยังไม่มีงานวิจัยมากพอที่ยืนยันแน่ชัดได้ว่าฟ้าทะลายโจรสามารถป้องกันและรักษาโรคโควิด-19 ได้</p>
<p>ในประเทศไทย หนึ่งในงานวิจัยที่อาจพออ้างอิงถึงประสิทธิผลของฟ้าทะลายโจรได้ คือ การศึกษาการใช้ฟ้าทะลายโจรกับผู้ป่วยโควิด-19 ในเรือนจำกลางกรุงเทพมหานคร โดยนายแพทย์ อเนก มุ่งอ้อมกลาง<br />รศ.ภญ.ดร.มยุรี ตั้งเกียรติกำจาย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เผยถึงการศึกษาดังกล่าวว่า “ผู้ป่วยโควิด-19 ในเรือนจำ จำนวน 30 คน ได้รับยาผงฟ้าทะลายโจร ซึ่ง 1 แคปซูลมีปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ 12 มิลลิกรัม ครั้งละ 4 เม็ด วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน แล้วตรวจหาโควิดแบบ RT-PCR ทุกๆ 2 วัน หลังจากได้ยาฟ้าทะลายโจรไปแล้ว 8 วัน ปรากฎว่า ไม่พบเชื้อโควิดในคนไข้แล้ว”</p>
<p>ผลการศึกษาดังกล่าวระบุให้ใช้ผงฟ้าทะลายโจรที่มีปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ 144 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งให้วันละ 3 ครั้ง ส่วนข้อมูลจากกรมการแพทย์ ระบุให้ใช้ฟ้าทะลายโจร 180 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งให้วันละ 3 ครั้ง เช่นกัน<br />"แม้ประเด็นปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ที่เหมาะสมยังคงเป็นข้อถกเถียง และยังคงต้องมีการศึกษาเพื่อติดตามประสิทธิผลและผลข้างเคียง แต่การใช้ฟ้าทะลายโจรเพื่อบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยโควิด-19 ก็สามารถทำได้" รศ.ภญ.ดร.มยุรี กล่าว</p>
<p>“เบื้องต้นแนะนำให้รับประทานฟ้าทะลายโจรติดต่อกัน 5 วัน หากอาการไม่ดีขึ้นและไม่มีความเสี่ยงเรื่องโรคตับ ก็อาจจะรับประทานต่อได้อีก แต่ก็ไม่ควรเกิน 14 วันต่อเนื่อง ทั้งนี้ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ ที่สำคัญ ห้ามใช้ฟ้าทะลายโจรคู่กับยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) เด็ดขาด” รศ.ภญ.ดร.มยุรี เตือน พร้อมย้ำว่า ไม่ควรบริโภคยาฟ้าทะลายโจรเพื่อผลในการป้องกันโรค หรือขณะที่ยังไม่มีอาการป่วย</p>
<p>“มีการศึกษาพบว่าการใช้ยาฟ้าทะลายโจรในขนาดต่างๆ เป็นระยะเวลานาน ค่าเอนไซม์บางชนิดในตับจะสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดพิษในตับได้”</p>
<p>ดูอย่างไร ยาฟ้าทะลายโจร "ของจริงและได้มาตรฐาน"</p>
<p>ฟ้าทะลายโจรได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นยาสามัญประจำบ้าน จึงสามารถวางจำหน่ายได้ทั่วไปเช่นเดียวกับยาสามัญประจำบ้านชนิดอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาฟ้าทะลายโจรได้อย่างกว้างขวาง แต่เมื่อความต้องการยาสมุนไพรชนิดนี้เพิ่มขึ้น ก็เกิดปัญหายาขาดตลาด ผลิดไม่ทัน เปิดช่องว่างให้ผู้ค้าบางรายฉวยโอกาส ปลอมแปลงฉลาก สวม อย. ผลิตยาที่ต่ำกว่ามาตรฐาน หรือการขายยาฟ้าทะลายโจรเกินราคา</p>
<p>“ฉลากของยาฟ้าทะลายโจรบางยี่ห้อไม่มีการระบุข้อมูลปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ บางฉลากหรือข้อมูลในแผ่นพับหรือตาม social media มีข้อมูลที่สร้างความเข้าใจผิด อาจเป็นการจงใจหลอกหลวง หรือด้วยความไม่รู้ของผู้ค้า ยิ่งไปกว่านั้น บางยี่ห้อเลี่ยงโดยใช้การขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หรือเป็นประเภทอื่นที่ไม่ใช่ยา และมักจะไม่มีสมุนไพรฟ้าทะลายโจรประกอบอยู่” ผศ.ภญ.ดร.สุนทรี ชัยสัมฤทธิ์โชค จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ เผยปัญหาด้านฉลากยาฟ้าทะลายโจรที่พบในท้องตลาด</p>
<p>“การซื้อยาฟ้าทะลายโจร ผู้บริโภคต้องตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์เพื่อดูปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ที่ถูกต้องเหมาะสมกับการบริโภค ที่สำคัญ ให้สังเกตเลขทะเบียน อย. เนื่องจากยาว่าฟ้าทะลายโจรจัดเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร ฉลากต้องมีเลขทะเบียนขึ้นต้นด้วย “G” ผศ.ภญ.ดร.สุนทรี แนะ พร้อมเสริมข้อมูลช่องทางที่ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจรที่ไม่ถูกต้องได้จากเว็บไซต์ของสำนักคณะกรรมการอาหารและยา https://www.fda.moph.go.th/</p>
<p>นอกจากผู้บริโภคที่ควรใส่ใจอ่านฉลากแล้ว หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข ก็ควรให้ความสำคัญกับ “ฉลาก” เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในการใช้ผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจรที่มีคุณภาพและปลอดภัย</p>
<p>“การใช้ยาฟ้าทะลายโจรในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่เพื่อรักษาอาการไข้หวัดอีกต่อไปแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดต่างๆ ที่ต้องระบุในฉลากยาเพื่อให้ตรงกับความต้องการ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้ฟ้าทะลายโจรได้อย่างปลอดภัย เพื่อให้เราสามารถผ่านสถานการณ์วิกฤตไปด้วยกันได้” ผศ.ภญ.ดร.สุนทรี กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>รับฟังย้อนหลัง เสวนา “ฟังให้ชัดกับการใช้ฟ้าทะลายโจร ในสภาวะวิกฤต คุณภาพ ราคา และความปลอดภัย” ได้ทาง https:// www.facebook.com/Pharmacy.CU/videos/568836930954422</p>
<p> </p>
<p>#ฟ้าทะลาย Pantip<br />#ฟ้าทะลาย สรรพคุณ 7 11 ราคา<br />#ฟ้าทะลาย ยี่ห้อไหนดี pantip<br />#ฟ้าทะลาย ยันฮี Pantip<br />#อ้วยอันโอสถ ฟ้าทะลาย<br />#ฟ้าทะลาย ยันฮี ดี ไหม</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/">สุขภาพ ฟิตเนส ลดน้ำหนัก อาหารเสริม</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>เตือนภัยนักดื่ม &quot;หักดิบ&quot; กะทันหันร่างกายปรับสภาพไม่ทัน เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%9a/</link>
                        <pubDate>Thu, 26 Aug 2021 00:59:53 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[วันนี้ (25 ส.ค.) นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สุรา คือ เครื่องดื่มที่มีเอทิลแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง เมื่อดื่มสุราเข้าสู่ร่างกายจะท...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/tK9R3n6/564000008590501.jpg" alt="564000008590501" border="0" /></p>
<p>วันนี้ (25 ส.ค.) นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สุรา คือ เครื่องดื่มที่มีเอทิลแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง เมื่อดื่มสุราเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เกิดพิษต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย เช่น ทำให้สมองเสื่อม ความคิดความจำบกพร่อง เกิดไขมันสะสมในตับ ตับอักเสบ และเกิดภาวะตับแข็งตามมา เกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ</p>
<p>โดยพิษแบบเฉียบพลัน จะทำให้ขาดสติ ควบคุมตัวเองไม่ได้ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือทะเลาะวิวาทได้ง่าย</p>
<p>ในผู้ที่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรังซึ่งหมายถึง ผู้ที่ดื่มมากกว่าตั้งแต่ 5 วันต่อสัปดาห์ขึ้นไปและดื่มวันละมากกว่า 2 ดื่มมาตรฐาน ซึ่งเทียบได้กับ</p>
<ul>
<li>เบียร์ 1.5 กระป๋อง</li>
<li>เหล้าแดง 4 ฝา</li>
<li>ไวน์ 2 แก้ว</li>
<li>เหล้าขาว 2 เป๊ก</li>
</ul>
<p>จะทำให้สุขภาพร่างกายทรุดโทรม ขาดความรับผิดชอบ เสี่ยงต่อการเกิดอาการทางจิต เช่น ซึมเศร้า อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร มีอาการประสาทหลอน หูแว่ว หวาดระแวง ระบบความจำบกพร่อง สับสนไม่รู้วัน เวลา สถานที่ สมองเสื่อม มีปัญหาในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มีความผิดปกติทางอารมณ์และพฤติกรรม</p>
<p>ทั้งนี้หากหยุดดื่มอย่างกะทันหันจะทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน มักจะพบอาการมือสั่น เหงื่อออก เป็นไข้ สับสน กระวนกระวาย นอนไม่หลับ เห็นภาพหลอน หวาดระแวงคิดว่าจะมีใครมาทำร้าย อาจทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายผู้อื่น ชักเกร็ง และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้</p>
<p>นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี<br />กล่าวเพิ่มเติมว่า</p>
<p>ในผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ และมีการหักดิบหยุดดื่มกะทันหัน ร่างกายจะปรับสภาพไม่ทัน ทำให้เกิดอาการอยากอย่างรุนแรงหรือเสี้ยน (craving) ซึ่งเมื่อกลับมาดื่มอีกครั้งจะไม่สามารถควบคุมตัวเองให้หยุดดื่มได้ ทำให้ดื่มมากกว่าที่เคยดื่ม เกิดพิษสุราแบบเฉียบพลันได้ง่ายกว่าปกติ ทำให้สมาธิลดลง มึนงง ปฏิกิริยาตอบกลับอัตโนมัติช้าลง เสียการควบคุมระบบกล้ามเนื้อ กดการหายใจและการเต้นของหัวใจ ไม่รู้สึกตัว การหายใจช้าลงและอาจเสียชีวิตได้</p>
<p>โดยความรุนแรงของอาการจะขึ้นอยู่กับปริมาณสุราที่ดื่มเข้าไป</p>
<p>แนะครอบครัวและคนใกล้ชิดให้สังเกตอาการของผู้ที่หยุดดื่มกะทันหัน หากพบมีอาการเสี่ยงให้รีบพาไปพบแพทย์ เพื่อขอรับคำปรึกษาหรือเข้าสู้กระบวนการบำบัดรักษา</p>
<p>ซึ่งการบำบัดรักษามี 2 รูปแบบ คือ</p>
<ul>
<li>การบำบัดรักษาแบบผู้ป่วยนอก เหมาะสำหรับผู้ติดแบบไม่รุนแรงมาก สามารถดูแลการทานยาและควบคุมการหยุดดื่มได้ ไม่มีภาวะแทรกซ้อนทางกาย</li>
<li>การบำบัดแบบผู้ป่วยใน เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถควบคุมการดื่มได้ หรือมีภาวะแทรกซ้อนทางกาย โดยแพทย์จะบำบัดรักษาอาการถอนพิษสุราและภาวะแทรกซ้อน จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อฟื้นฟูกระบวนการคิด สมรรถภาพร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป</li>
</ul>
<p>การดื่มสุราไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อร่างกาย ในผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำจะทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลงทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานฆ่าเชื้อโรคในร่างกายได้ไม่เต็มที่ มีโอกาสติดเชื้อต่าง ๆได้ง่ายขึ้น</p>
<p>ยิ่งในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID -19 การดื่มสุรายิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการรับเชื้อมากขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้หากประสบปัญหาเกี่ยวกับสุรา หรือยาและสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 หรือที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmindat.go.th</p>
<p>#เลิกเหล้า กินอะไรแทน<br />#อาการ หยุดเหล้า กะทันหัน<br />#วิธี แก่ อาการ ถอนพิษ สุรา<br />#ลงแดง เพ้อคลั่ง<br />#หักดิบ เบียร์<br />#อาหารคนเลิกเหล้า<br />#ประสบการณ์ เลิกเหล้า<br />#เลิกเหล้า นอนไม่หลับ<br />#วิธีเลิก เบียร์<br />#เลิกเบียร์ น้ําหนักลด<br />#ยาเลิกเบียร์<br />#อาการติดเบียร์<br />#เลิกเบียร์ นอนไม่หลับ<br />#อาการ หักดิบ เบียร์<br />#วิธีลด เบียร์<br />#เลิกเหล้า อาการ<br />#วิธี แก่ อาการ ถอนพิษ สุรา<br />#วิธีแก้อาการลงแดงเหล้า<br />#อาหารคนเลิกเหล้า<br />#อาการน็อคเหล้า<br />#เลิกเหล้า นอนไม่หลับ<br />#เลิกเหล้ากี่เดือนอาการจะปกติ<br />#ประสบการณ์ เลิกเหล้า</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/">สุขภาพ ฟิตเนส ลดน้ำหนัก อาหารเสริม</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%9a/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>4 เทคนิคเด็ดโกงอายุให้หน้าเด็ก ยกกระชับ</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/4-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%99/</link>
                        <pubDate>Thu, 19 Aug 2021 05:34:21 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ใบหน้าของเราสามารถสังเกตให้เห็นได้ชัดเจนที่สุด มักจะฟ้องบ่งบอกถึงอายุ และเป็นสัญญานเตือนต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะเรื่องริ้วรอย ล่องลึก ความหย่อนคล้อย ไม่ว่าจะวัยไหน เพศ ก็อยากมีใบหน้าที่สวย หล่อ ด...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/bvgH1g5/564000008349001.jpg" alt="564000008349001" border="0" /></p>
<p>ใบหน้าของเราสามารถสังเกตให้เห็นได้ชัดเจนที่สุด มักจะฟ้องบ่งบอกถึงอายุ และเป็นสัญญานเตือนต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะเรื่องริ้วรอย ล่องลึก ความหย่อนคล้อย ไม่ว่าจะวัยไหน เพศ ก็อยากมีใบหน้าที่สวย หล่อ ดูอ่อนวัย หรือ "หน้าเด็ก" อยู่เสมอ ปัญหาเหล่านี้มีสาเหตุมาจากเมื่อเราอายุมากขึ้น สารที่ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น เต่งตึง เปล่งปลั่ง ในร่างกายไม่สามารถผลิตได้เพียงพอ ทำให้มีจำนวนลดลง ส่งผลให้โครงสร้างของชั้นผิวหนังหลวมขึ้น เซลล์ไม่อุ้มเกาะน้ำ ขาดวามหนาแน่นของผิว ผิวหนังจึงค่อยๆ เริ่มหยอนคล้อย ไม่กระชับ เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นตามมา วันนี้ รมย์รวินท์ คอสเมติก (Romrawin Cosmetics) มี 4 เทคนิควิธีที่จะช่วยให้ใบหน้าของเราโกงอายุให้ดูเด็กขึ้น จนลืมคำว่าป้าหรือลุงไปเลย</p>
<h2>1. บำรุงจากภายใน</h2>
<p>โดยให้มองหาอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซี ของแต่ละกลุ่ม อันได้แก่ กลุ่มประเภทสัตว์ เช่น ปลา ไก่ ไข่ นม กลุ่มผัก เช่น องุ่น แครอท บีทรูท ฟักทอง ผักใบเขียว กลุ่มผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวทุกชนิด ซึ่งในแต่ละชนิดจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่แตกต่างกันไป ซึ่งจะเป็นตัวช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิว มีความชุ่มชื้น กระชับ และเต่งตึงให้กับผิวขึ้นมาได้</p>
<h2>2. หลีกเลี่ยงแสงแดด</h2>
<p>ในแต่ละวันเราต้องเจอแสงหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแสงอาทิตย์ แสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์ แสงจากหลอดไฟ เป็นต้น เจ้าแสงแดดตัววายร้ายที่มาทำร้ายผิวเรามากที่สุด โดยจะมีอุลตราไวโอเลตส่องมายังผิวชั้นบน แล้วยังทะลุผ่านไปยังผิวชั้นลึกๆ ลงไปทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินของเรา ทำให้ผิวเราเกิดการไหม้เกรียม กระ และริ้วรอยก่อนวัย ดังนั้น ครีมกันแดดจะช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของแสงได้</p>
<h2>3. ออกกำลังใบหน้าเป็นประจำทุกวัน</h2>
<p>โดยใช้ 6 วิธีโยคะใบหน้า ทำประจำทุกวัน ประมาณ 5-10 นาที ซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อได้ขยับ เพิ่มความกระชับ เต่งตึงให้กับใบหน้าได้อย่างดี</p>
<p><img src="https://i.ibb.co/xMBzWP5/564000008349003.jpg" alt="564000008349003" border="0" /> </p>
<h2>4. บำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์เฉพาะทางในกลุ่มยกกระชับ</h2>
<p>โดยเลือกกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีสารในด้านช่วยยกกระชับใบหน้า หรือลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เช่น กลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ Pyrus Malus Fruit Extract, Idebenone, Avena Sativa Kernel Extract, Argireline รวมไปถึงมอเจอร์ไรเซอร์ เป็นต้น ส่วนผสมกลุ่มนี้จะเป็นตัวช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น และกักเก็บความชุ่มชื้น ทำให้ลดการหย่อนคล้อย ผิวกระชับ เปล่งปลั่งมากขึ้น ซึ่งการบำรุงผิวด้วยวิธีนี้ต้องมีการใช้อย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอหากมีการหยุดใช้ เป็นระยะเวลานาน อาจจะทำให้ผิวกลับมาหย่อยคล้อยแบบเดิมได้อีก</p>
<p>ขอบอกเลยว่า 4 เทคนิคเด็ดโกงอายุให้หน้าเด็ก ยกกระชับ...ห่างไกลริ้วรอย และความหย่อนคล้อย เป็นเทคนิคที่ต้องมีการปฏิบัติและดูแลอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญ !!! คำว่า ป้าหรือลุงจะห่างไกลเราไปเลยค่ะ</p>
<p>สามารถติดตามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ที่ www.romrawincosmetics.com / FACEBOOK: ROMRAWIN COSMETICS หรือ Line: @romrawincosmetics</p>
<p>#romrawin clinic ดีไหม<br />#รมย์รวินท์ โปรโมชั่น<br />#romrawin รักษาสิว<br />#Romrawin Cosmetics<br />#รมย์รวินท์ คลินิก<br />#รมย์ ร วิน ท์ มี กี่ สาขา<br />#เลเซอร์ รมย์ ร วิน ท์<br />#Romrawin ผลิตภัณฑ์</p>
<p>อ้างอิง https://th.wikipedia.org/wiki/อนุมูลอิสระ</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/">สุขภาพ ฟิตเนส ลดน้ำหนัก อาหารเสริม</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%aa-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/4-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%99/</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		