<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									พระเครื่อง &amp; เครื่องลางของขลัง - Guestpost สาระดีๆ มีมาแบ่งปันกัน				            </title>
            <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/</link>
            <description>โฟสฟรี สาระดีๆ หรือจะลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ก็ได้เช่นกัน</description>
            <language>en-US</language>
            <lastBuildDate>Mon, 14 Sep 2026 11:03:13 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>พระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ มีกนก</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%ad-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d/</link>
                        <pubDate>Fri, 03 Dec 2021 23:37:56 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[.
จุดสังเกตุพระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ มีกนก (ด้านหน้า)
 
จุดที่ 1.พระเกศ(ผม)องค์ที่ติดชัดเจนจะเหมือนดอกบัวตูม
จุดที่ 2.พระกำแพงชุ้มกอกำแพงเพชรทุกพิมพ์จะต้องมีเส้นซุ้มประภามฑล
จุดที่ 3.ขอ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p>.</p>
<h2>จุดสังเกตุพระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ มีกนก (ด้านหน้า)</h2>
<p> <img src="https://i.ibb.co/n1T6psP/2021-11-02-211237.jpg" alt="2021-11-02-211237" border="0" /></p>
<p>จุดที่ 1.พระเกศ(ผม)องค์ที่ติดชัดเจนจะเหมือนดอกบัวตูม</p>
<p>จุดที่ 2.พระกำแพงชุ้มกอกำแพงเพชรทุกพิมพ์จะต้องมีเส้นซุ้มประภามฑล</p>
<p>จุดที่ 3.ขอบด้านบนขวา(องค์พระ) มีศิลปะแม่พิมพ์ที่ม้วนตลบจากด้านหลังมาด้านหน้า</p>
<p>จุดที่ 4.กนกหางนาค ลายกนกด้านบนติดเฉพาะก้าน ดูแล้วเหมือนหางพญานาค</p>
<p>จุดที่ 5.เส้นขอบจีวร ตวัดชอนลึกเข้าในซอกรักแร้ขวา</p>
<p>จุดที่ 6.องค์ที่ติดชัดจะเห็นกำไร ข้อพระบาท(เท้า) และพระเพลาขัดสมาธิราบ</p>
<p>จุดที่ 7.เส้นเท้าช้ายจะอ่อนพลิ้วสวยงาม ไม่แข็งทื่อ องค์ที่ติดชัดเจนเท้าจะตวัดงอโค้งขึ้นไปชนเข่า</p>
<p>จุดที่ 8.บัวเล็บช้าง สังเกตุดูดีๆจุดนี้จะดูเหมือนเล็บช้างจะมี 5 กลีบด้วยกัน</p>
<p>จุดที่ 9.มือขัดสมาธิ มือด้านซ้ายจะอยู่ด้านล่าง และองค์ที่ติดชัดจะเห็นหัวแม่มือด้วย</p>
<p>จุดที่ 10.ชอกรักแร้ทั้ง 2 ด้านจะลึกมาก</p>
<p>จุดที่ 11.องค์ที่ติดชัด จะเห็นตาทั้งสองข้างชัดเจนมากและ ปากส่วนมากจะไม่ค่อยติดชัด</p>
<p>จุดที่ 12.ลายกนกช้ายจะมองคล้ายเศียรพญานาค ส่วนมากที่จะมองเห็นชัดคล้ายเศียรพญานาคมี 2 -3 กนกเท่านั้น</p>
<p>จุดที่ 13.จะเห็นรอยยุบที่หน้าผากใต้เส้นครอบเศียรพระ</p>
<p>หมายเหตุ จุดเอกทั้งหมดนี้เป็นเพียงการพิจารณาแม่พิมพ์ ของพระกำแพงชุ้มกอพิมพ์ใหญ่มีกนก ในเบื้องต้นเท่านั้นไม่สามารถนำมาใช้เป็นข้อยุติ ในการพิจารณาการดูพิมพ์พระกรุนี้ได้  ขึ้นอยู่กัประสบการณ์ในการศึกษาของแต่ล่ะท่านฯ</p>
<h2>จุดสังเกตุพระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ มีกนก (ด้านหลัง)</h2>
<p><img src="https://i.ibb.co/9wqHwqp/2021-11-02-211333.jpg" alt="2021-11-02-211333" border="0" /></p>
<p>พระกำแพงชุ้มกอนั้น  ด้านหลังจะต้องดูเป็นธรรมชาติ มีริ้วรอยการกดแม่พิมพ์เป็นธรรมชาติกล่าวคือมีรอยเส้นเสี้ยน รอยกาบหมาก มีผิวดินนวลกรุแห้ง มีคราบรารักติดอยู่บนทั่วผิวพระ ทั้งด้านหน้าและหลัง มีแร่ดอกมะขามปรากฎทั่วทั้งองค์</p>
<p> </p>
<hr />
<p> <img src="https://i.ibb.co/k98Dh27/2021-11-02-210716.jpg" alt="2021-11-02-210716" border="0" /></p>
<p>ย้อนหลังไปกว่า 30-40 ปีที่แล้ว มีคำกล่าวจากเซียนสำนักท่าพระจันทร์ พระสมเด็จฯเปลี่ยนมือกันเดือนละหลายๆองค์ แต่ถ้าเป็นพระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่มีลายกนก หนึ่งปีเฉลี่ยแค่ 1 องค์</p>
<p>ช่วงเวลานั้น ซุ้มกอพิมพ์ใหญ่องค์ครู ในหนังสือมาตรฐาน เถียงกันว่า องค์เจ้าเงาะของคุณเชียร ธีรศานต์ กับองค์ เสี่ยดม ประตูผี ของใครสวยกว่า เพราะมีเด่นมีด้อยไปคนละอย่าง</p>
<p>ส่วนองค์อื่น ก็เฉพาะองค์มีประวัติลงพิมพ์ในหนังสือพระเครื่อง ของประชุม กาญจนวัฒน์ เจ้าของคำนิยาม พระซุ้มกอ “มึงมีกูไว้ไม่จน” รวมๆแล้วไม่เกิน 10 องค์</p>
<p>องค์ที่แปลกหน้า กระทั่งชุดพระเจ้าของท้องที่กำแพงเพชร รวมพิมพ์ไว้เป็นทางการในหนังสือเล่ม เมื่อปี 2529 ตั้งแต่องค์ลงปก องค์สวยหลายองค์ในหน้าใน ไม่เคยได้ข้องแวะในวงการเชียนเมืองกรุง</p>
<p>วงการพระไม่ว่าสมัยไหน จนถึงสมัยนี้ ก็ยังเล่นกันแบบทางใครทางมัน</p>
<p>สามสี่สิบปีมานี่ แรงดึงดูดจากราคาพระหลักล้าน...องค์เจ้าเงาะคุณเชียร เปลี่ยนไปอยู่กับคุณนิยม อสุนี ล่าสุดช่วงเวลา ที่มีข่าวคุณไลน์ กอดวิน จากไต้หวัน กว่าสิบปีโดยประมาณ เข้ามากว้านซื้อพระเครื่องเมืองไทย...</p>
<p>ซุ้มกอองค์คุณนิยม ควบสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์คุณบุญส่ง ถูกนิมนต์ไปจำวัดแถวฮ่องกง ราคา 40 ล้าน แหล่งข่าวยืนยันราคามั่นใจ แต่ไม่บอกองค์ไหนแพงกว่า</p>
<p>องค์หนึ่งที่มาแบบน้องใหม่ แปลกหน้า ตอนนี้คุ้นตากันไปแล้ว ของต้อย เมืองนนท์ ที่คุณวิชัย นิมนต์ไปเข้ากุฏิคิง พาวเวอร์ ราคาเท่าไหร่ คนขายคนซื้อไม่บอก ก็ได้แต่เดากันเอาเอง สิบล้านนั้นขึ้น แต่จะขึ้นอีกกี่ล้าน</p>
<p>ที่ว่าๆกันเป็นตำนานพระเครื่องตลาดบนสุด ของเซียนใหญ่กับเศรษฐี ส่วนซุ้มกอพิมพ์ใหญ่มีกนกองค์อื่นๆ ผมลองวัดเรตติ้ง จากหนังสือพระรางวัลงานประกวดพระเครื่อง งานโรงเรียนนายร้อย จปร. พ.ศ.2558 ของนิตยสารท่าพระจันทร์ พระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่ หน้าเก่าหน้าใหม่ มีมากถึง 28 องค์</p>
<p>อยากดูพระซุ้มกอให้เป็น หาของจริงจับด้วยมือ ส่องด้วยตาไม่ได้ วิธีที่ง่ายก็คือหาซื้อหนังสือภาพ... สมัยนี้สีคมชัด มีให้ดูทั้งหน้าหลังและขอบข้าง</p>
<p>ส่วนเรื่องเนื้อ คราบฝ้า รารัก ถ้าอยากเป็นจริงๆ ก็น่าจะเริ่มที่พระชุดทุ่งเศรษฐี พิมพ์อื่น ที่ถูกกว่า เช่น กำแพงลูกแป้ง นางกำแพง กำแพง เปิดโลก ฯลฯ หรือกำแพงซุ้มยอ ก็ได้ พระเนื้อดินขึ้นจากกรุใกล้เคียงกัน สภาพแวดล้อม เหมือนๆกัน</p>
<p>ได้ดูภาพ ดูของจริงแล้ว ก็ควรหาหนังสือที่ให้ความรู้ระดับลึก อ่าน พระชุดซุ้มกอ คุณเชียร ธีรศานต์ เขียนให้หลักไว้ว่า เป็นพระดินเผาไฟ แบบเผามัน ผิวนอกสุก แต่เนื้อในไม่สุก ภาษาชาวบ้าน เปลือกไหม้ไส้ดิบ</p>
<p>คุณเชียรซื้อพระซุ้มกอหัก จากปากหลุมที่ขุดกรุ พบเนื้อชั้นนอกซุ้มกอออกเหลืองปนแดง แต่เนื้อในดำ เหมือนไส้ขนมเปี๊ยะ แล้วสอนว่า เนื้อพระซุ้มกอแบบนี้ ส่องให้ดีๆ จะเห็นเนื้อประสานหลายสี เหลือง แดง เทา ไปถึงดำ</p>
<p>ดูพระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่มีกนก องค์ในคอลัมน์ นี่เป็นพระเนื้อตัวอย่าง บริเวณหน้า บริเวณคิ้วตา จมูก ปาก ผิวแดงเลือนเห็นเป็นเนื้อในดำ บริเวณอก สังฆาฏิ มีแร่ดอกมะขามสีแดงก้อนใหญ่ ฝังอยู่กับฝ้ารักขาว</p>
<p>เนื้อและผิวในพื้นผนัง สีเหลืองปนแดงอ่อน เข้าสูตรพระซุ้มกอเนื้อลาย เห็นความเก่าถึงอายุ 700 ปี</p>
<p>ด้านหลัง สภาพของผิวและฝ้า ไม่ต่างกัน แม้เป็นหลังเรียบ แต่ไม่เรียบเหมือนหน้ากลอง มีเนินสูงต่ำ รอยแอ่นไล่ระดับ ทั้งรอยแตกเป็นกาบด้านขวาง ก็เข้าสูตรเนื้อพระซุ้มกอ ที่เซียนรุ่นเก่า กระซิบให้ใช้เป็นตัวช่วยสำคัญ</p>
<p>มาถึงพิมพ์ทรง องค์นี้ไปทางเดียวกับ องค์เจ้าเงาะ ที่เจ้าของบอกว่าขึ้นจากกรุฤาษี ตั้งแต่โครงหน้า ส่วนอกส่วนแขน สองมือประสาน ไปถึงส่วนท่อนขา มีกำไล...ไปสุดที่ฐานบัว...รวมความไปกับองค์ครูได้ ทุกเส้นสายลายพิมพ์</p>
<p>พระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่มีกนกแท้ ก็แค่นี้ ตาดีมีประสบการณ์ดี ก็หาขึ้นคอได้ ในราคาไม่แพงเกินไป ส่วนราคาหลักล้าน สิบล้าน อะไรนั่น ให้เซียนๆกับเศรษฐีเงินถัง เขาว่ากันไป.</p>
<p>#วิธี ดูพระ ซุ้ม กอ พิมพ์ใหญ่ แท้ดู อย่างไร<br />#วิธีทดสอบพระซุ้มกอ<br />#พระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่หน้ายักษ์<br />#พระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่องค์แชมป์<br />#พระซุ้มกอราคาแพงที่สุด<br />#พระ ซุ้ม กอ พิมพ์ใหญ่ ท่า พระจันทร์<br />#พระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่มีกนก<br />#ดู ตำหนิ พระ ซุ้ม กอ พิมพ์ใหญ่ มี ลาย กนก</p>
<p><strong>ข้อมูลอ้างอิง</strong><br />ชมรมพระเครื่องเบญจภาคี www.somdej1899.com<br />พลายชุมพล<br />https:// www.thairath.co.th/lifestyle/life/1660431</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/">พระเครื่อง &amp; เครื่องลางของขลัง</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%ad-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>พระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง วัดดนางพญา จ.พิษณุโลก</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%87-2/</link>
                        <pubDate>Fri, 03 Dec 2021 23:22:48 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[พระนางพญา กรุวัดราชบูรณะ พิษณุโลก

พระปรีชาวุฒิสาสน์ วุฑฒิโก เลขานุการเจ้าอาวาส ผู้ค้นพบบอกว่า เมื่อประมาณต้นเดือนเมษายน 2553 ได้นำพระและเณรมาช่วยกันพัฒนาวัดตามปกติ เพื่อทำความสะอาดเตรียมส...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>พระนางพญา กรุวัดราชบูรณะ พิษณุโลก</strong></p>
<p><img src="https://i.ibb.co/pzY3vzx/2021-11-07-103920.jpg" alt="2021-11-07-103920" border="0" /></p>
<p>พระปรีชาวุฒิสาสน์ วุฑฒิโก เลขานุการเจ้าอาวาส ผู้ค้นพบบอกว่า เมื่อประมาณต้นเดือนเมษายน 2553 ได้นำพระและเณรมาช่วยกันพัฒนาวัดตามปกติ เพื่อทำความสะอาดเตรียมสถานที่จัดกิจกรรมวันสงกรานต์ที่ใกล้จะถึง โดยก่อนหน้านี้บริเวณดังกล่าวมีต้นมะม่วงที่ยืนต้นตาย จึงได้ชักชวนพระเณรให้ช่วยกันขุดรากถอนโคนต้นมะม่วงออกเสียเพื่อเปิดพื้นที่ให้กว้างก่อนที่จะพัฒนาเป็นลานกว้างสำหรับจัดกิจกรรมก่อกองทราย</p>
<p><img src="https://i.ibb.co/kqQ6vNB/2021-11-07-103906.jpg" alt="2021-11-07-103906" border="0" /></p>
<p>ระหว่างที่ขุดรากเหง้าของต้นมะม่วงลึกลงไปประมาณ 1 เมตร จอบเสียมขุดไปโดนปากไหจึงได้ขุดอย่างระมัดระวัง พบว่าเป็นไหที่บรรจุพระเครื่องอยู่จำนวนมาก จึงได้รีบแจ้ง พระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ ทราบ</p>
<p>พระเณรจึงได้ช่วยกันขุด เบื้องต้นพบไหบรรจุพระจำนวน 5 ไห และจากสอบถามเซียนพระและคนเก่าแก่ในพื้นที่ คาดว่าน่าจะเป็นพระเครื่องที่พระครูอนุโยค ศาสนกิจ หรืออาจารย์อ่ำ อดีตเจ้าอาวาสองค์แรกของวัด จัดสร้าง และฝังไว้เมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2469 หรือกว่า 80 ปีที่ผ่านมา</p>
<p>ต่อมาในปี 2553 ทางวัดได้นำออกมาให้ประชาชนได้เช่าบูชา จำนวน 3 ไห และปี 2554 ได้นำออกมาให้เช่าบูชาอีก 2 ไห</p>
<h2>ลักษณะพิมพ์</h2>
<p>พิมพ์ขององค์พระจะมีทั้งเข่าตรง และเข่าโค้ง เป็นพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด</p>
<h2>สีขององค์พระ</h2>
<p>สีขององค์พระเท่าที่พบจะมี 3 สี หลักๆ คือ</p>
<ul>
<li><strong>สีดำ</strong> (พบน้อยมากๆ)</li>
<li><strong>สีน้ำตาล อมดำ</strong> (สีมอย พบ 1 ใน 10 โดยประมาณ)</li>
<li><strong>สีเหลือง อมส้ม</strong> (มีบางองค์ที่สีจะซีดขาวแต่พบน้อยมากเช่นกัน)</li>
</ul>
<h2>จำนวนพระที่พบ</h2>
<p>จำนวนที่พบไม่แน่ชัด แต่จากการประมาณรวมทั้ง 5 ไหน ไม่น่าจะเกิน 10,000 องค์</p>
<h2>ลักษณะเด่นชัดของพระชุดนี้</h2>
<p>1) พิมพ์พระซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว</p>
<p>2) เนื้อหาและมวลสาร จะมีแร่มงคลต่างๆ อยู่ในส่วนผสมขององค์พระ และจากการที่ถูกฝังมานาน ทำให้เนื้อดินแกร่ง และหดตัว จึงทำให้มวลสารต่างๆ ลอยขึ้นจากองค์ (แร่ลอย)</p>
<p>3) 3 ไหแรก ที่นำออกให้เช่าบูชา เมื่อปี 2553 ผิวขององค์พระจะค่อนข้างมัน เพราะมีคราบเทียนหอมเคลือบอยู่ค่อนข้างหนา ทำให้ผิวมันและมีกลิ่นเทียนที่หอมมาก</p>
<p>ส่วน 2 ไห ที่นำออกมาให้บูชา ปี 2554 ผิวองค์พระจะแห้ง กร่อน มีคาบเทียนติดน้อยมาก กลิ่นเทียนจึงจางน้อยกว่า</p>
<p>4) รอยนิ้วมือด้านหลังจะปรากฎชัดในบางองค์ แต่พบไม่มากนัก</p>
<h2>จุดสังเกตพระนางพญา กรุวัดราชบูรณะ พิษณุโลก พิมพ์เข่าโค้ง (ด้านหน้า)</h2>
<p><img src="https://i.ibb.co/Pjrkj5n/2021-11-07-103938.jpg" alt="2021-11-07-103938" border="0" /></p>
<p>1. พระพักตร์จะมนเหมือนไข่</p>
<p>2. ปลายเกศเป็นเส้นแหลมคล้ายเสาอากาศ โดยมากจะตรงไม่เอียงเฉ</p>
<p>3. เส้นพระศอ (คอ) จะเรียว คม</p>
<p>4. ซอกไหลจะเว้าเป็นร่องลึกโค้งมน</p>
<p>5. ข้อศอกจะโค้งงอเล็กน้อย</p>
<p>6. ฐานบริเวณเข่าจะโค้งมน</p>
<p>7. พระกรจะเรียวแหลมและโค้งบริเวณข้อพระกร</p>
<h2>จุดสังเกตพระนางพญา กรุวัดราชบูรณะ พิษณุโลก พิมพ์เข่าตรง (ด้านหน้า)</h2>
<p><img src="https://i.ibb.co/rt93RL6/2021-11-07-104109.jpg" alt="2021-11-07-104109" border="0" /></p>
<p>1. พระพักตร์จะมนเหมือนไข่</p>
<p>2. ปลายเกศเป็นเส้นแหลมคล้ายเสาอากาศ โดยมากจะตรงไม่เอียงเฉ</p>
<p>3. เส้นพระศอ (คอ) จะเรียว คม บางองค์เห็นพระศอชัดเจน บางองค์จะเลือนลางขึ้นอยู่กับสภาพ</p>
<p>4. ซอกไหลจะเว้าเป็นร่องลึก โค้งมน เส้นสังฆาฏิจะไม่เด่นชัด มีเพียงบางองค์ที่เด่นชัด (ซึ่งมีน้อยมาก)</p>
<p>5. ข้อศอกจะโค้งงอเล็กน้อย</p>
<p>6. ฐานบริเวณเข่าจะโค้งมน</p>
<p>7. พระกรจะเรียวแหลมและโค้งบริเวณข้อพระกร</p>
<h2>จุดสังเกตพระนางพญา กรุวัดราชบูรณะ พิษณุโลก พิมพ์เข้าโค้ง-พิมพ์เข่าตรง (ด้านหลัง)</h2>
<p><img src="https://i.ibb.co/vsgs37f/2021-11-07-103848.jpg" alt="2021-11-07-103848" border="0" /></p>
<p>ด้านหลังองค์พระ ผิดจะหดตัว มีแร่ลอยขึ้นจากตัวองค์พระ และบางองค์จะมีลายนิ้วมือ</p>
<h2>ข้อสังเกตพระเก๊</h2>
<p>1. ผิวจะสดใหม่</p>
<p>2. ไม่มีการยุบตัวขององค์พระ (ต้องยุบทั้งองค์ ไม่ใช่ยุบเฉพาะด่านหลังหรือด้านหน้า)</p>
<p>3. รอยตัดจะคม ไม่มีการสึกก่อน</p>
<p> </p>
<h2>วงการเซียนปั่นราคา“พระนางพญา”กรุวัดราชบูรณะ</h2>
<p>พิษณุโลก - พระนางพญากรุแตกของวัดราชบูรณะราคาพุ่งพรวดกลายเป็นที่ต้องการหลังกรมศิลปากรสั่งตรวจสอบ-เซียนพระแห่ขอเช่ากันเต็มวัด ล่าสุดราคาปล่อยเช่า 2,000-3,000 บาท และหากส่งต่อกรุงเทพฯ 10,000 บาท</p>
<p>(21 ก.ค. 2548 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีกรุวัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลกแตกพบไหดินเผา 3 ใบมีพระเครื่องเป็นพระนางพญาพิมพ์เข่าตรง พิมพ์เข่าโค้ง และพระพุทธชินราชพิมพ์ใบมะยม ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ (21 ก.ค.) บรรดาเซียนพระและประชาชนจำนวนมากยังคงหลั่งไหลจากทั่วสารทิศเพราะเป็นวันหยุดเทศกาลเข้าพรรษา ทำให้บริเวณวัดราชบูรณะหนาแน่นไปด้วยผู้คนและยานพาหนะ ประชาชนจำนวนหนึ่งได้เข้าไปขุดคุ้ยพื้นดินบริเวณเดียวกับคณะกรรมวัดขุดไหขึ้นมา 3 ใบ กระทั่งเจ้าอาวาสวัดราชบูรณะได้สั่งถมดินพร้อมรดน้ำให้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบแอบขุดอีก</p>
<p>ขณะเดียวกัน หลังจากกรมศิลปากรได้สั่งให้ทางวัดราชบูรณะหยุดการให้เช่าซื้อพระนางพญา ได้สร้างกระแสพระกรุนางพญาให้เป็นที่ต้องการ เซียนพระที่เช่าบูชาไปเก็บไว้ก่อนหน้านี้เริ่มนำพระออกมาปั่นราคาโดยเริ่มต้นที่องค์ละ 1,000 บาท ถ้าเป็นนอกวัดราคาจะอยู่ที่ 2,000-3,000 บาท เมื่อไปถึงกรุงเทพฯ มีเซียนพระหลายรายระบุว่ามีการปล่อยกันที่ราคา 10,000 บาท นอกจากนี้ยังมีเซียนหัวใสนำพระนางพญารุ่นอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมาเปิดให้เช่าบูชาเพื่อหวังกินกำไรด้วย</p>
<p>พระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ เปิดเผยว่า ตอนนี้ทางวัดได้ยุติการให้เช่าบูชาตามที่กรมศิลปากรได้สั่งห้ามแล้ว แต่บรรดาลูกศิษย์ที่มีพระเครื่องรุ่นต่างๆ อยู่ได้เปิดให้เช่าบูชาแก่ประชาชนทั่วไปเช่นเดิม ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละคนที่ต้องตกลงกันเอง</p>
<p>ส่วนพระนางพญาที่เหลือบางส่วน ทางวัดจะเก็บไว้มอบให้เป็นของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมากราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุและร่วมทำบุญจำนวน 1 พันบาทเพื่อสมทบทุนสร้างมณฑปของวัด</p>
<p>อย่างล่าสุดนายพิพัฒน์ วงศาโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกและหัวหน้าส่วนราชการอีกประมาณ 30 คนได้เดินทางมาหาพร้อมมอบเงินจำนวน 8,000 บาทเพื่อสมทบทุนสร้างมณฑป ทางวัดจึงมอบพระนางพญาที่ขุดพบให้ครบทุกคนนายราม วัชระประดิษฐ์ อาจารย์ประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องพระเครื่องคนหนึ่ง เปิดเผยว่า พระนางพญาพิมพ์เข่าตรง พิมพ์เข่าโค้ง ที่ขุดพบเป็นพระเนื้อดี บล็อกเดียวกับพระนางพญารุ่นแรกๆ เหมือนกับรุ่นเมื่อ 400 ปีก่อนไม่มีกลิ่นดิน</p>
<p>ส่วนผสมเนื้อว่านมวลสารนานาชนิด มีเศษผงทองและเงินประปนอยู่ มั่นใจว่าอายุของพระนางพญาจะไม่ต่ำกว่า 50 ปีแน่ ทั้งนี้เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะรุ่นก่อนที่มรณภาพไปแล้ว ได้จัดสร้างพระโดยนำมวลสารมาจากวัดนางพญาและทำพิธีก่อนบรรจุลงไหแล้วฝังดินไว้ จึงเชื่อว่าเป็นพระนางพญาที่ไม่ใช่ทำขึ้นมาใหม่แน่นอน</p>
<p>#พระนางพญากรุอยุธยา<br />#พระ นางพญา กรุแตก ปี 53<br />#นางพญา วัด ราช บูรณะ ปี 2500<br />#พระ นางพญา กรุวัด ราช บูรณะ 2549<br />#พระนางพญาทุกพิมพ์<br />#พระนางพญากรุโรงทอ<br />#พระนางพญากรุใหม่<br />#พระกรุ เมืองพิษณุโลก</p>
<p><strong>ข้อมูลอ้างอิง</strong></p>
<p>https:// www.web-pra.com</p>
<p>https:// mgronline.com/local/detail/9480000097602</p>
<p> </p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/">พระเครื่อง &amp; เครื่องลางของขลัง</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%87-2/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>พระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง วัดดนางพญา จ.พิษณุโลก</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%87/</link>
                        <pubDate>Fri, 03 Dec 2021 23:06:33 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[พระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง วัดดนางพญา จ.พิษณุโลก
พระนางพญา เป็นพระยอดนิยม จัดเป็น 1 ใน 5 ของพระชุดเบญจภาคี พระนางพญา เป็นพระเครื่องดินเผา ใช้เส้นตอก ตัดกรอบ และมีคำวลีที่โบราณกล่าวว่า

 
หู...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>พระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง วัดดนางพญา จ.พิษณุโลก</strong></p>
<p>พระนางพญา เป็นพระยอดนิยม จัดเป็น 1 ใน 5 ของพระชุดเบญจภาคี พระนางพญา เป็นพระเครื่องดินเผา ใช้เส้นตอก ตัดกรอบ และมีคำวลีที่โบราณกล่าวว่า</p>
<blockquote>
<p> </p>
<h2>หูยานถึงบ่า หนาเท่าเส้นตอก หักศอกเป็นเบ็ดกุ้ง</h2>
</blockquote>
<p>การพิจารณาผู้รู้กล่าวไว้ว่า หนาเท่าเส้นตอกไม่ใช่กฏเกณฑ์ตายตัว ไม่สามารถกำหนดได้แน่นอน ขึ้นกับผู้กดพิมพ์</p>
<p>การตัดด้วยเส้นตอกมักปรากฏทั้งสามด้าน ชัดเจนบ้างน้อยบ้าง หรือบางองค์อาจไม่มีเลยก้อเป็นได้ โดยลักษณะรอยเส้นตอกเป้นเส้นทิวนูนเป้นร่องรางวิ่งจากด้านองค์พระไปด้านหลัง อีกอย่างพระนางพญา จ.พิษณุโลกจะแตกต่างกับ จ.กำแพงเพชรเพราะมีเม็ดแร่ทุกองค์ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการดูรอยตัดตอกซึ่งเกิดจากเม็ดแร่ครูดกับผิวพระ จึงทำให้มีรอยที่ไม่เหมือนกันในแต่ละด้าน</p>
<p><strong>รอยตัดตอกมีกี่แบบ</strong></p>
<ul>
<li>แนวดิ่ง</li>
<li>ทะแยงลง</li>
<li>ทะแยงขึ้น</li>
<li>ฟันเลื่อย</li>
<li>ตอกระดับ</li>
</ul>
<p>ของปลอมพยายามทำเลียนแบบแต่จะสึกและเป็นทิวนูนมามากและคมจนน่าเกลียดหรือขาดธรรมชาติ</p>
<h2>ลักษณะผิวนางพญา</h2>
<p>เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด ผิวจะปรากฏเป้นสีเหลืองนวล ๆหรือสีที่อ่อนกว่าสีที่แท้ขององค์พระ จับอยู่ตามผิวของเนื้อทราย และมีอยู่มากตามซอกต่าง ๆ คล้ายคราบ ลักษณะผิวปลอมไม่สามารถทำลักษณะที่กล่าวมานี้ขึ้นมาได้</p>
<p><strong>ขนาด</strong></p>
<p>ฐานกว้างประมาณ 2 เซนติเมตร สูงประมาณ 3 เซนติเมตร</p>
<h2>จุดสังเกตุพระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง วัดดนางพญา จ.พิษณุโลก</h2>
<p><img src="https://i.ibb.co/YbzDR9h/2021-11-02-195316.jpg" alt="2021-11-02-195316" border="0" /> </p>
<p>1. ไรพระศกวาดโค้งและอยู่สูง ทำให้แลดูคล้ายศรีษะเถิก<br />2. พระพักตร์เป็นรูปผลมะตูม มีความโค้งคล้ายหลังเต่า<br />3. ปลายพระกรรณขวา จรดบ่า<br />4. ปลายจีวรบนเลยล้ำเข้าซอกคอ<br />5. โคนแขนใหญ่และค่อยๆเรียวเล็กที่ต้นแขน ส่วนพระหัตถ์เล็กพาดสุดเข่า<br />6. พระพาหาซ้ายองค์พระแอ่นโค้งแผ่วมาก ตรงข้อศอกเป็นจะงอยยื่นออกมา<br />7. ปลายแขนซ้ายองค์พระโค้งเป็นขอเบ็ด ปลายพระหัตถ์ทู่<br />8. ปลายสังฆาฏิส่วนล่างบานผายออกเล็กน้อย<br />9. พระอุทรเป็นลำกระบอก โย้มาทางขวามือเราเล็กน้อย<br />10. กลางเข่าเป็นแอ่งโค้ง อันเป็นเอกลักษณ์ชื่อเรียกพิมพ์</p>
<p> </p>
<p>วัดนางพญา จ.พิษณุโลก ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ ‘วัดใหญ่’ และ วัดราชบูรณะ เป็นแหล่งค้นพบพระเครื่องพิมพ์สำคัญ “พระนางพญา” 1 ในพระชุดเบญจภาคีที่เลิศเลอค่า ถึงแม้จะเป็นวัดเก่าแก่ที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่เมื่อทราบประวัติความเป็นมาแล้ว ก็นับเป็นหนึ่งวัดสำคัญในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว เพราะ ......</p>
<p>นาม “วัดนางพญา” นั้น สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากชื่อของ พระวิสุทธิกษัตริย์ตรี พระอัครชายาของพระมหาธรรมราชา และพระราชมารดาของพระสุพรรณกัลยา, สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ ซึ่งปรากฏหลักฐานว่าทรงสถาปนาพระอารามแห่งนี้ ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นแม่เมืองสองแคว ในคราวบูรณปฏิสังขรณ์วัดราชบูรณะราวปี พ.ศ.2090 – 2100 และทรงสร้าง “พระนางพญา” บรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์ตามคติความเชื่อแต่โบราณ กาลต่อมาวัดนี้ถูกทิ้งร้างเป็นเวลานานเนื่องจากศึกสงคราม กระทั่งเมื่อมีการขุดค้นพบ ‘พระนางพญา’ วัดนางพญาจึงกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งหนึ่ง</p>
<p>มูลเหตุอีกประการหนึ่งคือ ถ้าพิจารณาจากพุทธลักษณะจะเห็นได้ว่า องค์พระแทบทุกพิมพ์จะมีความงดงามสง่า โดยจะเน้นบริเวณอกที่ตั้งนูนเด่นและลำแขนทอดอ่อนช้อยคล้ายกับ “อิสสตรี” จึงเรียกกันว่า “นางพญา” และได้รับสมญา “ราชินีแห่งพระเครื่อง” ซึ่งสนับสนุนข้อสันนิษฐานแรกได้เป็นอย่างดี</p>
<p>พระนางพญา มีการขุดพบครั้งแรกในปี พ.ศ.2444 โดยทางวัดดำริสร้างศาลาเล็กๆ ขึ้นบริเวณด้านหน้าของวัด เพื่อเป็นปะรำพิธีในการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองพิษณุโลก เพื่อทอดพระเนตรการหล่อพระพุทธชินราชจำลอง ครั้นพอขุดหลุมจะลงเสาก็ได้พบ ‘พระนางพญา’ จำนวนมหาศาลฝังจมดินอยู่กับซากปรักหักพัง จึงได้เก็บรวบรวมไว้ และเมื่อล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ ไปวัดนางพญา ก็ได้นำพระนางพญาส่วนหนึ่งขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ครานั้นพระองค์ทรงแจกจ่ายแก่ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จกันโดยถ้วนหน้า ดังนั้น พระนางพญาส่วนหนึ่งจึงมีการนำกลับยังกรุงเทพมหานคร</p>
<p>ต่อมาในราวปี พ.ศ.2470 สมัย พระอธิการถนอม เป็นเจ้าอาวาส องค์พระเจดีย์ด้านตะวันออกของวัดได้พังลง ก็ปรากฏพบพระนางพญาอีกจำนวนหนึ่ง ดังบทความที่ “ท่านตรียัมปวาย” ได้เขียนไว้ในหนังสือ “ปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่องฯ เล่มที่ 2 เรื่อง นางพญาและพระเครื่องสำคัญ ว่า ‘... มีโอกาสได้พบผู้ใหญ่เลี่ยว ปาลิวณิช นักพระเครื่องอาวุโสของจังหวัดพิษณุโลก ท่านเล่าว่า “กรุพระนางพญา” เป็นพระเจดีย์ที่พังทลายฝังจมดินอยู่บริเวณด้านหน้าของวัด ตรงหน้ากุฏิท่านสมภารถนอม มีการขุดพบพระนางพญา ได้พระเป็นจำนวนมาก ในคราวนั้นปรากฏว่าชาวเมืองพิษณุโลกไม่ได้ให้ความสนใจ ดังนั้น พระนางพญาที่ถูกค้นพบจึงถูกเก็บไว้ที่วัดนางพญา และบางส่วนอาจถูกนำไปบรรจุกรุยังที่อื่นๆ อีกด้วย ...’</p>
<p> <img src="https://i.ibb.co/0hfgthg/2021-11-02-195419.jpg" alt="2021-11-02-195419" border="0" /></p>
<p><em><strong>พิมพ์เข่าโค้ง</strong></em></p>
<p>ตามประวัติความเป็นมาต่างๆ ของ “พระนางพญา วัดนางพญา” เป็นมูลเหตุสำคัญในการอ้างอิงถึงการพบพระนางพญาในกรุอื่นๆ ที่ จ.พิษณุโลก รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการพบพระพิมพ์ที่มีเนื้อหาและพิมพ์ทรงแบบเดียวกันกับพระนางพญาจากกรุวัดนางพญาทุกประการในหลายๆ กรุ อาทิ วัดอินทรวิหาร และวัดเลียบ เป็นต้น สันนิษฐานว่าเป็นพระได้มาในคราวปี พ.ศ.2444 แล้วได้นำมาบรรจุตามกรุพระเจดีย์ต่างๆ ซึ่งจะมีจำนวนมากบ้างน้อยบ้าง และเมื่อผ่านกาลเวลา สภาพองค์พระก็จะแตกต่างกันไปตามสภาพกรุที่บรรจุ</p>
<p><img src="https://i.ibb.co/88krHpK/2021-11-02-195458.jpg" alt="2021-11-02-195458" border="0" /></p>
<p><em><strong>พิมพ์เข่าตรง</strong></em></p>
<p>ยังปรากฏหลักฐานจากบันทึกของ ‘ท่านตรียัมปวาย’ ว่ามีการพบพระพิมพ์นางพญากรุวัดนางพญาขึ้นที่กรุวัดอินทรวิหาร กรุงเทพมหานคร จากการสืบสาวเรื่องราวได้พบว่าเป็นนางพญาพิมพ์เดียวกับกรุวัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก พร้อมหลักฐานที่สอดคล้องกัน จากคำจารึกบนแผ่นลานเงิน ลานทอง และลานนาก มีความว่า ‘…พระพิมพ์ที่บรรจุอยู่ในกรุนี้ เป็นพระพิมพ์ที่เอามาจากวัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก ในปี พ.ศ.๒๔๔๔ ซึ่งเป็นปีที่พระบาทสมเด็จปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ รัชกาลที่ ๕ แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จประพาสจังหวัดพิษณุโลก เพื่อนมัสการพระพุทธชินราชและทอดพระเนตรการหล่อพระพุทธชินราชจำลอง ในวาระดิถีอันเป็นมหามงคลนี้ ได้มีราษฎรผู้จงรักภักดีต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท นำพระพิมพ์มาถวายแด่ล้นเกล้าล้นกระหม่อมเป็นอันมาก และเมื่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงรับไว้ ก็ได้พระราชทานจ่ายแจกแก่พระบรมวงศานุวงศ์และเจ้านายใหญ่น้อย ตลอดจนบรรดาข้าราชบริพารที่ตามเสด็จในครั้งนั้นโดยทั่วถึงกัน และเนื่องจากพระพิมพ์นี้มีจำนวนมาก ส่วนหนึ่งจึงได้มีผู้รวบรวมมาบรรจุไว้ในกรุพระเจีดย์นี้ ...’</p>
<p><img src="https://i.ibb.co/d7W0gNR/2021-11-02-195535.jpg" alt="2021-11-02-195535" border="0" /></p>
<p><em><strong>พิมพ์อกนูนใหญ่</strong></em></p>
<p>พระนางพญา วัดนางพญา เป็นพระเนื้อดินเผา องค์พระจึงมีหลายสีและหลายขนาดตามลักษณะของพระเนื้อดินเผาทั่วไป พุทธศิลปะเป็นศิลปะผสมผสานระหว่างสุโขทัยและอยุธยา พิมพ์ทรงรูปสามเหลี่ยม มีการตัดขอบแม่พิมพ์ด้วยตอกชิดองค์พระ องค์พระประธานประทับนั่ง แสดงปางมารวิชัย พระเกศเมาลีมีลักษณะคล้ายปลีกล้วย พระหัตถ์ขวาพาดที่พระชานุ (หัวเข่า) พระหัตถ์ซ้ายวางตรงหน้าพระเพลา (หน้าตัก) ในลักษณะอ่อนช้อย ส่วนด้านหลังเป็นหลังเรียบ แต่ด้วยผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน จึงมีรอยเหี่ยวย่นจากการหดตัวของเนื้อมวลสาร โดยสามารถแบ่งแยกพิมพ์ได้ 6 พิมพ์ คือ พิมพ์เข่าโค้ง, พิมพ์เข่าตรง, พิมพ์อกนูนใหญ่, พิมพ์สังฆาฏิ, พิมพ์เทวดา และ พิมพ์อกนูนเล็ก</p>
<p> <img src="https://i.ibb.co/0Xrcmf4/2021-11-02-195602.jpg" alt="2021-11-02-195602" border="0" /></p>
<p><em><strong>พิมพ์เทวดา (อกแฟบ)</strong></em></p>
<p>พระนางพญา วัดนางพญา นับเป็นพระเครื่องที่มีความสำคัญ ที่ปรากฏหลักฐานการสร้างและการค้นพบมาแต่โบราณ และด้วยพุทธลักษณะอันงดงามสง่า กอปรกับพุทธาคมที่ปรากฏเป็นเลิศทั้งเมตตามหานิยม อำนาจวาสนาบารมี และแคล้วคลาด คงกระพันชาตรีครบครันเป็นที่กล่าวขาน จึงได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “พระชุดเบญจภาคี” สุดยอดพระเครื่องของเมืองไทย ที่ ณ ปัจจุบันเป็นที่ใฝ่ฝันและแสวงหาด้วยค่านิยมที่สูงเอามากๆ</p>
<p> </p>
<p>#พระนางพญาเข่าโค้ง องค์แชมป์<br />#พระนางพญา ปลอม<br />#สมเด็จ นางพญา เข่าโค้ง พิมพ์ทรง ใหญ่<br />#พระนางพญา อิทธิฤทธิ์<br />#เนื้อพระนางพญาเข่าโค้ง<br />#พระ นางพญา ราคาแพงที่สุด<br />#วิธีดูพระนางพญาแท้<br />#พุทธคุณพระนางพญาเข่าโค้ง</p>
<p>แหล่งข้อมูล<br />อ.ราม วัชรประดิษฐ์<br />bandidsqn401แห่ง palungjit.org<br />www.arjanram.com<br />https:// www.siamrath.co.th/n/47267</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/">พระเครื่อง &amp; เครื่องลางของขลัง</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%87/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>พระผงสุพรรณ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี (พิมพ์หน้าแก่ เนื้อแดงชุบว่านอัมฤทธิ์)</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9c%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a8%e0%b8%a3-2/</link>
                        <pubDate>Fri, 03 Dec 2021 22:49:50 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี
ประวัติพระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเป็นต้นกำเนิดของพระผงสุพรรณ ซึ่งเป็นพระยอ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี</strong></p>
<h2>ประวัติพระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี</h2>
<p>วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเป็นต้นกำเนิดของพระผงสุพรรณ ซึ่งเป็นพระยอดนิยมอันดับ 1 ของจังหวัดสุพรรณบุรี และเป็นพระเครื่องหนึ่งในเบญจภาคีที่ทรงคุณค่ายิ่ง</p>
<h2>ประวัติการแตกกรุ</h2>
<p>ช่วงแรก ๆ มีชาวจีนอาชีพปลูกผักอยู่ในเขตวัดพระศรีรัตนมหาธาตุได้ปีนขึ้นไปบนองค์พระปรางค์ จากนั้นก็ได้ไต่ลงไปในองค์พระปรางค์ พบสมบัติต่าง ๆ มากมาย โดยได้เลือกเฉพาะทองคำและอัญมณีที่มีค่าเท่านั้น ส่วนพระเครื่องพระบูชาไม่ได้แตะต้อง</p>
<p>จากนั้นก็ขนสมบัติกลับเมืองจีน หลังจากนั้นชาวบ้านรู้ข่าวก็ปีนขึ้นไปองค์พระปรางค์ และขนพระบางส่วนออกมาขาย ที่น่าเสียดายก็คือ ลานทองที่ถูกเผาหลอมละลายไปหลายสิบแผ่น</p>
<p>หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าเมืองได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการไปเปิดกรุที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุอย่างเป็นทางการ เนื่องจากปรากฏว่ามีคนร้ายลักลอบขุดกรุอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งในการเปิดกรุครั้งนั้นได้พบพระบูชาและพระเครื่องมากมายและหนึ่งในนั้นก็คือ "พระผงสุพรรณ" และยังพบแผ่นลานเงินและลานทองบางส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่</p>
<p>จากหลักฐานแผ่นลานทองซึ่งแปลออกมาแล้ว กล่าวว่า มีฤๅษี 11 ตน มีพระฤๅษีพิมพิลาไลย พระฤๅษีตาไฟ พระฤๅษีตาวัว เป็นประธานได้สร้างพระพิมพ์โดยนำเอาว่านยาที่มีฤทธิ์กับเกสรดอกไม้และแร่ต่าง ๆ แล้วทำเป็นพระพิมพ์ สถานหนึ่งแดง สถานหนึ่งดำ และพิมพ์ลายมือของท่าน มหาเถระปิยะทัสสี ศรีสารีบุตร ผู้เป็นประธาน และยังได้นำแร่ธาตุต่าง ๆ หล่อเป็นพระพิมพ์ ท่านได้กล่าวว่า มีอนุภาพป้องกันอันตรายได้ ดุจดังกำแพงแก้ว ป้องกันให้ปลอดภัย จากนั้นในลานทองยังกล่าวถึงคุณวิเศษของพระผงสุพรรณว่า</p>
<p>ถ้าผู้ใดได้พบเห็นให้เอาไปไว้สักการะบูชาเป็นของวิเศษ แม้จะมีอันตรายประการใดก็ดี ให้อาราธนาผูกไว้ที่คอ จะคุ้มครองอันตรายได้ทั้งปวง</p>
<h2>พระผงสุพรรณ เป็นพระเครื่องศิลปะอู่ทอง แบ่งออกเป็น 3 พิมพ์</h2>
<p>- พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่<br />- พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้ากลาง<br />- พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าหนุ่ม</p>
<h2>เนื้อพระผงสุพรรณ</h2>
<p>- เนื้อดิน/มีสีแดง ดำ เหลือง เขียว ด้านหลังมีรอยนิ้วมือกดพิมพ์</p>
<p>- เนื้อชินเงิน จะเรียกว่า พระสุพรรณยอดโถ มีทั้งแม่พิมพ์ตัวเดียวกับเนื้อดิน และแม่พิมพ์คนละตัวกับเนื้อดินก็มี ด้านหลังเป็นแอ่งและเป็นรอยตารางลายผ้า</p>
<h2>การตัดข้าง</h2>
<p>- ตัดเป็นแบบสี่เหลี่ยมคางหมู ทรงสูง ฐานล่างกว้าง ปลายบนเล็ก<br />- ตัดเป็นแบบห้าเหลี่ยม ปลายบนตัดเป็นหัวแหลม<br />- แบบสุดท้ายคือแบบไม่ตัดปีก และแบบตัดปีกกว้างก็มี</p>
<h2>พุทธคุณ</h2>
<p>พุทธคุณ ครบทุกด้าน ทั้งมหาอุด แคล้วคลาด คงกระพัน และเมตตามหานิยม</p>
<p> </p>
<h2>หลักการพิจารณาตำหนิพิมพ์ พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่</h2>
<p> <img src="https://i.ibb.co/pbp3Hgf/2021-11-01-213913.jpg" alt="2021-11-01-213913" border="0" /></p>
<p>1. คิ้วพระด้านขวามือพระจะโค้งตามแนวลูกตาพระ ส่วนคิ้วด้านซ้ายมือพระจะพุ่งเฉียงขึ้น ปลายแยกออกเป็น 2 ง่าม ชนกระจังพระ</p>
<p>2. ให้ดูตาขวาพระจะติดตื้น ส่วนตาซ้ายพระจะติดนูนสูงกว่า ส่วนเบ้าตาข้างขวามือพระจะกว้าง ส่วนด้านซ้ายมือพระจะแคบ</p>
<p>3. โหนกแก้มข้างขวามือพระจะติดนูนสูง ส่วนด้านซ้ายมือพระจะติดตื้นต่ำกว่า เห็นได้ชัด</p>
<p>4. ช่องว่างข้างโหนกแก้มกับใบหูขวาพระจะมีตำหนิพิมพ์เป็นเส้นเล็ก ๆ 2 เส้น ปลายด้านในจะบรรจบชิดกัน เหมือนเครื่องหมายมากกว่า (&gt;)</p>
<p>5. ร่องแก้มข้างจมูกตามลูกศรชี้ข้างขวาพระจะแคบและลึก ส่วนข้างซ้ายพระจะกว้างและตื้นกว่า</p>
<p>6. ใบหูข้างขวาพระจะติดชัดเจน โดยช่วงบนจะโค้งนูนสูง ส่วนด้านล่างช่วงปลายจะตวัดขึ้นเป็นตะขอ ส่วนหูซ้ายพระจะติดไม่ชัดเจนเท่าไหร่ แค่เป็นเส้นตรงเฉียง ๆ เท่านั้น</p>
<p>7. ที่รักแร้ซ้ายพระมีเนื้อเกินเป็นเส้นผ่ากลางระหว่างแขนซ้ายพระกับข้างราวนม ทำให้เกิดหลุมสามเหลี่ยม 2 หลุม หลุมบนใหญ่ หลุมล่างเล็ก</p>
<p>8. ที่ข้างราวนมซ้ายด้านล่าง ตามลูกศรชี้จะมีเม็ดกลมเรียงติดกัน 3-4 เม็ด</p>
<p>9. ที่ข้อมือซ้ายพระตามลูกศรชี้ ถ้าพิมพ์ติดลึก ๆ จะมีเนื้อเกินเป็นเงี่ยง พุ่งเฉียงขึ้น</p>
<p>10. ปลายนิ้วชี้ซ้ายพระตามลูกศรชี้ ถ้าพิมพ์ติดลึก ๆ จะเห็นเนื้อเกินที่ปลายนิ้วโค้งลงมา</p>
<p>11. ที่ข้อมือขวา ตามลูกศรชี้จะเป็นแอ่งเว้าเข้าไป</p>
<p>12. ใต้ขาขวาพระตามลูกศรชี้ จะมีเนื้อเกินเป็นเนินนูนขึ้นมา</p>
<p>13. ใต้ขาซ้ายพระตามลูกศรชี้ จะมีตุ่มเล็ก ๆ 1 ตุ่ม</p>
<p>14. ปลายขาซ้ายพระตามลูกศรชี้ ช่างจะแกะแม่พิมพ์ให้ขาโก่งขึ้นเล็กน้อย</p>
<p>15. ฐานด้านล่างซีกซ้ายมือพระ ตามลูกศรชี้จะเป็นเงี่ยง 2 เงี่ยง เป็นคลื่นไม่เรียบ</p>
<p>16. พื้นผิวในซอกแขนพระทั้งซ้ายและขวามือพระ ถ้ากดพิมพ์ได้ลึกจะเห็นลายเสี้ยนไม้ขึ้นเป็นเส้นตรงเฉียง ๆ พุ่งขึ้นหารักแร้พระ</p>
<p><img src="https://i.ibb.co/7WfDj4r/2021-11-01-214009.jpg" alt="2021-11-01-214009" border="0" /> </p>
<p>17. ส่วนด้านหลังพระจะเป็นรอยนิ้วมือกดหลังพระ และส่วนใหญ่ลายนิ้วมือจะเป็นลาย ก้นหอย และถ้าสังเกตให้ลึกเข้าไปอีก ตรงจุดศูนย์กลางของลายก้นหอยจะสึกเลือน ๆ เกือบทุกองค์</p>
<p> </p>
<p><strong>แหล่งข้อมูล</strong><br />คุณช้าง วัดห้วย</p>
<p> </p>
<p>#พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ องค์ครู<br />#พระผงสุพรรณหน้าแก่ราคาเท่าไหร่<br />#พระผงสุพรรณ ปลอม<br />#ความศักดิ์สิทธิ์ พระผงสุพรรณ<br />#พระผงสุพรรณ พุทธคุณ<br />#พระผงสุพรรณพิมพ์หน้าแก่เนื้อดำ<br />#พระผงสุพรรณพิมพ์หน้ากลาง<br />#พระผงสุพรรณพิมพ์หน้านาง</p>
<p> </p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/">พระเครื่อง &amp; เครื่องลางของขลัง</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9c%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a8%e0%b8%a3-2/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>พระผงสุพรรณ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี (พิมพ์หน้าแก่ เนื้อแดงชุบว่านอัมฤทธิ์)</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9c%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a8%e0%b8%a3/</link>
                        <pubDate>Fri, 03 Dec 2021 14:57:12 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[พระผงสุพรรณ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี
จากหลักฐานแผ่นลานทองซึ่งแปลออกมาแล้ว กล่าวว่า มีฤๅษี 11 ตน มีพระฤๅษีพิมพิลาไลย พระฤๅษีตาไฟ พระฤๅษีตาวัว เป็นประธานได้สร้างพระพิมพ์โดยนำ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>พระผงสุพรรณ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี</strong></p>
<p>จากหลักฐานแผ่นลานทองซึ่งแปลออกมาแล้ว กล่าวว่า มีฤๅษี 11 ตน มีพระฤๅษีพิมพิลาไลย พระฤๅษีตาไฟ พระฤๅษีตาวัว เป็นประธานได้สร้างพระพิมพ์โดยนำเอาว่านยาที่มีฤทธิ์กับเกสรดอกไม้และแร่ต่าง ๆ แล้วทำเป็นพระพิมพ์ สถานหนึ่งแดง สถานหนึ่งดำ และพิมพ์ลายมือของท่าน มหาเถระปิยะทัสสี ศรีสารีบุตร ผู้เป็นประธาน และยังได้นำแร่ธาตุต่าง ๆ หล่อเป็นพระพิมพ์ ท่านได้กล่าวว่า มีอนุภาพป้องกันอันตรายได้ ดุจดังกำแพงแก้ว ป้องกันให้ปลอดภัย จากนั้นในลานทองยังกล่าวถึงคุณวิเศษของพระผงสุพรรณว่า</p>
<p>ถ้าผู้ใดได้พบเห็นให้เอาไปไว้สักการะบูชาเป็นของวิเศษ แม้จะมีอันตรายประการใดก็ดี ให้อาราธนาผูกไว้ที่คอ จะคุ้มครองอันตรายได้ทั้งปวง</p>
<h2>พระผงสุพรรณ เป็นพระเครื่องศิลปะอู่ทอง แบ่งออกเป็น 3 พิมพ์</h2>
<p>- พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่<br />- พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้ากลาง<br />- พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าหนุ่ม</p>
<h2>เนื้อพระผงสุพรรณ</h2>
<p>- เนื้อดิน/มีสีแดง ดำ เหลือง เขียว ด้านหลังมีรอยนิ้วมือกดพิมพ์</p>
<p>- เนื้อชินเงิน จะเรียกว่า พระสุพรรณยอดโถ มีทั้งแม่พิมพ์ตัวเดียวกับเนื้อดิน และแม่พิมพ์คนละตัวกับเนื้อดินก็มี ด้านหลังเป็นแอ่งและเป็นรอยตารางลายผ้า</p>
<h2>จุดสังเกตพระผงสุพรรณ  กรุวัดมหาธาตุ (ด้านหน้า)</h2>
<p><img src="https://i.ibb.co/8mv0Grb/2021-11-03-174651.jpg" alt="2021-11-03-174651" border="0" /></p>
<p>1) ขอบตัดขององค์พระเป็นทรงห้าเหลี่ยม ขอบตัดด้านซ้ายและด้านขวาขององค์พระตัดได้กว้าง ทำให้องค์พระประธานมีความสมบูรณ์ทั้งซ้ายและขวา สำหรับส่วนยอดเป็นทรงห้าเหลี่ยม ซึ่งเป็นทรงที่สวยงามที่สุดของพระผงสุพรรณ</p>
<p>2) กระจังหน้ายกสูงชัด โดยมีเส้นพรายน้ำที่เกิดจากการถอดแม่พิมพ์ เกิดรอยเหนอะระหว่างกระจังและหน้าผากขององค์พระ มีเนื้อว่านอัมฤทธิ์จับแน่น เน้นให้กระจังมีความคมชัดมากยิ่งขึ้น</p>
<p>3) กลางหน้าผากขององค์พระเป็นรอยยุบลงเป็นรูปสามเหลี่ยม มีว่านอัมฤทธิ์จับแน่นให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น อันเนื่องจากมีโหนกคิ้วทั้งซ้ายและขวาตามพุทธศิลป์ขององค์พระผงสุพรรณพิมพ์หน้าแก่</p>
<p>4) โหนกคิ้วซ้ายขององค์พระจะยกสูงกว่าโหนกคิ้วขวาขององค์พระ และยกเชื่อมต่อมายังสันจมูกขององค์พระ</p>
<p>5) นัยตาด้านซ้ายขององค์พระจะโปนเป็นทรงกลมรี โดยมีว่านอัมฤทธิ์จับที่ขอบนัยตาเน้นทำให้เห็ได้ชัดเจนมากขึ้นครับ</p>
<p>6) นัยตาด้านขวาขององค์พระจะตื้นและดูโบ๋ลง อันเนื่องมาจากว่านอัมฤทธิ์จับอยู่ในขอบเบ้าตา</p>
<p>7) จมูกขององค์พระจะยกสูงและไปเชื่อมต่อกับโหนกคิ้วด้านซ้ายขององค์พระ กลายเป็นพุทธศิลป์ของพระผงสุพรรณพิมพ์หน้าแก่</p>
<p>8) ริมฝีปากสองชั้นจากปลายจมูกลงมาจรดค้างที่ต้นคอบนพื้นขององค์พระทำให้ไม่มีลำคอ</p>
<p>9) อกขององค์พระเป็นจุดที่สูงที่สุดขององค์พระ เป็นทรงเหมือนหัววัว โดยเชื่อมต่อที่เอวทรงกิ่วผอมลง</p>
<p>10) ที่หัวไหล่ด้านซ้ายจะเป็นรอยสามเหลี่ยมบุ๋ม มีว่านอัมฤทธิ์จับอยู่แน่น อันเป็นพุทธศิลป์ของพระผงสุพรรณพิมพ์หน้าแก่</p>
<p>11) ใต้อกด้านซ้ายมือขององค์พระ จะมีตำหนิสามเม็ด แต่มีน้ำว่านอัมฤทธิ์จับอยู่เต็ม จึงต้องตะแคงดูข้าง ๆ จึงจะสามารถเห็นตำหนิสามเม็ด ซึ่งถือเป็นตำหนิสำคัญของพระผงสุพรรณพิมพ์หน้าแก่</p>
<p>12) ตำหนิเม็ดตุ่มที่ใต้อกด้านขวาขององค์พระ จะเห็นชัดแต่ถูกห่อทับไว้ด้วยว่านอัมฤทธิ์ ต้องตะแคงด้านข้างส่องดูจึงจะสามารถเห้นได้อย่างชัดเจน</p>
<p>13) ช่องท้องขององค์พระจะเป็นร่องกลาง มีว่านอัมฤทธิ์จับเน้นให้เห็นชัด</p>
<p>14) ตำหนิตุ่มใต้หน้าแข้งด้านซ้ายขององค์พระ</p>
<p>15) มือขวาเป็นมือใหญ่วางบนที่ตัก มีนิ้วกางออก</p>
<p>16) หัวเข่าด้านขวามือขององค์พระจะติดเต็มครับ</p>
<p>17) หัวเข่าด้านซ้ายมือขององค์พระติดเต็มเช่นกัน</p>
<p>18) พื้นขององค์พระทั้งองค์มีผิวขรุขระอันเกิดจากแม่พิมพ์ที่เป็นไม้ครับจะเห็น มีว่านอัมฤทธิ์ติดเต็มและมีการกระเทาะหลุดออกมาตามธรรมชาติ</p>
<h2>จุดสังเกตพระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ เนื้อแดงชุบว่านอัมฤทธิ์ กรุวัดมหาธาตุ (ด้านหลัง)</h2>
<p><img src="https://i.ibb.co/Nt3rN0m/2021-11-03-174736.jpg" alt="2021-11-03-174736" border="0" /></p>
<p>พิมพ์ด้านหลังเป็นลายนิ้วมือซึ่งกดให้เนื้อดินแน่น จะเห็นมีคราบน้ำว่านอัมฤทธิ์ติดเต็ม มีขอบขององค์พระที่ปลิ้นขึ้นตามธรรมชาติ อันเป็นเอกลักษณ์ของการดูพระแท้</p>
<p>พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ ที่ตัดขอบกว้างเป็นทรงห้าเหลี่ยม ทำให้องค์พระติดพิมพ์ได้อย่างสมบูรณ์ทุกด้าน สังเกตได้จากหัวเข่าซ้ายและขวาจะสมบูรณ์ หูข้างซ้ายและขวาก็จะสมบูรณ์เช่นกัน นับว่าเป็นพระที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดองค์หนึ่งเท่าที่ผมเคยเห็นมา</p>
<p>พระผงสุพรรณพิมพ์หน้าแก่องค์นี้ ยังมีความพิเศษก็คือเป็นพระที่พระฤาษีได้ทำพิธีบวงสรวงเพิ่มเติมโดยการชุมว่านอัมฤทธิ์อีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะนำพระทั้งหมดไปบรรจุลงในกรุพระเจดีย์ ว่านอัมฤทธิ์นี้คือว่าน 108 ชนิด นำมาตำให้ละเอียดเป็นน้ำว่านเหนียว ๆ เมื่อนำพระชุบลงในน้ำว่านอัมฤทธิ์ น้ำว่านก็จะจับและซึมเข้าไปในเนื้อพระ และกากว่านอัมฤทธิ์ก็จะจับบนผิวพระอย่างแน่น</p>
<p>ซึ่งต่างกับพระดินเผาในลานทุ่งเศรษฐี อย่างพระซุ้มกอและพระลีลาเม็ดขนุน พระลีลาพลูจีบที่ซัดด้วยน้ำว่านเศรษฐี ซึ่งจะมีเพียงน้ำว่านที่จับซึมเข้าไปในเนื้อพระดินเผา แต่จะไม่ปรากฎกากว่านอัมฤทธิ์ที่จับอยู่บนองค์พระดินเผา จึงจะดูเหมือนกับจับด้วยชานหมาก เมื่อพระมีอายุนานกว่า 600 ปี ผิวของพระผงสุพรรณที่ชุบด้วยน้ำว่านอัมฤทธิ์ก็จะมีผิวว่านจับแน่นเกือบทั้งองค์ จะมีส่วนที่กระเทาะหลุดออกบ้าง ในส่วนสูงขององค์พระเป็นเพียงน้ำว่านที่จับแน่นในเนื้อพระเป็นมันแวววาว มีคุณค่ายิ่ง</p>
<p>สำหรับคุณค่าที่มีมากยิ่งขึ้นไปอีกก็เนื่องมาจากการทำพิธีบวงสรวงปลุกเสกเพิ่มเติม และเนื้อว่านอัมฤทธิ์ที่จับแน่นบนพื้นผิว ทำให้ส่วนสูงขององค์พระดูเด่นสง่าขึ้นเป็นอย่างมากเลยครับ สำหรับตำหนิแม่พิมพ์นั้น เป็นการเน้นให้เห็นถึงพุทธศิลป์ และตำหนิแม่พิมพ์ที่เหมือนกันกับพระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ที่ผมเคยได้ชี้ให้แฟนเพจแฟนคอลัมน์ได้ชมกันไปแล้ว</p>
<p>#พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ องค์ครู<br />#พระผงสุพรรณหน้าแก่ราคาเท่าไหร่<br />#พระผงสุพรรณ ปลอม<br />#พระผงสุพรรณ พุทธคุณ<br />#พระผงสุพรรณพิมพ์หน้าแก่เนื้อดำ<br />#พระผงสุพรรณพิมพ์หน้ากลาง<br />#พระผงสุพรรณพิมพ์หน้านาง<br />#พระผงสุพรรณ องค์แชมป์</p>
<p><strong>ข้อมูลอ้างอิง </strong><br />Weera Kiawpoungngoen</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/">พระเครื่อง &amp; เครื่องลางของขลัง</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9c%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a8%e0%b8%a3/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>เหรียญปราบฮ่อ ปี 2427</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8d%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2427/</link>
                        <pubDate>Fri, 03 Dec 2021 14:32:02 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เหรียญปราบฮ่อ ปี 2427
ถ้าจะกล่าวถึงเหรียญรัชกาลที่ 5 ที่ได้รับความนิยมมีอยู่ด้วยกันหลายเหรียญ แต่เหรียญ ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ต้องยกให้ “เหรียญปราบฮ่อ” ซึ่งเป็นเหรียญพระราชทานในการป...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เหรียญปราบฮ่อ ปี 2427</strong></p>
<p>ถ้าจะกล่าวถึงเหรียญรัชกาลที่ 5 ที่ได้รับความนิยมมีอยู่ด้วยกันหลายเหรียญ แต่เหรียญ ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ต้องยกให้ “เหรียญปราบฮ่อ” ซึ่งเป็นเหรียญพระราชทานในการปราบปราบโจรฮ่อ และเป็นเหรียญที่หายากมาก ๆ ส่วนใหญ่ใครที่มีครอบครองล้วนแต่เป็นมรดกตกทอดมาทั้งสิ้น</p>
<p>ปัจจุบัน “เหรียญปราบฮ่อ” มีราคาสูงมากถึงหลักล้าน ส่วนของเก๊ก็เพียบเลย</p>
<p><strong>หลักเกณฑ์พิจารณาในการพระราชทานเหรียญ</strong></p>
<p>หลังจากการปราบปรามโจรฮ่อจนสำเร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างเหรียญ “ปราบฮ่อ” เพื่อพระราชทานเป็นบำเหน็จความกล้าหาญแก่ข้าราชการที่ไปปราบปรามพวกโจรฮ่อ</p>
<p>สำหรับหลักเกณฑ์พิจารณาก็คือ ถ้าผู้ใดไปราชการสงครามปราบโจรฮ่อปีใดก็จะได้พระราชทานเหรียญในปีนั้นเลย บางคนไปถึง 2 ครั้ง ก็จะได้ถึง 2 เหรียญ</p>
<p><strong>ผู้ออกแบบเหรียญ</strong></p>
<p>สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์</p>
<p><strong>ลักษณะของเหรียญ</strong></p>
<p>- เป็นเหรียญกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 31 มิลลิเมตร<br />- ขอบเรียบ หูเชื่อมแบบขวาง</p>
<p>ด้านหน้า มีรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครึ่งพระองค์หันข้าง ขอบเหรียญครึ่งวงกลมด้านบน จารึกตัวอักษรไทยว่า จุฬาลงกรณ์ บรมราชาธิราช ครึ่งวงกลมด้านล่างใต้พระบรมรูป จะปรากฏลายช่อชัยพฤกษ์ตรงกลางผูกโบว์</p>
<p>ด้านหลัง เป็นรูปพระสยามเทวาธิราช ทรงพระแสงของ้าว ทรงประทับอยู่บนหลังช้าง ซึ่งช้างมีลักษณะก้าวเดินเหยียบบนศาสตราวุธ ครึ่งวงกลมด้านบนเหรียญจะมีอักษรไทยว่า ปราบฮ่อ ๑๒๓๙ ๑๒๔๗ ๑๒๔๙</p>
<h2>วิธีสังเกต เหรียญปราบฮ่อ ปี 2427 (ด้านหน้า)</h2>
<p><img src="https://i.ibb.co/2cCJKVB/2021-11-01-201118.jpg" alt="2021-11-01-201118" border="0" /></p>
<p>1. ใบไม้ใบนี้ตามลูกศรชี้ จะมีเส้นยาวกลางใบ 1 เส้น</p>
<p>2. ใบไม้ใบนี้ตามลูกศรชี้ จะมีเส้นสั้น ๆ เยื้องกัน 2 เส้น</p>
<p>3. ให้ดูที่หนวด เส้นที่ 2 และ 3 นับจากบนลงล่าง จะเป็นเส้นคู่บาง ๆ ปลายโค้งลงเล็กน้อย (ของเก๊จะติดกันเป็นพรืด)</p>
<p>4. คำว่า “ราช” ด้านล่าง “ร” จะมีตุ่มกลมเล็ก ๆ 1 ตุ่ม ตามลูกศรชี้</p>
<p>5. รอยเว้าของขอบด้านในจะเป็นตำแหน่งของการเชื่อมหูเหรียญ</p>
<p>6. ที่คอเสื้อตามลูกศรชี้ จะเป็นรูป สามเหลี่ยม ค่อนข้างลึก</p>
<p>7. เส้นแตกตามขอบเหรียญ เกิดจากบล็อกแม่พิมพ์เริ่มร้าว จึงเกิดเป็นรอยเส้นเล็ก ๆ จึงสันนิษฐานว่า เหรียญนี้จะเป็นเหรียญที่ปั๊มท้าย ๆ แล้ว บล็อกแม่พิมพ์เริ่มชำรุดจึงเกิดรอยร้าวขึ้น</p>
<p>8. ตัวหนังสือของเหรียญจะแกะเป็นแท่งเหลี่ยม ให้ดูตัว “ฬ” ตามลูกศรชี้ เส้นตั้งจะมีเนื้อเกินเป็นเส้นนูนยาวลงมา (ต้องดูเหรียญไม่สึกจะเห็นได้ชัด)</p>
<h2>วิธีสังเกต เหรียญปราบฮ่อ ปี 2427 (ด้านหลัง)</h2>
<p> <img src="https://i.ibb.co/XCKXvK3/2021-11-01-201201.jpg" alt="2021-11-01-201201" border="0" /></p>
<p>1. คำว่า “ปราบ” ให้ดูตัว “บ” จะมีขีดดวงเล็ก ๆ สั้น ๆ 1 เส้น ลากตรงลงมาจากหัว “บ”</p>
<p>2. หมายเลข “๑๒๓๙” ให้ดูเลข ๙ ปลายหางจะแตกเป็น 2 แฉก</p>
<p>3. ขาขวาด้านหน้า ตามลูกศรชี้ ถ้าเหรียญสมบูรณ์คือเหรียญไม่สึก จะเห็นเป็นเส้นขีด   สั้น ๆ ตามแนวนอน เหมือนหนังย่นลงมา 6-7 เส้น</p>
<p>4. ขาขวาด้านหน้าตรงหัวเข่าช้าง ตามลูกศรชี้จะมีเม็ดกลม ๆ 1 เม็ด</p>
<p>5. ขาขวาด้านหลังจะมีเส้นแตก 1 เส้น พุ่งเฉียงลงมา</p>
<p>6. ขาขวาด้านหลังให้ดูเล็บช้างตรงกลางจะมีเล็บ 2 เล็บติดกัน เล็บหน้าสูง เล็บหลังเตี้ย ปลายด้านบนจะเป็นมุมแหลมและยุบจมลงไป</p>
<p>7. ขาซ้ายด้านหลังใต้เท้าช้างจะมีเส้น 1 เส้น แต่จริง ๆ ก็คือโบว์</p>
<p>8. ที่หน้าอกคนขี่ช้างตามลูกศรชี้จะมีเส้นเล็ก ๆ เป็นเส้นขนานกัน 1 คู่</p>
<p>9. ขาขวาด้านหน้าให้ดูที่เล็บช้างเล็บหลัง ด้านบนเล็บจะมีตุ่มกลมอยู่ในร่อง 1 เม็ด</p>
<p>10. ให้ดูผ้าคลุมหัวช้าง ตามลูกศรชี้จะมีเส้นแตกวิ่งทะลุออกมา 1 เส้น</p>
<p>11. รอยบาก บนปลายดาบ และโคนดาบตามลูกศรชี้ จะบากลึก</p>
<p>12. ใต้แขนขวามี 2 ตุ่มกลมเล็ก ๆ ตุ่มล่างใหญ่ ตุ่มบนเล็ก ตามลูกศรชี้</p>
<p>13. ผ้าคลุมหลังช้างตามลูกศรชี้จะเป็นร่องลึก ส่วนอีกข้างไม่เป็น</p>
<p>14. คิ้วช้างตามลูกศรชี้ ถ้าไม่สึกจะเห็นเป็นร่องลึกอยู่ตรงกลางเส้นคิ้ว</p>
<p><strong>แหล่งข้อมูล</strong> <br />คุณช้าง วัดห้วย</p>
<p>#เหรียญ ร.5 ปราบฮ่อ ปลอม<br />#เหรียญปราบฮ่อ ไม่มี ห่วง ของแท้<br />#เหรียญปราบฮ่อ เล็ก<br />#วิธี ดู เหรียญปราบฮ่อ ของแท้<br />#ประวัติการ สร้างเหรียญปราบฮ่อ<br />#เหรียญปราบฮ่อ บอย ท่าพระจันทร์<br />#เหรียญปราบฮ่อ เนื้อ ทอง คํา<br />#เหรียญปราบฮ่อ แท้ ดู ยัง ไง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/">พระเครื่อง &amp; เครื่องลางของขลัง</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8d%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2427/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>พระปิดตา หลวงปู่ทับ วัดทอง บางกอกน้อย กรุงเทพฯ</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97/</link>
                        <pubDate>Fri, 03 Dec 2021 13:45:26 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[วัดสุวรรณาราม หรือ วัดทอง บางกอกน้อย กทม. เป็นวัดโบราณที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมาในสมัยรัตนโกสินทร์ นับเป็นวัดสำคัญและมีความโดดเด่นโดยเฉพา...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p>วัดสุวรรณาราม หรือ วัดทอง บางกอกน้อย กทม. เป็นวัดโบราณที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมาในสมัยรัตนโกสินทร์ นับเป็นวัดสำคัญและมีความโดดเด่นโดยเฉพาะ 'งานจิตรกรรมฝาผนัง' ในพระอุโบสถ อันเป็นผลงานของจิตรกรเอกในสมัยรัชกาลที่ 3</p>
<p>นอกจากนี้ยังเป็นที่กล่าวขานในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องถึง “พระปิดตามหาอุตม์” ของ พระครูเทพสิทธิเทพาธิบดี หรือ หลวงปู่ทับ อดีตเจ้าอาวาสลำดับที่ 9 ที่เป็นที่เลื่องลือทั้งด้านพุทธคุณเป็นเลิศและพุทธศิลปะอันงดงามจากจินตนาการปั้น ยากที่จะหาพระปิดตาองค์ใดในยุครัตนโกสินทร์เทียบได้ จนได้รับการยกย่องในเป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคี “พระปิดตายอดขุนพล” หรือ “พระปิดตาเนื้อโลหะ" ที่ปัจจุบันมีค่านิยมสูงส่ง และยากที่จะหาไว้ครอบครอง</p>
<p><img src="https://i.ibb.co/q9S4qVC/image.jpg" alt="image" border="0" /> </p>
<p><em><strong>พ่อทับบัวเศียรแหลม</strong></em></p>
<p>หลวงปู่ทับเริ่มสร้าง “พระปิดตามหาอุตม์” เมื่อปี พ.ศ.2442-2453 ซึ่งมีทั้ง เนื้อสำริดเงิน, เนื้อชินตะกั่ว, เนื้อเมฆพัตร, เนื้อสำริดแบบขันลงหิน, เนื้อผงคลุกรัก, เนื้อผงใบลาน และเนื้อแร่บางไผ่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นเนื้อพิเศษที่พบเห็นได้น้อยหายาก ด้วยท่านได้เนื้อแร่บางไผ่มาจากหลวงปู่จัน วัดโมลี ต้นฉบับพระปิดตาแร่บางไผ่ แห่งนนทบุรี เนื้อที่มีค่านิยมสูง คือ เนื้อสำริดเงิน ผิวนอกขององค์พระมีวรรณะแดงปนทองคล้ายสีนาค ถ้าใช้แว่นขยายส่องดูจะเห็นเป็นเกล็ดสีทองแพรวพราวทั้งองค์ ส่วนตามซอกที่เราสัมผัสไม่ถึงก็จะมีประกายทองผิวปรอทจับอยู่ประปราย ส่วนด้านที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ จะปรากฏผิวคราบดำอมเทาเคลือบอยู่อีกชั้นหนึ่ง แลดูสวยงามลึกซึ้ง ซึ่งปัจจุบันหาชมได้ยาก</p>
<p><img src="https://i.ibb.co/jvs4JdT/2021-11-05-221116.jpg" alt="2021-11-05-221116" border="0" /></p>
<p><em><strong>พระครูทับยันต์ยุ่งเศียรบาตรหน้า</strong></em></p>
<p>พระปิดตามหาอุตม์ของหลวงปู่ทับ ส่วนมากจะเป็นแบบลอยองค์ นั่งขัดสมาธิเพชร พระหัตถ์ที่ล้วงปิดทวาร จะล้วงลงทางด้านในไม่ผ่านพระชงฆ์ (หน้าแข้ง) จึงทำให้เห็นลักษณะการขัดสมาธิเพชรได้เด่นชัด ด้านข้างไม่ปรากฏรอยตะเข็บ และแม้จะเป็นพระพิมพ์เดียวกันก็ตาม อย่างเช่น พิมพ์เศียรโตยันต์ยุ่ง พิมพ์เศียรบายศรี พิมพ์ยันต์ย่อง พิมพ์ตุ๊กตา ซึ่งต่างก็มีพุทธลักษณะเหมือนกันทุกองค์ แต่จะไม่เหมือนกันเลยทั้งรูปองค์และลวดลายของอักขระยันต์ จะหาผู้อื่นใดมาลอกเลียนสร้างให้เหมือนได้ยาก อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่จะลอกเลียนแบบให้เหมือนได้ยาก การกำหนดเลขยันต์ที่จะบรรจุลงบนพระ ท่านก็จะเลือกอักขระที่เหมาะสมมีความหมาย มีอำนาจแห่งพุทธาคม บรรจุลงตามส่วนต่างๆ ขององค์พระ เว้นช่องไฟได้เหมาะเจาะสวยงาม</p>
<p>พระปิดตามหาอุตม์ที่ท่านสร้างนั้นมีหลายพิมพ์ แบ่งออกได้เป็น 4 พิมพ์ใหญ่ๆ คือ พิมพ์นั่งบัว, พิมพ์บายศรี, พิมพ์ตุ๊กตา และ พิมพ์ยันต์ยุ่ง โดยยังแยกออกเป็นพิมพ์ย่อยและมีหลายขนาด แต่ก็ ซึ่งล้วนได้รับความนิยมทั้งสิ้น แต่ที่ได้รับการบรรจุในเบญจภาคีพระปิดตา คือ พิมพ์ยันต์ยุ่งเศียรบาตร และพิมพ์ยันต์น่อง</p>
<p> <img src="https://i.ibb.co/wB32cNv/2021-11-05-221200.jpg" alt="2021-11-05-221200" border="0" /></p>
<p><em><strong>พระครูทับยันต์ยุ่งเศียรบาตรหลัง</strong></em></p>
<p>“พิมพ์ยันต์ยุ่ง” องค์พระประทับนั่ง ขัดสมาธิเพชร บางองค์มีพระกร 3 คู่ บางองค์มีถึง 4 คู่ โดยคู่แรกยกขึ้นปิดพระพักตร์ คู่ที่สองยกมือขึ้นปิดพระกรรณ คู่ที่สามล้วงลงปิดทวารหนักและทวารเบา คู่ที่สี่ปิดพระนาภี (สะดือ) องค์พระมีทั้งลักษณะต้อ บางองค์เข่ากว้าง บางองค์เข่าแคบ ซึ่งแยกออกได้เป็น ยันต์ยุ่งเศียรบาตร, ยันต์ยุ่งต้อ เข่ากว้าง, ยันต์ยุ่งชะลูด เข่าแคบ และ พิมพ์ตุ๊กตา และพระปิดตาพิมพ์ยันต์ยุ่งองค์ใดมีอักขระขอมปรากฏตรงพระเพลาและพระชงฆ์ ก็จะเรียกว่า "พิมพ์ยันต์น่อง"</p>
<p>ด้านหลังองค์พระตรงกลางเป็นยันต์เฑาะว์อุณาโลมหางสะบัดขึ้นด้านบนเศียร หรืออาจเป็นตัวอักขระขอมตัวอื่น ด้านข้างตัวเฑาะว์อุณาโลมเป็นตัวอุณาโลมขนาบข้าง 2 ตัว ด้านล่างเป็นอักขระว่า "นะ มะ พะ ทะ" ใต้ฐานองค์พระเป็นแอ่งลึก</p>
<h2>พุทธคุณ</h2>
<p>เด่นทาง เมตตามหานิยม และมหาอุตม์</p>
<h2>พระคาถาที่มีนิยมใช้อาราธนาพระปิดตา</h2>
<blockquote>
<p>.</p>
<p><strong>นะโมพุทธัสสะ คะวัมปะติสสะ </strong><br /><strong>นะโมธัมมัสสะ คะวัมปะติสสะ</strong><br /><strong>นะโมสังฆัสสะ คะวัมปะติสสะ</strong><br /><strong>สุขา สุขะ วะรัง นะโมพุทธายะ </strong><br /><strong>มะอะอุ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา เจวะ เสกขา ธัมมา ยะธาพุทโมนะ ฯ</strong></p>
</blockquote>
<p>ผู้ภาวนาย่อมเป็นโภคทรัพย์ เจริญด้วยโชคภาลเมตตามหานิยม</p>
<h2>พระคาถาพิมพ์พระภควัมปติ "ปิดตา"</h2>
<blockquote>
<p>.</p>
<p><strong>ควัมปติ จะ มหาเถโร มหาโภโค มหาลาโภ เชยยะสิทธิเม</strong><br /><strong>โลกุตตะโร จะ มหาเถโร อะหัง วันทามิตัง สะทา ควัมปติ จะ มหาเถโร มหาโภโค มหาลาโภ เชยยะสิทธิเม</strong></p>
</blockquote>
<h2>การพิจารณาเช่าพระปิดตาหลวงปู่ทับ</h2>
<p>พระปิดตาหลวงปู่ทับที่ผ่านการใช้มาแล้ว เนื้อพระจะกลับดำทุกองค์ และข้อสังเกตประการสำคัญ คือ พระทุกองค์จะต้องไม่มีรอยตะเข็บ และเส้นยันต์จะค่อนข้างกลมเหมือนเส้นขนมจีน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่สามารถจดจำได้ว่าเป็นของท่าน ทุกพิมพ์ล้วนเป็นที่เสาะแสวงหาของนักนิยมสะสมพระเครื่องสนนราคาก็แพงลิบลิ่ว</p>
<p>หลวงปู่ทับ อินทโชติ เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2390 ณ บ้านคลองชักพระ บางกอกน้อย เป็นบุตร นายทิมและนางน้อย ปัทมานนท์</p>
<p>อายุได้ 17 ปี บิดาได้นำไปฝากเป็นศิษย์ของพระปลัดแก้ว ซึ่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดสุวรรณาราม เพื่อเป็นศิษย์ร่ำเรียนหนังสือไทยและขอม</p>
<p>อายุ 18 ปี บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ศึกษาเล่าเรียนในสำนักพระปลัดแก้ว และศึกษาเพิ่มเติมกับ พระอาจารย์พรหมน้อย และพระครูประสิทธิ์สุตคุณ ที่วัดอัมรินทร์อีกด้วย</p>
<p>เมื่ออายุครบบวชได้อุปสมบทที่วัดช่างเหล็ก คลองบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี โดยมี พระอธิการม่วง วัดตลิ่งชัน เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดแก้ว วัดทอง และ พระอาจารย์พึ่ง วัดรวก เป็นพระคู่สวด ได้รับฉายาว่า “อินทโชติ” แล้วกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดทอง หากแต่ได้ร่ำเรียนวิปัสสนากรรมฐานและวิชาพุทธาคม ไสยศาสตร์จากพระอุปัชฌาย์มิได้ขาดจนกระทั่งสำเร็จ</p>
<p>ท่านยังใฝ่ศึกษาหาความรู้ เมื่อทราบว่าอาจารย์รูปใดที่มีชื่อเสียงไม่ว่าจะใกล้ไกลท่านก็ดั้นด้นไปฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อขอถ่ายทอดวิชาความรู้ต่างๆ จนสำเร็จสมดังตั้งใจ</p>
<p>หลวงปู่ทับมรณภาพเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ.2456 สิริอายุ 66 ปี พรรษา 45</p>
<p>#คาถาพระปิดตาหลวงพ่อทับวัดทอง<br />#พระปิดตาหลวงพ่อทับวัดทองพิมพ์ทุกพิมพ์<br />#ปิดตาหลวงพ่อทับวัดทอง พิมพ์เล็ก<br />#พุทธคุณพระปิดตาหลวงพ่อทับวัดทอง<br />#พระปิดตาหลวงพ่อทับวัดทองเนื้อผงคลุกรัก<br />#พระ ปิด ตา หลวงพ่อทับ วัดทอง รุ่น 2<br />#พระปิดตาหลวงพ่อทับวัดทองเนื้อตะกั่ว<br />#พระปิดตาหลวงพ่อทับวัดทองพิมพ์นั่งบัวเศียรแหลม</p>
<p><strong>ข้อมูลอ้างอิง</strong></p>
<p>https:// siamrath.co.th/n/125942</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/">พระเครื่อง &amp; เครื่องลางของขลัง</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>เหรียญหลวงปู่ศุข รุ่นแรก ปี 2466</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a8%e0%b8%b8%e0%b8%82-%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3/</link>
                        <pubDate>Fri, 03 Dec 2021 13:30:49 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เหรียญหลวงปู่ศุข รุ่นแรก ปี 2466 วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท

หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท “เจ้าสำนักทางพุทธาคมอันยิ่งใหญ่แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา” พระอาจารย์ทางพุทธาคม...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เหรียญหลวงปู่ศุข รุ่นแรก ปี 2466 วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท</strong></p>
<p><img src="https://i.ibb.co/NC5Xsm5/2021-11-07-133404.jpg" alt="2021-11-07-133404" border="0" /></p>
<p>หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท “เจ้าสำนักทางพุทธาคมอันยิ่งใหญ่แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา” พระอาจารย์ทางพุทธาคมรูปแรกของเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ วัตถุมงคลของท่านล้วนแต่เป็นที่เคารพศรัทธาและเป็นที่นิยมสะสมทั้งสิ้น</p>
<p>สำหรับ เหรียญรูปเหมือนหลวงปู่ศุข รุ่นแรก ปี 2466 นับเป็นเหรียญที่มีค่านิยมสูง ด้วยพุทธลักษณะอันงดงาม พุทธคุณเป็นที่ปรากฏ และยังเป็นเหรียญเพียงรุ่นเดียวที่มีรูปเหมือนของหลวงปู่ศุข</p>
<p>เป็นหนึ่งในห้า ทำเนียบ "เบญจภาคีเหรียญ" ที่หาดูได้ยากยิ่งในปัจจุบัน</p>
<p><img src="https://i.ibb.co/Jcp0FCj/2021-11-07-133432.jpg" alt="2021-11-07-133432" border="0" /></p>
<h2>วัตถุประสงค์ในการสร้างเหรียญ</h2>
<p>ท่านเริ่มสร้างวัตถุมงคลเป็นครั้งแรกเพื่อเป็นที่ระลึกในงานฌาปนกิจศพของมารดา เป็น “พระพิมพ์สี่เหลี่ยมซุ้มรัศมี” ผู้ที่ได้รับเหรียญไปบูชา เกิดปาฏิหาริย์ปรากฏด้านอยู่ยงคงกระพันอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเกี่ยวกับเขี้ยวงา อีกทั้งภยันตรายต่างๆ ทำให้ชื่อเสียงและเกียรติคุณโด่งดังขจรไกล</p>
<h2>เนื้อหามวลสาร</h2>
<p>หลวงปู่ศุข มักจะใช้เนื้อตะกั่วเป็นพื้น เพราะการสร้างและหล่อหลอมตลอดจนวัสดุที่นำมาสร้าง หาได้ง่ายและมีอยู่ในท้องถิ่น</p>
<h2>พุทธลักษณะ</h2>
<p>ลักษณะเป็นเหรียญปั๊ม รูปไข่กลม ห่วงเชื่อม</p>
<p><strong>พิมพ์ด้านหน้า</strong></p>
<p>มีเพียงหนึ่งพิมพ์ ขอบเหรียญโดยรอบยกเป็นเส้นลวดนูน 2 ชั้น ชั้นนอกหนา ชั้นในเรียวเล็ก</p>
<p>ตรงกลางเป็นรูปจำลองหลวงปู่ศุข นั่งเต็มองค์แบบสะดุ้งกลับ ครองผ้ารัดประคด อยู่เหนืออาสนะลายผ้า รองรับด้วยรูปโบหางแซงแซว ระบุ พ.ศ.ที่สร้างไว้อย่างชัดเจนคือ “๒๔๖๖”</p>
<p>ด้านบนโดยรอบมีอักษรภาษาไทยจารึกสมณศักดิ์และชื่อวัดอย่างชัดเจนว่า “พระครูวิมลคุณากร วัดปากคลองมะขามเฒ่า” <br />ด้านข้างของรูปเหมือนทั้งสองข้างมีอักขระขอมตัว “อุขึ้น อุลง”</p>
<p><strong>พิมพ์ด้านหลัง</strong></p>
<p>โดยรอบยกเป็นเส้นลวดนูน 3 เส้น ระหว่างช่องว่างประดับด้วยเม็ดไข่ปลาลักษณะเป็นตุ่มนูน</p>
<p>ตรงกลางทำเป็น “ยันต์ 3” หมายถึง พระไตรสรณคมน์ ล้อมยันต์ด้วยหัวใจธาตุ คือ “นะ มะ อะ อุ”</p>
<p>ด้านบนเป็นคาถาพระเจ้า 5 พระองค์คือ “นะ โม พุท ธา ยะ”</p>
<p>ส่วนอักขระด้านล่างยันต์ คือ “อายุ วณฺโณ สุขํ พลํ”</p>
<h2>บล็อกที่ใช้พิมพ์</h2>
<p>มีทั้งสิ้น 4 พิมพ์ ได้แก่</p>
<p><strong>1) พิมพ์หลังไม่มี “อุ”</strong> <br />เป็นพิมพ์นิยม หนึ่งในเบญจภาคีเหรียญพระสงฆ์</p>
<p><strong>2) พิมพ์หลังมี “อุ (เล็ก)”</strong> <br />คือ จะมีอักขระขอมตัว “อุ (เล็ก)” แทรกอยู่หน้าตัว “นะ” และหลังตัว “ยะ”</p>
<p><strong>3) พิมพ์หลังมี “อุ (ใหญ่)”</strong> <br />เช่นเดียวกับพิมพ์ที่ 2 แต่ตัว “อุ” จะใหญ่กว่า</p>
<p><strong>4) พิมพ์หลัง “อุ และมีดาว”</strong></p>
<h2>พุทธคุณ</h2>
<p>ครอบจักรวาล โดยเฉพาะแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี</p>
<h2>จุดสังเกตเหรียญหลวงปู่ศุข รุ่นแรก ปี 2466 บล็อกหลังไม่มีอุ (ด้านหน้า)</h2>
<p><img src="https://i.ibb.co/BtpNyzC/2021-11-07-135012.jpg" alt="2021-11-07-135012" border="0" /></p>
<p>1.ใบหูด้านขวาแกะลอยห่างแก้ม แต่ใบหูด้านซ้ายแกะเป็นสันนูนติดแก้ม</p>
<p>2.คำว่า "พระครู" ปลายหางตัว "ค" มีขีดเกินเล็ก ๆ และเหนือหัวไหล่มีกลุ่มจุด 3 จุดหรือมากกว่านั้น</p>
<p>3.หูเชื่อมด้วยตะกั่วเก่าตามธรรมชาติและพื้นเหรียญต้องตึงตัวตามธรรมชาติ</p>
<p>4.หน้าผากและใบหน้าคมชัด</p>
<p>5.มือขวาเป็นร่องคม ๆ ตรงปลายนิ้วมาชนกันแหลม ๆ</p>
<p>6.นิ้วเท้าของหลวงปู่มี 3 นิ้ว โดยเฉพาะนิ้วโป้งต้องใหญ่ ๆ ชัด ๆ</p>
<h2>จุดสังเกตเหรียญหลวงปู่ศุข รุ่นแรก ปี 2466 บล็อกหลังไม่มีอุ (ด้านหลัง)</h2>
<p><img src="https://i.ibb.co/Jm2ntvY/2021-11-07-135043.jpg" alt="2021-11-07-135043" border="0" /></p>
<p>7.มีขอบซ้อนด้านหลังเหรียญและขอบคม ๆ บางเหรียญมีเนื้อปลิ้น เพราะแรงกระแทกจากการปั๊ม</p>
<p>8.ในกรณีบล็อกเขยื้อนจะมีเส้นบาง ๆ ขนานเส้นเหรียญด้านใน แต่ในเหรียญที่คมชัดอาจจะไม่มี</p>
<p> </p>
<p>"พระครูวิมลคุณากร" หรือ "หลวงปู่ศุข เกสโร" เกิด พ.ศ. 2390 ซึ่งตรงกับปลายรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่บ้านมะขามเฒ่า (ปัจจุบันเรียก บ้านปากคลอง) ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ในวัยหนุ่มท่านเคยได้แต่งงานกับหญิงสาวจนมีบุตรด้วยกันหนึ่งคน</p>
<p>เมื่ออายุได้ 22 ปี ท่านได้ตัดสินใจอุปสมบทเพื่อทดแทนบุญคุณบิดามารดา ณ พัทธสีมาวัดโพธิ์ทองล่าง จ.นนทบุรี โดยมีพระอธิการเชย จันทสิริ เจ้าอาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์ และท่านก็จำพรรษาอยู่ที่นี้</p>
<p>หลวงปู่ศุข ท่านได้อยู่ปรนนิบัติอาจารย์ ซึ่งเป็นพระที่เคร่งครัดในด้านวิปัสสนา จึงได้ศึกษาพระธรรมวินัยและเรียนวิปัสสนากรรมฐาน ตลอดจนเวทมนตร์คาถา</p>
<p>ต่อมาท่านได้กราบลาพระอุปัชฌาย์มาจำพรรษาอยู่ที่วัดสามง่าม ปทุมวัน เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมเพิ่มเติม และย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดชนะสงครามบางลำพู ณ ที่นี่ท่านได้พบกับหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร ได้ศึกษาวิชาต่างๆ ร่วมกัน ท่านทั้งสองจึงมีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ</p>
<p>ต่อมาปี พ.ศ. 2435 ท่านได้ธุดงธ์เข้าเขตชัยนาทมาจำพรรษาอยู่ที่ วัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน ท่านได้บูรณะซ่อมแซมเสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรมขึ้นมาใหม่ ชาวบ้านต่างพากันเลื่อมใสศรัทธาในวัตรปฏิบัติและพระเวทวิทยาคมของท่าน</p>
<p>ท่านได้มีศิษย์เอกเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ คือ "กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์" ท่านได้ถ่ายทอดวิชาอาคมต่างๆ ให้กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์จนหมด รวมถึงมีตำนานเกี่ยวกับกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ที่ได้นำผ้าเจียดจากหลวงปู่ศุขไปแจกให้แก่ทหารเรือ เพื่อทำการทดลองอาคม โดยมี "ยัง หาญทะเล" ซึ่งเป็นทหารคนสำคัญ เป็นผู้รับอาสาทดลอง และเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2466 ตรงกับปลายรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวสิริ "หลวงปู่ศุข" มรณภาพ อายุได้ 76 ปี นับพรรษาได้ 54 พรรษา วันสวดพระพุทธมนต์ทำศพอยู่ 7 วัน 7 คืน จึงประชุมเพลิง</p>
<p>แม้ "หลวงปู่ศุข" จะละสังขารมาล่วงกว่า 100 ปีแล้ว แต่ท่านยังเป็นที่เคารพศรัทธาจากชาวชัยนาทและลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศ ด้วยท่านเป็นพระเกจิผู้เปี่ยมด้วยพุทธาคมแก่กล้า จนได้รับสมญา “เจ้าสำนักทางพุทธาคมอันยิ่งใหญ่แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา” เป็นพระอาจารย์ทางพุทธาคมรูปแรกของ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ทรงให้ความเคารพนับถือและมีความใกล้ชิดเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังที่สร้างล้วนเป็นที่นิยมอย่างสูง ด้วยพุทธคุณเป็นเลิศ โดยเฉพาะแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี และยังคงเป็นที่กล่าวขานและแสวงหามาจวบจนปัจจุบัน</p>
<p> </p>
<p>#เหรียญหลวงปู่ศุข 2466 ย้อนยุค<br />#เหรียญหลวงพ่อวัดมะขามเฒ่า<br />#เหรียญหลวงปู่ ศุ ข 2469<br />#เหรียญหลวงปู่ ศุ ข 2466 ปลอม<br />#เหรียญ หลวงปู่ ศุ ข ทุก รุ่น ราคา<br />#หลวงปู่ศุข ราคาแพงที่สุด<br />#เหรียญหลวงปู่ศุข ราคา<br />#เหรียญหลวงปู่ศุข 2466 เนื้อเงิน</p>
<p>ข้อมูลอ้างอิง<br />https:// siamrath.co.th/n/199828</p>
<p>วิกิพีเดีย</p>
<p> </p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/">พระเครื่อง &amp; เครื่องลางของขลัง</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a8%e0%b8%b8%e0%b8%82-%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>เหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ รุ่นแรก ปี 2469</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e/</link>
                        <pubDate>Thu, 02 Dec 2021 14:22:25 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ จ.อยุธยา รุ่นแรก พ.ศ. 2469

วัตถุพระสงค์ในการสร้างเหรียญ
ในการสร้างเหรียญหลวงพ่อกลั่น ทางวัดสร้างเพื่อนำปัจจัยไป ซ่อมแซมอุโบสถที่เก่าและชำรุดมากใน พ.ศ. 2469...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ จ.อยุธยา รุ่นแรก พ.ศ. 2469</strong></p>
<p><img src="https://i.ibb.co/HDxnKBr/2021-11-07-110738.jpg" alt="2021-11-07-110738" border="0" /></p>
<h2>วัตถุพระสงค์ในการสร้างเหรียญ</h2>
<p>ในการสร้างเหรียญหลวงพ่อกลั่น ทางวัดสร้างเพื่อนำปัจจัยไป ซ่อมแซมอุโบสถที่เก่าและชำรุดมากใน พ.ศ. 2469</p>
<p><img src="https://i.ibb.co/TPj17Yf/2021-11-07-110752.jpg" alt="2021-11-07-110752" border="0" /></p>
<h2>จำนวนเหรียญที่สร้าง</h2>
<ul>
<li><strong>เนื้อเงินหน้าทองคำ</strong> จำนวน 12 เหรียญ</li>
<li><strong>เนื้อเงินหน้านาก</strong> จำนวน 25 เหรียญ</li>
<li><strong>เนื้อเงิน</strong> จำนวน 100 เหรียญ</li>
<li><strong>เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง + เนื้อทองแดง</strong> รวมจำนวน 3,000 เหรียญ</li>
</ul>
<h2>บล็อกที่ใช้ในการพิมพ์</h2>
<p><strong>1. พิมพ์หลังขอเบ็ด หรือ พิมพ์นิยม</strong></p>
<p>ใช้พิมพ์เหรียญ เนื้อเงินหน้าทองคำ , เนื้อเงินหน้านาก,เนื้อเงิน , เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง และเนื้อทองแดง</p>
<p><strong>2. พิมพ์เสี้ยนตอง</strong></p>
<p>ใช้พิมพ์เหรียญ เนื้อทองแดง</p>
<p><strong>3. พิมพ์หลังเรียบ</strong></p>
<p>ใช้พิมพ์เหรียญ เนื้อทองแดง</p>
<h2>ลักษณะเหรียญ</h2>
<p>ด้านหน้าระบุไว้ว่า "หลวงพ่ออุปัชฌาย์ กลั่น วัดพระญาติ" "พ.ศ. ๒๔๖๙"</p>
<p>ด้านหลังระบุ "ที่รฤกในการปฏิสังขรณ์อุโบสถ"</p>
<p> </p>
<h2>อัตราค่าเช่าเหรียญ (ในสมัยนั้น)</h2>
<p>ในสมัยนั้นมีการจัดให้ทำบุญคือ</p>
<ul>
<li>ทำบุญ 15 บาท ได้รับเหรียญเนื้อเงินหน้าทองคำ 1 เหรียญ</li>
<li>ทำบุญ 10 บาท ได้รับเหรียญเนื้อเงินหน้านาก 1 เหรียญ</li>
<li>ทำบุญ 5 บาท ได้รับเหรียญเนื้อเงินล้วน 1 เหรียญ</li>
<li>ทำบุญ 1 บาท ได้รับเหรียญเนื้อทองแดง 1 เหรียญ</li>
</ul>
<p>เงินทำบุญทั้งหมดนำไปซ่อมแซมอุโบสถ</p>
<p> </p>
<h2>จุดสังเกตเหรียญหลวงพ่อกลั่ น วัดพระญาติ รุ่นแรก ปี 2469 พิมพ์หลังขอเบ็ด (ด้านหน้า)</h2>
<p><img src="https://i.ibb.co/mJK60CS/2021-11-07-1112211.jpg" alt="2021-11-07-1112211" border="0" /> <img src="https://i.ibb.co/J7c3wQc/2021-11-07-1112212.jpg" alt="2021-11-07-1112212" border="0" /></p>
<h2>จุดสังเกตเหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ รุ่นแรก ปี 2469 พิมพ์หลังขอเบ็ด (ด้านหลัง)</h2>
<p><img src="https://i.ibb.co/VtB7XkN/2021-11-07-1112391.jpg" alt="2021-11-07-1112391" border="0" /> <img src="https://i.ibb.co/kckkwTf/2021-11-07-111239.jpg" alt="2021-11-07-111239" border="0" /></p>
<h2>ประวัติวัดพระญาติการาม</h2>
<p>วัดพระญาติการาม เดิมเรียกว่า วัดพบญาติ โดยมีตำนานเล่าว่า มีหมู่บ้านหนึ่งที่หญิงสาวจะมีผิวพรรณหน้าตาดี เมื่อความทราบถึงพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์จึงเสด็จมาหมู่บ้านแห่งนี้และได้ขอรับบุตรสาวของชาวบ้านไปอุปถัมภ์ เมื่อหญิงสาวผู้นั้นจะเข้าไปยังพระราชวัง พวกญาติของหญิงสาวได้ไปรอพบเพื่อร่ำลา จนเมื่อหญิงสาวผู้นั้นได้เป็นมเหสีแล้ว จึงเสด็จฯ มาเยี่ยมญาติในหมู่บ้านเดิมและโปรดฯ ให้สร้างวัดขึ้นบริเวณที่ญาติ ๆ มารอพบ และตั้งชื่อว่า "วัดพบญาติ" และเปลี่ยนเป็น "วัดพระญาติการาม" ในเวลาต่อมา</p>
<h2>ประวัติหลวงพ่อกลั่น</h2>
<p>หลวงพ่อกลั่น ได้ฉายาว่า ธมฺมโชติ ซึ่งหมายความว่า เป็นผู้สร้างในทางธรรมหรือเจริญรุ่งเรืองในธรรม พระคณาจารย์ดังผู้ทรงคุณในอดีต มีลูกศิษย์ลูกหามาก ตลอดจนบุคคลทั่วไปให้ความเคารพศรัทธา ความเขมขลังศักดิ์สิทธิ์ พระเวทย์พุทธาคมขลัง ได้รับการกล่าวขานเป็นตำนานมาถึงปัจจุบัน แม้ท่านจะมรณภาพไปนานแล้วก็ตาม เห็นได้จากวัตถุมงคลต่างๆที่ท่านได้ปลุกเสกไว้ ล้วนเป็นที่แสวงหามีราคาแพง เฉพาะอย่างยิ่งเหรียญรุ่นแรก ปี 2469 จัดเป็นเหรียญหลักยอดนิยมของวงการนานมาแล้ว</p>
<p>ท่านเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2390 ตรงกับปีมะแม ณ ตำบลอรัญญิก อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในครอบครัวที่มีฐานะยากจน เป็นบุตรของ นายอินและนางชั้น เป็นบุตรคนโตในจำนวนทั้งหมด 3 คน ในวัยเด็กชีวิตความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก ทำให้ท่านเป็นคนมี่บุคลิคเข้งแข็งเด็ดเดียว</p>
<p>ประมาณปี พ.ศ. 2417 อายุ 27 ปี ได้บรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดประดู่ทรงธรรม มีพระญาณไตรโลก(สะอาด) เจ้าคณะใหญ่อยุธยา เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูกุศลธรรมธาดา วัดขุนญวน และพระอธิการชื่น วัดพระญาติ เป็นพระกรรมวาจาจารย์และพระอนุสาวนาจารย์ตามลำดับ พำนักจำพรรษาที่วัดประดู่ทรงธรรม ศึกษาพระธรรมวินัย และเล่าเรียนสรรพวิทยาการหลายแขนง วัดประดู่ทรงธรรม เป็นวัดเก่าแก่มีมาแต่โบราณ และครั้งอดีตเป็นสำนักตักศิลาสำคัญแห่งหนึ่ง ต่อมายังเป็นวัดที่เก็บรวบรวมตำรับตำรา สรรพวิทยาการต่างๆเอาไว้มากมาย เห็นได้จากประวัติพระคณาจารย์ดังในพื้นที่ภาคกลางล้วนมีประวัติกล่าวอ้างถึง ได้ศึกษาวิชาจากตำราของวัดประดู่ทรงธรรมที่ตกทอดมา</p>
<p>กล่าวได้ว่าวัดแห่งนี้เป็นตักศิลาแห่งวิชาการแขนงต่างๆอย่างแท้จริง ท่านได้ศึกษาจากตำรับตำราต่างๆเหล่านั้น ทั้งได้รับคำแนะนำสั่งสอนเพิ่มเติมจากครูบาอาจารย์ จนเชี่ยวชาญในสรรพศาสตร์ สามารถดูแลรักษาตนได้ เริ่มออกธุดงค์ปฏิบัติธรรมไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นการฝึกจิตเจริญภาวนา ป่าเขาลำเนาไพรในยุคนั้นเต็มไปด้วยภยันตรายต่างๆนานา ทั้งโรคร้าย สัตว์ร้าย ผู้รอดปลอดภัยกลับมาถือว่าไม่ธรรมดา</p>
<p>คราหนึ่งหลังจากท่านกลับจากธุดงค์ ผ่านมาถึงบริเวณวัดพระญาติเป็นเวลาพลบค่ำ พิจารณาเห็นว่าเป็นสถานที่สงบเหมาะแก่การปฏิบัตธรรมจึงได้ปักกลด รุ่งเช้าศรัทธาชาวบ้านมาทำบุญตักบาตร เห็นท่านเป็นผู้มีวัตรปฏิบัติงดงาม เกิดความเลื่อมใสศรัทธา พร้อมใจกันอาราธนานิมนต์ให้ท่านพำนักจำพรรษายังพระอารามแห่งนี้ เรื่อยมากระทั่งมรณภาพ</p>
<p>หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ ท่านเป็นพระสงฆ์ผู้ครองตนด้วยความสมถะ ชอบสันโดด มีเมตตาต่อเหล่าสรรพสัตว์ และญาติโยมพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า จึงเป็นที่เคารพศรัทธาของสาธุชนทั่วไป ท่านได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2477 รวมสิริอายุ 87 ปี 60 พรรษา</p>
<p> </p>
<p>#เหรียญหลวงพ่อกลั่น มี กี่ รุ่น<br />#หลวงปู่ กลั่นที่แพงที่สุด<br />#เหรียญหลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติ 2469 ราคา<br />#เหรียญหลวงพ่อกลั่น 2469 เนื้อเงิน<br />#หลวงพ่อกลั่น 2523 ราคา<br />#หลวงพ่อกลั่นเนื้อเงินราคา<br />#เหรียญหลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติย้อนยุค<br />#หลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติ 2536</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/">พระเครื่อง &amp; เครื่องลางของขลัง</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>เหรียญหลวงพ่อเดิม รุ่นแรก ปี 2470 พิมพ์เสมา</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%81/</link>
                        <pubDate>Tue, 30 Nov 2021 14:23:11 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เหรียญพิมพ์เสมา หลวงพ่อเดิม รุ่นแรก ปี 2470 วัดหนองโพธิ์ จ.นครสวรรค์

เหรียญหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จังหวัดนครสวรรค์ รุ่นแรก จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2470
ลักษณะเป็นเหรียญรูปทรงเสมา ปั้มข้างกระ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เหรียญพิมพ์เสมา หลวงพ่อเดิม รุ่นแรก ปี 2470 วัดหนองโพธิ์ จ.นครสวรรค์</strong></p>
<p><img src="https://i.ibb.co/fGXrbPD/image.jpg" alt="image" border="0" /></p>
<p>เหรียญหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จังหวัดนครสวรรค์ รุ่นแรก จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2470</p>
<p>ลักษณะเป็นเหรียญรูปทรงเสมา ปั้มข้างกระบอก หูในตัว</p>
<p>ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเดิมนั่งสมาธิบนธรรมาสน์ ด้านบนมีอักขระยันต์มหาอุด "อุด ธัง อะ โธ" ใช้ทางมหาอุด มีข้อความ "หลวงพ่อ พระครูเดิม วัดหนองโพธิ์"</p>
<p>ด้านหลังเหรียญเป็นอักขระยันต์สองแถว</p>
<p>แถวที่ 1.คาถาพระเจ้า 5 พระองค์ ที่ว่า "นะ โม พุท ธา ยะ" มีพุทธครอบจักรวาล</p>
<p>แถวที่ 2.คาถากระทู้ 7 แบก ที่ว่า “อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา” ใช้ทางแคล้วคลาด คงกระพัน</p>
<p>ด้านล่างระบุปีที่จัดสร้าง “พ.ศ.๒๔๗๐”</p>
<h2>ตำหนิเหรียญพิมพ์เสมา หลวงพ่อเดิม ปี พ.ศ.2470 วัดหนองโพธิ์ จ.นครสวรรค์</h2>
<p> <img src="https://i.ibb.co/SNRLB44/2021-10-28-190026.jpg" alt="2021-10-28-190026" border="0" /></p>
<h2>ตำหนิด้านหน้าเหรียญ</h2>
<p>1.ลูกนัยน์ตาหลวงพ่อเดิม ช่างแกะเป็นร่องกลม กลวงด้านใน</p>
<p>2.ตรงบ่าหลวงพ่อเดิมด้านซ้ายบริเวณผ้าสังฆาฏิ ช่างแกะพิมพ์เกิน เป็นเส้นขนแมวหนึ่งเส้นไม่ยาวมากนัก</p>
<p>3.คำว่า “พระครู” หาง ร.เรือ ดูคล้ายเป็นจุดไข่ปลาสามเม็ด ค.ควาย มีเส้นแตกที่หัว</p>
<p>4.คำว่า “วัด” มีเส้นแตกใต้ตัว ด.เด็ก วิ่งชนกลีบบัวด้านล่าง</p>
<p>5.ใต้อาสนะหลวงพ่อเดิมมีเส้นแซมคมๆอยู่หนึ่งเส้น ปลายเส้นด้านขวาของหลวงพ่อเดิมมีปลายแหลม</p>
<p>6.มีรอยเนื้อปลิ้น เนื้อทะลัก อันเกิดจากแรงกระแทกของเครื่องปั๊ม</p>
<p>7.มีเนื้อพอกเนื้อเกินที่มุมขวาบน ใต้อักขระขอมตัวแรก</p>
<p> </p>
<p><img src="https://i.ibb.co/HhQx1Tq/2021-10-28-1902561.jpg" alt="2021-10-28-1902561" border="0" /> </p>
<h2>ตำหนิด้านหลังเหรียญ</h2>
<p>1.มีรอยตาไก่เนื้อปลิ้นตรงรูใส่ห่วงเหรียญและมีเส้นแตกใต้หูเหรียญเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า</p>
<p>2.ขอบเหรียญด้านซ้ายมักจะนูนสูงกว่าอีกด้านและมีรอยแตกอ้าของเนื้อเหรียญ ขอบเหรียญด้านขวามักจะหลุดหายไปตลอดแนว</p>
<p>3.คำว่า พ.ศ. ตัว ศ.ศาลา มีเส้นแตกอยู่ด้านใน</p>
<p>4.เลข “๐” ไทย วงด้านในจะไม่กลม</p>
<p> </p>
<p>“พระครูนิวาศธรรมขันธ์” หรือ “หลวงพ่อเดิม พุทธสโร” ผู้ได้รับสมญานามยกย่องว่า “เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว”</p>
<p>ท่านมีนามเดิมว่า เดิม ภู่มณี เกิดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2403 ตรงกับวันพุธ แรม 11 ค่ำ เดือน 3 ณ บ้านหนองโพ</p>
<p>อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดเขาแก้ว เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2423 มีหลวงพ่อแก้ว วัดอินทาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูพยุหานุศาสก์ (เงิน) วัดพระปรางเหลือง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล เป็นพระอนุสาวนาจารย์</p>
<p>นอกจากเป็นผู้มีพุทธาคมขลังแล้ว ท่านยังเป็นพระนักพัฒนา และปรากฏผลงานให้เห็นจนตราบทุกวันนี้</p>
<p>ราวปี พ.ศ.2435 เป็นเจ้าอธิการเดิม</p>
<p>พ.ศ.2457 เป็นพระครูชั้นสัญญาบัตรที่ พระครูนิวาสธรรมขันธ์ รองเจ้าคณะแขวงเมืองนครสวรรค์</p>
<p>พ.ศ.2462 เป็นพระอุปัชฌาย์</p>
<p>และท่านได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2494 รวมสิริอายุ 91 ปี 71 พรรษา</p>
<p>#เหรียญเสมาหลวงพ่อเดิมรุ่นแรก<br />#เหรียญหล่อหลวงพ่อเดิม 2470<br />#เหรียญหลวงพ่อเดิม รุ่นแรก ราคา<br />#เหรียญหลวงพ่อเดิม ราคาแพงที่สุด<br />#เหรียญหลวงพ่อเดิม 2470 ขอบเลื่อย<br />#เหรียญหลวงพ่อเดิม 2470 ของปลอม<br />#หลวงพ่อเดิม 2470 ราคา แพงที่สุด<br />#เหรียญหลวงพ่อเดิมทุกรุ่น</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/">พระเครื่อง &amp; เครื่องลางของขลัง</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%81/</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		