<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									การเงิน FinTech หุ้น ทองคำ บิทคอยน์ &amp; บล็อกเชน - Guestpost สาระดีๆ มีมาแบ่งปันกัน				            </title>
            <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/</link>
            <description>โฟสฟรี สาระดีๆ หรือจะลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ก็ได้เช่นกัน</description>
            <language>en-US</language>
            <lastBuildDate>Mon, 14 Sep 2026 07:07:43 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>6 เรื่องต้องรู้ สำหรับนักลงทุนหุ้นมือใหม่</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/6-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b1/</link>
                        <pubDate>Sun, 05 Dec 2021 23:36:00 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ก่อนที่เราจะก้าวสู่สนามการลงทุน ขอแนะนำให้เช็คความพร้อมของตัวเองด้วย 6 ทริคง่ายๆ ที่นักลงทุนมือใหม่อย่างเราๆ ต้องเตรียมตัวเพื่อก้าวสู่ความฝันการมีเงิน 1 ล้านบาทได้เร็วขึ้น ทั้งการรู้จักตนเอง...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/XYPSMC0/2021-12-06-061723.jpg" alt="2021-12-06-061723" border="0" /></p>
<p>ก่อนที่เราจะก้าวสู่สนามการลงทุน ขอแนะนำให้เช็คความพร้อมของตัวเองด้วย 6 ทริคง่ายๆ ที่นักลงทุนมือใหม่อย่างเราๆ ต้องเตรียมตัวเพื่อก้าวสู่ความฝันการมีเงิน 1 ล้านบาทได้เร็วขึ้น ทั้งการรู้จักตนเอง รู้จักทางเลือกลงทุน วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและเทคนิค สร้างพอร์ตและจัดทำคัมภีร์ลงทุน ลงมือทำตามแผน และติดตามและทบทวนแผนการลงทุนสม่ำเสมอ</p>
<h2>1.รู้จักตนเอง</h2>
<p>สำหรับคนที่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง จับต้นชนปลายไม่ถูก เราลองมาเริ่มจาก “รู้จักตัวเอง” ให้ลึกซึ้งขึ้น ลองถามตัวเองว่า... เรามี เป้าหมายการลงทุนอะไร? ต้องการใช้เงินมากน้อยแค่ไหน? และ ต้องการบรรลุเป้าหมายเมื่อไหร่?</p>
<p>จากนั้นก็ค่อยพิจารณา “เงื่อนไขการลงทุน” ว่าเราอายุเท่าไหร่ ชอบ สนใจ ถนัด สินทรัพย์ประเภทไหน มีประสบการณ์ลงทุนมั้ย มีเงินลงทุนมากน้อยแค่ไหน ต้องการผลตอบแทนรูปแบบใด เท่าไหร่ มีเวลาติดตามข่าวสารด้านการลงทุนมั้ย และที่สำคัญ... เมื่อมันขาดทุน เราจะยอมรับได้มากน้อยแค่ไหน แต่หากได้กำไร จะเพิ่มวงเงินลงทุนหรือไม่</p>
<p>ประเด็นสำคัญ คือ ต้องรู้ตัวว่าเรา “ยอมรับความเสี่ยงได้แค่ไหน?” เพราะจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีว่าทางเลือกลงทุนแบบไหนและสัดส่วนการลงทุนแบบใดที่จะเหมาะกับเรามากที่สุด เช่น ถ้ารับความเสี่ยงได้ต่ำ (Conservative) แสดงว่ายอมรับความผันผวนได้น้อย หรือแทบจะไม่ได้เลย ซึ่งการลงทุนส่วนใหญ่จึงมุ่งไปที่การพยายามรักษาเงินลงทุนให้ปลอดภัยที่สุด</p>
<p>แต่หากรับความเสี่ยงได้ปานกลาง (Moderate) แสดงว่ายอมรับความผันผวนได้บ้าง แต่ต้องไม่มากจนเกินไปเพื่อแลกกับการได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น ขณะที่หากรับความเสี่ยงได้สูง (Aggressive) แสดงว่าไม่กังวลกับความผันผวน เพราะหวังจะได้รับผลตอบแทนที่สูง รวมถึงโอกาสที่เงินลงทุนจะเติบโตด้วย</p>
<h2>2. รู้จักทางเลือกลงทุน</h2>
<p>เมื่อเราเริ่มรู้จักตัวเองมากขึ้น ก็ต้องทำความรู้จักกับสิ่งที่เราจะลงทุนด้วย เพราะนอกจาก “เงินฝากธนาคาร” ก็ยังมีอีกหลายทางเลือกมาก แต่เพื่อไม่ให้ปวดหัวจนเกินไป เรายังไม่ต้องทำความรู้จักกับทางเลือกทั้งหมดของโลกในตอนนี้ก็ได้ แค่ตั้งต้นจากทางเลือกลงทุนหลัก 6 ประเภท ดังนี้</p>
<p>- หุ้น คือ การร่วมลงทุนเป็นเจ้าของกิจการโดยที่ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่<br />- อนุพันธ์ คือ การซื้อ-ขายหุ้น ที่สามารถทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้น - ขาลง<br />- กองทุนรวม คือ การลงทุนหุ้นที่เงินลงทุนจะเติบโตผ่านมืออาชีพที่บริหารให้<br />- ETF คือ หุ้นที่สามารถ ซื้อง่าย ขายคล่อง โดยมีผลตอบแทนตามดัชนี<br />- DW คือ การลงทุนหุ้นที่ใช้เงินลงทุนน้อย แต่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูง<br />- DR คือ การซื้อ-ขายหุ้นที่เทรดในไทย แต่สามารถลงทุนไกลถึงต่างประเทศ</p>
<h2>3. วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและเทคนิค</h2>
<p>ไม่ว่าเราจะลงทุนในทางเลือกลงทุนหรือสินทรัพย์อะไรก็ตาม เราก็ควรเข้าใจ “ปัจจัยพื้นฐาน” ที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะราคาจะขึ้นลงตามปัจจัยที่มากระทบ ซึ่งเราสามารถใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานมากำหนดกรอบการลงทุนให้แคบลง ด้วยวิธีง่ายๆ คือ ดูภาพรวมเศรษฐกิจว่าปัจจุบันเป็นอย่างไรและมีแนวโน้มที่ดีในอนาคตหรือไม่ จะส่งผลกระทบกับแต่ละสินทรัพย์หรือแต่ละอุตสาหกรรมในเชิงบวกหรือเชิงลบอย่างไร เพื่อค้นหาสินทรัพย์ที่น่าสนใจลงทุน เราจะได้มาวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตของสินทรัพย์นั้นๆ ว่า ถ้าเราลงทุนไปแล้ว มีโอกาสจะได้กำไรในอนาคตหรือไม่นั่นเอง</p>
<p>หลังจากค้นพบสินทรัพย์ที่น่าสนใจลงทุนแล้ว ก็ต้องนำราคาตลาดของสินทรัพย์ดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์นั้น เพื่อดูว่า... ราคาสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น หรือ ราคาต่ำเหมาะสมที่จะลงทุน และใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์ “ปัจจัยเทคนิค” เป็นตัวช่วยกำหนดจุดซื้อ-จุดขาย เพื่อให้ประสบผลสำเร็จในการลงทุน</p>
<h2>4. สร้างพอร์ตและจัดทำคัมภีร์ลงทุน</h2>
<p>ถึงแม้เราเริ่มรู้จักทางเลือกลงทุนและรู้จักวิธีวิเคราะห์มากขึ้น ก็อย่าเพิ่งใจร้อนรีบลงทุนเลย เพราะการลงทุนที่ดี และประสบความสำเร็จจะต้องมี “การสร้างพอร์ตลงทุนที่เหมาะกับตนเอง” ซึ่งพอร์ตการลงทุนที่ดีนั้น ต้องกระจายความเสี่ยงได้อย่างสมดุล ไม่ใช้เงินจำนวนมากลงทุนในสินทรัพย์เดียวจนหมด แต่ก็ต้องไม่หลากหลายหรือกระจายจนเกินไป เพราะจะทำให้เราติดตามดูแลยาก</p>
<p>รวมทั้ง ต้องมีความยืดหยุ่น สามารถเปลี่ยนแผนลงทุนให้เข้ากับสถานการณ์ได้ และ มีสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะกับเป้าหมาย โดยเราอาจแยกพอร์ตลงทุนตามเป้าหมาย เพื่อจะได้กำหนดสัดส่วนของสินทรัพย์เสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และระดับอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลงทุนนั้นๆ</p>
<p>เมื่อมีแนวทางการจัดสรรเงินลงทุนที่แน่นอนแล้ว อย่าลืม... เขียนคัมภีร์การลงทุนหรือ “นโยบายการลงทุน” ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร สำหรับใช้เป็นกรอบในการตัดสินใจลงทุนด้วย ซึ่งควรปรับปรุงนโยบายการลงทุนให้เป็นปัจจุบันเสมอ</p>
<h2>5. ลงมือทำตามแผน</h2>
<p>และแล้วก็มาถึงช่วงเวลาที่เรารอคอย อันดับแรกเลยเราก็ต้อง “เปิดบัญชี” เพื่อใช้ในการซื้อหรือขายก่อน ซึ่งกรณีลงทุนหุ้น ETF ตราสารหนี้ DW หรืออนุพันธ์ ต้องเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “โบรกเกอร์” ส่วนการลงทุนในกองทุนรวม การเปิดบัญชีครั้งแรก ต้องเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แต่ละแห่ง หรือตัวแทนขายของ บลจ. แต่ครั้งถัดๆ ไป ก็จะซื้อขายสะดวกมากขึ้น เพราะซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ตได้เลย</p>
<p>“แล้วจำนวนเงินลงทุนเริ่มต้นล่ะ... ต้องมีเท่าไหร่”</p>
<p>อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับราคาและจำนวนของหุ้นที่เราต้องการลงทุน เช่น อยากได้หุ้นราคา 5 บาท โดยปกติแล้วต้องซื้อขั้นต่ำ 1 Board Lot หรือ 100 หุ้น ก็เท่ากับเราต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำ 500 บาท แต่ยังมีค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่เราต้องจ่ายให้กับโบรกเกอร์ด้วย หรือถ้าอยากทุนในกองทุนรวม ปัจจุบันเงินลงทุนขั้นต่ำในการซื้อกองทุนรวมน้อยมาก บางกองไม่มีขั้นต่ำในการลงทุนเลยด้วยซ้ำ นั่นหมายความว่า 1 บาทก็เริ่มต้นได้แล้ว แต่ถ้าจะให้ชัวร์อาจสอบถามจาก บลจ. ดูอีกทีก็ได้</p>
<h2>6. ติดตามและทบทวนแผนการลงทุนสม่ำเสมอ</h2>
<p>เมื่อเริ่มลงทุนไปแล้ว เราต้องขยันเข้ามาติดตามผลกันหน่อยนะ อาจจะทุก 6 เดือน หรือ 1 ปีก็ได้ แล้วแต่ความสะดวก โดยดูว่าผลตอบแทนที่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้แล้วหรือยัง หากไม่ เราก็จะได้ “ปรับพอร์ตการลงทุน” ได้ทันเวลาอันสมควรด้วย</p>
<p>#เล่นหุ้น มือใหม่ pantip 2564 <br />#เล่นหุ้น เริ่ม ต้น กี่บาท <br />#เล่นหุ้น pantip <br />#เล่นหุ้นยังไงให้ได้เงินทุกวัน <br />#เล่นหุ้น มือใหม่ 2564 <br />#เริ่มเล่นหุ้น ต้องรู้อะไรบ้าง <br />#การเล่นหุ้นระยะสั้น <br />#ห้องเรียนนักลงทุน <br />#เล่นหุ้น อย่างไร ให้ได้กำไร วันละ 1000 บาท <br />#เล่นหุ้น 10 บาท <br />#เงินน้อยเล่นหุ้นตัวไหนดี <br />#เปิดพอร์ตหุ้น ธนาคารไหนดี <br />#เริ่มต้นเล่นหุ้น ออนไลน์ <br />#เล่นหุ้น 100 บาท <br />#เล่นหุ้น 1 บาท <br />#เล่นหุ้นเริ่มต้น 5000 บาท</p>
<p><strong>อ้างอิง</strong><br />https:// www.setinvestnow.com/th/beginner/6things-beginner-needs-to-know</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/">การเงิน FinTech หุ้น ทองคำ บิทคอยน์ &amp; บล็อกเชน</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/6-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b1/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ธปท.ยัน! &quot;BIN Attack&quot; ดูดเงินได้เพราะมิจฉาชีพมีข้อมูลเลขบัตรจริง ไม่ใช่ระบบธนาคารรั่ว</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/%e0%b8%98%e0%b8%9b%e0%b8%97-%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%99-bin-attack-%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2/</link>
                        <pubDate>Mon, 25 Oct 2021 06:38:51 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกอินโฟกราฟฟิก &quot;รู้เท่าทัน ป้องกัน BIN Attack&quot; หลังพบมิจฉาชีพมีข้อมูลจากบัตรจริง และสร้างเลขบัตรเพิ่มโดยสุ่มเลขบัตรและวันหมดอายุ มีผู้เสียหายถูกหักเงินในบัญชีธนาคารหลายร...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/BNynhDY/BIN-Attack-1.jpg" alt="BIN-Attack-1" border="0" /> <img src="https://i.ibb.co/j5z1g13/BIN-Attack-2.jpg" alt="BIN-Attack-2" border="0" /></p>
<p>ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกอินโฟกราฟฟิก "รู้เท่าทัน ป้องกัน BIN Attack" หลังพบมิจฉาชีพมีข้อมูลจากบัตรจริง และสร้างเลขบัตรเพิ่มโดยสุ่มเลขบัตรและวันหมดอายุ มีผู้เสียหายถูกหักเงินในบัญชีธนาคารหลายรายการ แนะใส่ใจป้องกันตัวเอง ใช้บัตรเครดิตและบัตรเดบิตอย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการใช้บัตรกับร้านค้าที่ไม่น่าเชื่อถือ จำกัดวงเงินรูดซื้อสินค้า</p>
<p>จากกรณีที่มีผู้เสียหายถูกหักเงินในบัญชีธนาคารหลายร้อยรายการ ระบุในรายการเดินบัญชีว่า "ชำระค่าสินค้าผ่าน EDC" จำนวนมากจนเกลี้ยงบัญชี ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ออกมาตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นรายการที่เกิดจากการทำธุรกรรม ชำระค่าสินค้าและบริการกับร้านค้าออนไลน์ ที่จดทะเบียนในต่างประเทศ กระทั่งพบว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้วิธีสุ่มข้อมูลบัตรเครดิตและเดบิตของลูกค้าทำธุรกรรมผ่านร้านค้าออนไลน์ต่างประเทศ ที่บางแห่งไม่ใช้ระบบ OTP และไม่ต้องใส่เลขบัตร 3 หลักหลัง (CVV) โดยตั้งแต่วันที่ 1-17 ต.ค. พบบัตรที่ใช้งานผิดปกติ 10,700 ใบ ถูกตัดเงินออกจากบัญชี 130 ล้านบาท ยืนยันว่าหากพบธุรกรรมที่ผิดปกติให้แจ้งมาที่ธนาคาร ถ้าเป็นบัตรเดบิต ลูกค้าจะได้รับเงินคืนภายใน 5 วันทำการ ส่วนบัตรเครดิต จะยกเลิกรายการให้ ขณะที่ธนาคารจะรับเป็นตัวแทนผู้เสียหาย</p>
<p>วันนี้ (25 ต.ค.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ออกอินโฟกราฟฟิก หัวข้อ "รู้เท่าทัน ป้องกัน BIN Attack" (Bank Identification Number Attack) ระบุว่า มิจฉาชีพมีข้อมูลจากบัตรจริง และสร้างเลขบัตรเพิ่มโดยสุ่มเลขบัตรและวันหมดอายุ</p>
<h2>ซึ่งข้อมูลบัตรจริงมีโอกาสมาจาก</h2>
<p>1. ถูกหลอกเอาข้อมูล เช่น ถูกแอบจดข้อมูลโดยไม่รู้ตัว หรือ หลอกถามผ่านทางโทรศัพท์ SMS หรืออีเมล ให้บอกข้อมูลส่วนตัว หรือ</p>
<p>2. รั่วไหลจากแพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยง เช่น เกมออนไลน์ แพลตฟอร์มขายสินค้า จากนั้น นำเลขที่สุ่มได้ไปลองซื้อสินค้ามูลค่าไม่สูง จากร้านที่ไม่มีระบบความปลอดภัยที่ดี เช่น ไม่ใช้ OTP ในการยืนยันตัวตน โดยเฉพาะร้านค้าออนไลน์ต่างประเทศ</p>
<p>บางธุรกรรมทำรายการสำเร็จ เพราะเลขที่สุ่มตรงกับเลขบัตรที่ใช้งานได้จริง จึงสามารถผ่าน "ตะแกรง" (ระบบการตรวจจับ) ได้ จึงเกิดธุรกรรมขึ้น และเป็นที่มาของการตัดเงินบัตรที่ผิดปกติ</p>
<p>สำหรับฝั่งธนาคาร ชี้แจงว่า ข้อมูลไม่ได้รั่วไหลจากระบบของธนาคาร เพราะมีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ขณะนี้อยู่ระหว่างเพิ่มการยืนยันตัวตน เช่น การใช้ OTP กับบัตรเดบิตสำหรับร้านค้าออนไลน์ เพิ่มระดับการตรวจจับและสกัดกั้นรายการผิดปกติ และเมื่อพบจะระงับการใช้บัตรและแจ้งลูกค้าทันที โดยพัฒนาระบบการตรวจจับให้ถี่ขึ้น และเพิ่มการแจ้งเตือนลูกค้าในการทำธุรกรรมทุกรายการ</p>
<h2>เจ้าของบัตรต้องใส่ใจป้องกันตัวเอง</h2>
<p>ส่วนฝั่งประชาชน ใส่ใจป้องกันตัวเอง ใช้บัตรเครดิตและบัตรเดบิต (บัตรที่ผูกไว้กับบัญชีเงินฝาก มีคุณสมบัติเหมือน ATM และสามารถใช้รูดซื้อสินค้าได้ด้วย) อย่างระมัดระวัง ป้องกันการรั่วไหลและการถูกล้วงข้อมูล</p>
<ul>
<li>หลีกเลี่ยงการใช้บัตรกับร้านค้าที่ไม่น่าเชื่อถือ สุ่มเสี่ยง หรือไม่มีการยืนยันตัวตนด้วย OTP</li>
<li>จำกัดวงเงินรูดซื้อสินค้า</li>
<li>สมัครรับข้อมูลการเคลื่อนไหวของบัญชีผ่าน SMS หรือไลน์</li>
<li>ตรวจสอบรายการสม่ำเสมอ ถ้าพบสิ่งผิดปกติ ติดต่อเบอร์หลังบัตร เพื่อตรวจสอบข้อมูล</li>
</ul>
<p>อนึ่ง สำหรับ BIN มาจากคำว่า Bank Identification Number เป็นรหัสเลขหน้าบัตร 6 ถึง 8 หลักแรกบนบัตร จากทั้งหมด 16 หลัก ที่บ่งบอกถึงสถาบันการเงินผู้ออกบัตร ขึ้นต้นด้วย 4 เป็นบัตรวีซ่า ขึ้นต้นด้วย 5 เป็นบัตรมาสเตอร์การ์ด ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ณ เดือนกรกฎาคม 2564 มีบัตรพลาสติกรวมกัน 100,019,081 ใบ ประกอบด้วย บัตรเดบิต 64,162,211 ใบ บัตรเครดิต 25,008,207 ใบ และบัตรเอทีเอ็ม 10,848,663 ใบ</p>
<p>#bin attack mastercard<br />#bin testing<br />#bin number<br />#credit card scammer starter kit<br />#what is a bin in scamming<br />#how to use bin numbers<br />#skimming attack<br />#what is a dump scamming</p>
<p>เครดิต https:// www.mgronline.com/onlinesection/detail/9640000105468</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/">การเงิน FinTech หุ้น ทองคำ บิทคอยน์ &amp; บล็อกเชน</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/%e0%b8%98%e0%b8%9b%e0%b8%97-%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%99-bin-attack-%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>&quot;เจพีมอร์แกน&quot;ชี้ นักลงทุนสถาบัน &quot;ทิ้งทองคำ&quot; หันมา &quot;ซื้อบิตคอยน์&quot; กันความเสี่ยงเงินเฟ้อ</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8/</link>
                        <pubDate>Mon, 11 Oct 2021 04:39:09 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เจพีมอร์แกนชี้นักลงทุนประเภทสถาบันเริ่มทิ้งทองคำและกลับไปหาบิตคอยน์อีกรอบเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ นอกจากนั้นยังได้แรงหนุนจากการที่ทั้งประธานผู้ว่าการเฟดและประธานเอสอีซียืนยันว่า ไม่...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/Y3hthtd/image.jpg" alt="image" border="0" /></p>
<p>เจพีมอร์แกนชี้<a href="https://www.vistabizview.com/%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad/" target="_blank" rel="noopener">นักลงทุนประเภทสถาบัน</a>เริ่มทิ้งทองคำและกลับไปหาบิตคอยน์อีกรอบเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ นอกจากนั้นยังได้แรงหนุนจากการที่ทั้งประธานผู้ว่าการเฟดและประธานเอสอีซียืนยันว่า ไม่คิดแบนคริปโตเคอร์เรนซีแบบจีน</p>
<p>ปลายสัปดาห์ที่แล้ว เจพีมอร์แกน วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่ในวอลล์สตรีท ออกรายงานการวิจัยฉบับย่อระบุว่า นักลงทุนประเภทสถาบันกำลังหวนกลับไปเล่นบิตคอยน์ (บีทีซี) อีกรอบเหมือนกับช่วงไตรมาส 4 ปีที่แล้วและต้นปีนี้ โดยอ้างอิงกระแสที่เม็ดเงินลงทุนไหลออกจากทองคำไปยังบีทีซี เนื่องจากมองว่า บิตคอยน์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดีกว่าทองคำ</p>
<p>นักวิเคราะห์ของเจพีมอร์แกนอธิบายว่า มีสามปัจจัยสำคัญที่ดันราคาบิตคอยน์จากประมาณ 40,000 ดอลลาร์ ไปอยู่ที่ราว 55,000 ดอลลาร์ในเวลาอันรวดเร็ว โดยขณะที่เผยแพร่รายงานฉบับนี้เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว บิตคอยน์เคลื่อนไหวอยู่ที่ราว 53,800 ดอลลาร์</p>
<p>ปัจจัยแรกคือการที่บรรดาผู้วางนโยบายของอเมริกาออกมารับประกันเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ไม่มีเจตนาแบนการใช้หรือการขุดเหรียญคริปโตตามรอยจีน</p>
<p>สัปดาห์ที่แล้ว ทั้งเจอโรม พาวเวลล์ ประธานผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และแกรี่ เกนส์เลอร์ ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (เอสอีซี) แถลงต่อรัฐสภาว่า ไม่มีแผนแบนคริปโตแบบจีน โดยเกนส์เลอร์แจงว่า เอสอีซีจะโฟกัสที่การปกป้องนักลงทุนและการออกกฎระเบียบควบคุมแทน</p>
<p>ปัจจัยที่สองคือ การเติบโตของไลต์นิ่ง เน็ตเวิร์ก ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าในระบบบล็อกเชนของบิตคอยน์ รวมทั้งโซลูชันการชำระเงินเลเยอร์ 2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกรรม ซึ่งได้แรงหนุนจากการที่เอลซัลวาดอร์ประกาศให้บิตคอยน์เป็นสกุลเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา</p>
<p>เอลซัลวาดอร์ยังซื้อคริปโตสกุลนี้ 700 บีทีซี และประธานาธิบดีนายิบ บูเคเล อวดอ้างว่า ขณะนี้มีประชาชนกว่า 3 ล้านคนใช้วอลเล็ตบิตคอยน์ของรัฐบาลที่ชื่อว่า ชิโว (Chivo)</p>
<p>เหตุผลข้อที่สามคือการที่นักลงทุนกลับมากังวลกับภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลให้ความสนใจในการใช้บิตคอยน์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อฟื้นคืนชีพอีกหน</p>
<p>เจพีมอร์แกนอธิบายเพิ่มเติมว่า กระแสที่เงินทุนไหลออกจากตลาดทองคำไปหาบิตคอยน์กลับมาอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ จากเดือนพฤษภาคมที่บริษัทพบแนวโน้มตรงกันข้าม กล่าวคือกองทุนต่างๆ ทิ้งบิตคอยน์ไปลงทุนกับทองคำ</p>
<p>จากข้อมูลของเจพีมอร์แกน เม็ดเงินกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ไหลออกจากกองทุนอีทีเอฟ (exchange-traded fund) ที่มุ่งสร้างผลตอบแทนที่อ้างอิงดัชนีราคาทองคำนับจากต้นปีนี้ และในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เม็ดเงินกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ไหลเข้าสู่กองทุนที่ลงทุนในบิตคอยน์</p>
<p>ทั้งนี้ ราคาบิตคอยน์ทะยานขึ้น 85% ในปีนี้ ขณะที่ราคาอีเธอเรียม คริปโตที่มีมูลค่าสูงสุดอันดับ 2 รองจากบีทีซี พุ่งขึ้น 393% ส่วนราคาทองคำตอนนี้อยู่แถวๆ ออนซ์ละไม่ถึง 1,800 ดอลลาร์ ลดลง 6.5% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงล่าสุด</p>
<p>รายงานชิ้นนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า เงินทุนที่ไหลเข้ากองทุนที่ลงทุนในบิตคอยน์ช่วยให้สัดส่วนบีทีซีในตลาดคริปโตเพิ่มเป็นเกือบ 45% จาก 41% ในช่วงกลางเดือนกันยายน</p>
<p>#เงินเฟ้อ ทองคําขึ้นหรือลง<br />#ราคาทองวันนี้<br />#แนวโน้มราคาทองคำ สัปดาห์หน้า<br />#ชนะ เงินเฟ้อ Pantip<br />#ในภาวะเงินเฟ้อ บุคคลควรจะลงทุนในรูปแบบใด<br />#เงินเฟ้อกับตลาดหุ้น<br />#แนวโน้มราคาทองคําพรุ่งนี้<br />#เงินเฟ้อ หุ้น Pantip</p>
<p>เครดิต https:// www.mgronline.com/stockmarket/detail/9640000100591</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/">การเงิน FinTech หุ้น ทองคำ บิทคอยน์ &amp; บล็อกเชน</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>&quot;กรุงไทย&quot; ผนึก &quot;MTS Gold&quot; เปิดเทรดทองคำออนไลน์บน &quot;เป๋าตัง&quot; ฟรีค่าธรรมเนียม</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81-mts-gold-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%97/</link>
                        <pubDate>Fri, 08 Oct 2021 06:53:46 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[กรุงไทยเปิดซื้อขายทองคำออนไลน์แบบครบวงจรครั้งแรกในประเทศไทย ผ่าน “Krungthai Gold Wallet” บนแอปเป๋าตัง ตอกย้ำการเป็น Thailand Open Digital Platform ให้นักลงทุนซื้อขายทองคำได้สะดวกและปลอดภัยไม...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/tZZXN5p/Krungthai-Gold-Wallet.jpg" alt="Krungthai-Gold-Wallet" border="0" /></p>
<p><a href="https://www.vistabizview.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-mts-gold-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%87/" target="_blank" rel="noopener">กรุงไทยเปิดซื้อขายทองคำออนไลน์</a>แบบครบวงจรครั้งแรกในประเทศไทย ผ่าน “Krungthai Gold Wallet” บนแอปเป๋าตัง ตอกย้ำการเป็น Thailand Open Digital Platform ให้นักลงทุนซื้อขายทองคำได้สะดวกและปลอดภัยไม่มีค่าธรรมเนียม อิงราคาตลาดโลก ซื้อขายเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐโดยตรงแบบเรียลไทม์ ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษ ตัดบัญชีและรับเงินได้ทันที ตอบโจทย์ผู้ลงทุนยุคใหม่ นำร่องกับ “MTS Gold แม่ทองสุก” เริ่ม 25 ตุลาคมนี้</p>
<p>นายรวินทร์ บุญญานุสาสน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย (KTB) เปิดเผยว่า ธนาคารมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์ผู้ลงทุนทุกกลุ่มบนช่องทางที่เข้าถึงได้ง่าย ตอบโจทย์การลงทุนยุคใหม่ โดยเฉพาะบนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งเป็น Thailand Open Digital Platform ได้รับการพัฒนาโดย อินฟินิธัส บาย กรุงไทย (Infinitas by Krungthai) ที่เปิดกว้างสำหรับผู้ใช้งาน และพันธมิตรทุกกลุ่มเข้ามาร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด</p>
<p>ล่าสุด ธนาคารได้พัฒนา “Krungthai Gold Wallet” บนแอปเป๋าตัง เปิดโอกาสนักลงทุนทั่วไปเข้าถึงการลงทุนทองคำบริสุทธิ์ 99.99% จากร้านทองชั้นนำได้แบบเรียลไทม์ ผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่เปิดบัญชี เติมและแลกเงิน ซื้อและขายทองคำ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปร้านทองหรือธนาคาร ตอบโจทย์การลงทุนยุคใหม่ และลดภาระการเก็บรักษาทองคำของผู้ลงทุน</p>
<p>“Krungthai Gold Wallet เป็นการพลิกโฉมการลงทุนทองคำในประเทศไทยอย่างแท้จริง ทำให้ลูกค้าสามารถลงทุนซื้อขายทองคำได้ทุกที่ สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ลงทุนขั้นต่ำเพียง 0.1 ออนซ์ หรือประมาณ 6,000 บาท (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนและราคาทองคำ ณ วันที่ 7 ต.ค.64) เปิดให้ลงทุนในช่วงวันทำการจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึง 02.00 น. เพื่อให้นักลงทุนซื้อขายได้อย่างต่อเนื่องในเวลาที่ตลาดต่างประเทศเปิดทำการ ทำให้นักลงทุนไม่พลาดโอกาสจากการปรับตัวขึ้นลงของราคาทองคำในตลาดโลก โดยราคาซื้อขายอ้างอิงตามราคาตลาดโลก บนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ลดแรงกดดันจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน”</p>
<p>ทั้งนี้ บริการซื้อขายทองคำผ่าน Krungthai Gold Wallet นำร่องให้บริการวันที่ 25 ตุลาคม 2564 ร่วมกับ MTS GOLD แม่ทองสุก ซึ่งเป็นผู้ให้บริการค้าทองคำอันดับต้นๆ ของประเทศ เมื่อมีการซื้อทองคำ ทองคำจะถูกเพิ่มเข้าในวอลเล็ตทองคำที่เปิดกับร้านทองทันที และเมื่อกดขายทองจะได้รับเงินเข้าบัญชีทันทีเช่นกัน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น นักลงทุนสามารถซื้อขายทำกำไรจากราคาทองโลก ด้วยการตัดหรือรับเงินในบัญชีดอลลาร์สหรัฐได้โดยตรง ซึ่งสามารถเปิดบัญชีสกุลเงินดอลลาร์เพื่อซื้อขายเงินดอลลาร์แบบออนไลน์ครบวงจร (eFCD) ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าธรรมเนียม ไม่กำหนดวงเงินขั้นต่ำ ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษที่ดีกว่าการแลกผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ซึ่งต่อยอดมาจากความสำเร็จของ Krungthai Travel Card</p>
<p>นายณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานฝ่ายบริหารกลุ่มบริษัท MTS Gold กล่าวว่า ทองคำเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจและยังคงได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงมาโดยตลอดทุกยุคทุกสมัย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดย MTS Gold แม่ทองสุก มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับธนาคารกรุงไทย พัฒนาช่องทางการลงทุนที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยให้นักลงทุน จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของ MTS Gold ที่มีมาตั้งแต่บริการซื้อขายทองคำผ่านตู้แดง และผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุน ทั้งใน Gold Online, Gold Futures และทองคำในตลาด COMEX ที่ทำให้เราได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและตลาดโลก รวมไปถึงการได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ในการให้บริการซื้อขายทองคำในรูปแบบดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น การเชื่อมต่อการซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เชื่อว่าจะเป็นการนำร่องความก้าวหน้าและความสำเร็จของอุตสาหกรรมทองคำไทย เพื่อให้เกิดความหลากหลายและความสะดวกในทุกช่องทางการลงทุน รองรับการเข้าถึงทองคำในทุกการใช้งานให้แก่ผู้ใช้บริการทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น</p>
<p>นางอลิศรา มหาสันทนะ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ปัจจุบัน ธปท.อยู่ระหว่างการผลักดันให้เกิดระบบนิเวศใหม่ของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนไทย (FX Ecosystem) โดยหนึ่งในเป้าหมายหลักคือ ให้คนไทยลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศได้สะดวกขึ้น โดยที่ผ่านมา ธปท. ได้ผ่อนคลายหลักเกณฑ์ให้สามารถซื้อขายสินทรัพย์ต่างประเทศและทองคำเป็นสกุลดอลลาร์ได้ภายในประเทศ รวมไปถึงยังได้ผ่อนคลายเกณฑ์เกี่ยวกับบัญชี FCD ให้คนไทยเปิดบัญชี ซื้อฝาก ถอนขายรับเงินบาท และโอนเงินตราต่างประเทศระหว่างกันผ่านบัญชี FCD ได้เสรี ดังนั้นการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อซื้อขายทองคำสกุลดอลลาร์ ควบคู่กับการเปิดให้บริการ eFCD ครั้งแรกในประเทศไทยถือเป็นบริการด้านการลงทุนแบบออนไลน์อย่างครบวงจร ที่จะช่วยสนับสนุนให้คนไทยสามารถทำการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ รวมทั้งบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศได้คล่องตัว ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน และมีทางเลือกในการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศที่หลากหลายขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการผลักดันให้เกิดระบบนิเวศใหม่ของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนไทย (FX Ecosystem) ในระยะยาว</p>
<p>#ซื้อขายทองคําแท่ง ออนไลน์ pantip<br />#ซื้อขายทองออนไลน์ ออโรร่า pantip<br />#เทรดทองออนไลน์<br />#ซื้อขายทองออนไลน์ ฮั่ ว เซ่ง เฮง พัน ทิป<br />#สอน ซื้อขายทองออนไลน์<br />#ประสบการณ์ ซื้อขายทองออนไลน์<br />#แม่ทองสุก ออนไลน์ pantip<br />#ซื้อทองออนไลน์ 24 ชม.<br />#e wallet กรุงไทย<br />#tr to e wallet กรุงไทย คืออะไร<br />#กรุงไทย inter wallet pantip<br />#inter wallet กรุงไทย รีวิว<br />#tr to e wallet id กรุงไทย คือ<br />#Krungthai Inter Wallet คือ<br />#Krungthai Inter Wallet ค่าธรรมเนียม<br />#ซื้อทองออนไลน์ 24 ชม.</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/">การเงิน FinTech หุ้น ทองคำ บิทคอยน์ &amp; บล็อกเชน</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81-mts-gold-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%97/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ธุรกรรมเงินดิจิตอลเอเชียโตพุ่ง 706% จับตา GameFi ส่งคริปโตฮิตต่อเนื่อง</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a/</link>
                        <pubDate>Thu, 07 Oct 2021 07:29:35 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[รายงานชิ้นใหม่จาก Chainalysis เผยธุรกรรมคริปโตในเอเชียปี 2021 โตขึ้นจากปีที่แล้วถึง 706% ตอกย้ำดีมานด์สกุลเงินดิจิตอลที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในภูมิภาคนี้ โดยคิดเป็นสัดส่วน 14% ของมูลค่าการทำธุรก...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/zGzCpr7/gamefi.jpg" alt="gamefi" border="0" /></p>
<p>รายงานชิ้นใหม่จาก Chainalysis เผย<a href="https://www.phongxodiax.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b2-gamefi-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a5/" target="_blank" rel="noopener">ธุรกรรมคริปโตในเอเชีย</a>ปี 2021 โตขึ้นจากปีที่แล้วถึง 706% ตอกย้ำดีมานด์สกุลเงินดิจิตอลที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในภูมิภาคนี้ โดยคิดเป็นสัดส่วน 14% ของมูลค่าการทำธุรกรรมคริปโตทั่วโลก นอกจากนั้นยังมีการคาดการณ์ว่า ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า การอ้าแขนรับคริปโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้จะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วย DeFi อีกต่อไป แต่จะเปลี่ยนมาเป็น GameFi เมื่อผู้เล่นตระหนักว่า สามารถสร้างรายได้จากการเล่นเกมบนบล็อกเชน</p>
<p>ตามรายงานนั้น เอเชียกลางและใต้และโอเชียเนีย (CSAO) เป็นตลาดคริปโตใหญ่อันดับ 4 ของโลก มีมูลค่าถึง 572,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 706% จากข้อมูลดิบเมื่อปีที่แล้ว โดยเป็นรองเพียงแค่ตะวันออกกลาง และยุโรปกลาง-เหนือ-ตะวันตกในแง่การเติบโต</p>
<p>มูลค่าธุรกรรมคริปโตของ CSAO คิดเป็นสัดส่วน 14% ของทั่วโลก และถือเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่โตเร็วที่สุดในบรรดาภูมิภาคทั้งหมดที่ Chainalysis ทำการศึกษา</p>
<p>แม้ยุโรปครองอันดับ 1 โดยมีมูลค่าตลาดสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ Chainalysis ระบุว่า ประเทศในเอเชียมีความคืบหน้ามากกว่าในเรื่องการยอมรับคริปโตโดยรวม ข้อมูลการวิเคราะห์ปัจจุบันแสดงให้เห็นว่า เวียดนาม อินเดีย และปากีสถาน ติด 3 อันดับแรกในแง่การทำธุรกรรมรายย่อย มูลค่าที่ได้รับ และปริมาณธุรกรรมแบบ P2P หรือธุรกรรมระหว่างบุคคลกับบุคคลโดยตรง</p>
<p>รายงานระบุว่า การยอมรับคริปโตยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเอเชีย แอฟริกา ยุโรป และอเมริกาเหนือ</p>
<p>สำหรับการเติบโตของตลาดคริปโตใน CSAO นั้น Chainalysis บอกว่า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการยอมรับ Decentralized Finance (DeFi) หรือระบบการเงินแบบไร้ตัวกลาง และการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งของผู้ใช้ระดับรากหญ้าในประเทศสำคัญ ซึ่งหนึ่งในเหตุผลที่เป็นไปได้ในประเด็นหลังก็คือ การที่ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารปกติ</p>
<p>ทั้งนี้ ในบรรดาประชากรโลก 1,700 ล้านคนที่ไม่มีช่องทางเข้าถึงระบบธนาคารดั้งเดิมนั้น มีถึง 290 ล้านคนอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตัวอย่างเช่น 71% ของประชากรวัยผู้ใหญ่ของฟิลิปปินส์ หรือเท่ากับกว่า 51 ล้านคน ไม่มีบัญชีธนาคาร</p>
<p>เหตุผลที่ทำให้คนระดับรากหญ้ายอมรับคริปโตมากขึ้นยังอาจมาจากความนิยมเสี่ยงโชค โดยในรายงานของ Chainalysis ได้อ้างอิงการวิเคราะห์ของบินห์ เหงียน ผู้ประสานงานฮับฟินเทค-คริปโตของรอยัล เมลเบิร์น อินสติติวต์ ออฟ เทคโนโลยี เวียดนาม (RMIT) ที่บอกว่า แม้การพนันส่วนใหญ่เป็นสิ่งผิดกฎหมายในเวียดนามแต่กลับได้รับความนิยมสูงมาก และนี่อาจเป็นเหตุผลที่คนเวียดนามเต็มใจลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงอย่างคริปโต</p>
<p>สำหรับ DeFi นั้น รายงานของ Chainalysis พบว่า ครองสัดส่วนถึง 50% ของปริมาณการทำธุรกรรมคริปโตทั้งหมดจนถึงปี 2020 โดยมีมูลค่ากว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ จากข้อมูลจนถึงช่วงกลางปีปัจจุบัน ขณะที่ปริมาณการเทรดคริปโตครองอันดับ 2 ด้วยมูลค่าราว 50,000 ล้านดอลลาร์</p>
<p>อย่างไรก็ดี สำหรับช่วง 2-3 ปีข้างหน้านั้น ไบรอัน ลู หุ้นส่วนของเฮดไลน์ เอเชีย แอนด์ อินฟินิตี้ เวนเจอร์ส คริปโต ที่ลงทุนในโปรเจ็กต์คริปโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มองว่า การอ้าแขนรับคริปโตในเอเชียตะวันอาคเนย์และเอเชียใต้จะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วย DeFi อีกต่อไป แต่จะเปลี่ยนมาเป็น GameFi หรือเกมที่ทำงานบนบล็อกเชนและผู้เล่นสามารถนำสินค้าในเกมไปแลกเป็นเงินจริงได้ ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นที่อาจไม่ได้ยอมรับคริปโตมาก่อนเปลี่ยนมาเป็นผู้ใช้คริปโตเมื่อตระหนักว่า สามารถทำเงินจากการเล่นเกมได้</p>
<p>มาร์เก็ตแคปทะลุ $2 ล้านล้าน<br />ขณะเดียวกัน มูลค่าตลาดรวมของคริปโตเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์อีกครั้ง หลังจากราคาบิตคอยน์และเงินดิจิตอลสกุลอื่นๆ ดีดขึ้นคึกคักช่วงหลายวันมานี้ และในที่สุดราคาบิตคอยน์ข้ามผ่านหลัก 50,000 ดอลลาร์สำเร็จเมื่อวันอังคาร (5) หลังราคาพุ่งขึ้น 5% ในช่วง 24 ชั่วโมง</p>
<p>นอกจากนั้นยังคาดกันว่า บิตคอยน์อาจไต่ขึ้นต่อและอัพราคาอีกเท่าตัวก่อนสิ้นปีนี้</p>
<p>#เกม nft น่าเล่น<br />#เกม NFT คือ<br />#nft มีเหรียญอะไรบ้าง<br />#เกม nft มีอะไรบ้าง<br />#NFT Game คือ<br />#อันดับ เกม NFT<br />#nft คืออะไร<br />#เกม nft เล่นฟรีERC-1155 คือ<br />#NFT games คือ<br />#Blockchain -game คือ<br />#Axie Infinity คือ<br />#เกมแนว nft คือ<br />#axie infinity เล่นยังไง<br />#เกม NFT คือ<br />#เกมคริปโต</p>
<p>เครดิต https://www.mgronline.com/stockmarket/detail/9640000099269</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/">การเงิน FinTech หุ้น ทองคำ บิทคอยน์ &amp; บล็อกเชน</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>&quot;Glory&quot; Platform Tech Startup IPO รายแรกในตลาดหลักทรัพย์</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/glory-platform-tech-startup-ipo-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a3/</link>
                        <pubDate>Tue, 05 Oct 2021 11:55:06 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[&quot;รุ่งเรืองตลอดไป&quot; หรือ GLORY จ่อลงสนามเทรดเร็วๆ นี้ เป็น IPO รายแรกของผู้ประกอบการ Tech Startup ที่พัฒนา Platform วรรณกรรมออนไลน์ ภายใต้ “Kawebook” ในตลาดหลักทรัพย์ พร้อมสยายปีกพัฒนา Platfor...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/4gjPdj9/Glory-Kawebook.jpg" alt="Glory-Kawebook" border="0" /></p>
<p>"รุ่งเรืองตลอดไป" หรือ <a href="https://www.vistabizview.com/glory-platform-tech-startup-ipo-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99-set/" target="_blank" rel="noopener">GLORY</a> จ่อลงสนามเทรดเร็วๆ นี้ เป็น IPO รายแรกของผู้ประกอบการ Tech Startup ที่พัฒนา Platform วรรณกรรมออนไลน์ ภายใต้ “Kawebook” ในตลาดหลักทรัพย์ พร้อมสยายปีกพัฒนา Platform รองรับการ Scale Up สู่ตลาดต่างประเทศ</p>
<p>นายจรัญพัฒณ์ บุญยัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รุ่งเรืองตลอดไป จำกัด (มหาชน) หรือ GLORY เปิดเผยว่า “GLORY” เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการเทคสตาร์ทอัป (Tech Startup) ที่พัฒนาแพลตฟอร์มด้านวรรณกรรม สำหรับอ่าน-เขียน นิยาย การ์ตูน และหนังสือผ่านช่องทางดิจิทัล โดยมีช่องทางจัดจำหน่ายหลักผ่านเว็บไซต์ “Kawebook.com” และแอปพลิเคชัน“Kawebook” โดยปัจจุบันบริษัทฯ ถือเป็นเทคสตาร์ทอัปที่มีฐานจำนวนสมาชิกที่สูงมาก และคาดว่าจะทยอยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต</p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทฯ เล็งเห็นโอกาส และช่องทางการเติบโตของธุรกิจแบบแพลตฟอร์ม (Platform Business) ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มอ่าน-เขียน “Kawebook” โดยการนำวรรณกรรมแปลจากสำนักพิมพ์ชั้นนำในต่างประเทศ เช่น อสูรพลิกฟ้า, บันทึกราชันย์เทพอสูร, อสูรทลายสวรรค์, เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า, ตำนานราชามังกร มาแปลออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาอ่านวรรณกรรมผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น ซึ่งจากความต้องการของผู้อ่านที่เพิ่มขึ้น ทำให้ “GLORY” สบช่องทางในการนำเข้าวรรณกรรมลิขสิทธิ์จากต่างประเทศเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังนำผลงานของแต่ละสำนักพิมพ์ชั้นนำจากในประเทศ และนักเขียนอิสระที่ได้รับความนิยมมาเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม เพื่อสอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจและความต้องการของผู้บริโภค</p>
<p>“แพลตฟอร์มออนไลน์ Kawebook มีความโดดเด่นด้วยวรรณกรรมแปลที่ถูกลิขสิทธิ์ จากการนำผลงานของแต่ละสำนักพิมพ์ชั้นนำจากในประเทศ และนักเขียนอิสระที่ได้รับความนิยม โดยนักเขียนที่นำผลงานมาลงเผยแพร่บนแพลตฟอร์มจะได้รับเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่ง ซึ่งจากสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ “GLORY” ที่พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการหนังสือให้เข้าสู่โลกออนไลน์อย่างมั่นคง โดยการสนับสนุนนักเขียน นักแปล สำนักพิมพ์ และค่ายการ์ตูนอย่างเต็มที่เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าถึงหนังสือได้ง่ายและมากขึ้นเชื่อมกันทั่วโลก”</p>
<p>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.รุ่งเรืองตลอดไป “GLORY” กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากโอกาสการเติบโตช่องทางออนไลน์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเป็นเครื่องตอกย้ำโอกาสในการลงทุนในแพลตฟอร์มดังกล่าวที่เติบโตตามเมกะเทรนด์ จึงเป็นโอกาสของ GLORY ที่จะต่อยอดธุรกิจ Platform Tech Startup ผ่านช่องทางระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ซึ่งจะเข้าทำการซื้อขายภายในปีนี้ โดยเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 70 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.93% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด</p>
<p>“GLORY” พร้อมลงสนาม IPO อย่างเต็มตัว ด้วยความพร้อมและความสำเร็จจากการเป็นสตาร์ทอัปที่เล็งเห็นความเติบโตของการใช้เทคโนโลยีมาเป็นส่วนสำคัญในการทำธุรกิจ เพื่อให้บริการแก่ลูกค้า “GLORY” จึงได้คิดค้นพัฒนาแพลตฟอร์ม อ่าน เขียน นิยาย การ์ตูน หนังสือออนไลน์ และยังเป็นผู้นำเข้าวรรณกรรมลิขสิทธิ์ถูกต้องจากสำนักพิมพ์ชั้นนำต่างประเทศจำนวนมากอีกด้วย โดยการ IPO ครั้งนี้จะทำให้ “GLORY” ก้าวขึ้นสู่การเป็น Platform Tech Startup รายแรกที่เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย ที่จะมุ่งสู่แผนขยายการลงทุนพัฒนา Platform เพื่อรองรับการ Scale Up ไปยังต่างประเทศ จากการนำลิขสิทธิ์วรรณกรรมไทยที่มีชื่อเสียงส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นการเปิดตลาดของวรรณกรรมไทยด้านออนไลน์ สู่สายตาผู้อ่านในระดับสากล นอกจากนี้ยังเตรียมพัฒนา Platform Kawebook เพื่อขยายการเติบโตของฐานลูกค้าในกลุ่มเป้าหมายผู้หญิง</p>
<p>จากปัจจุบันที่บริษัทฯ มีชื่อเสียงในด้านวรรณกรรมหมวดมันส์ ที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นผู้ชายเป็นหลัก ดังนั้น เชื่อว่า Feature บนแพลตฟอร์มใหม่จะตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายนักอ่านในทุกเพศทุกวัยเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>สำหรับการระดมทุนในครั้งนี้ “GLORY” จะนำไปพัฒนา Platform Tech Startup เพื่อขับเคลื่อนวงการหนังสือเข้าสู่โลกออนไลน์ให้มีการแพร่หลายไปยังตลาดโลก พร้อมทั้งเตรียมเม็ดเงินไปซื้อลิขสิทธิ์วรรณกรรมจากต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของวรรณกรรมให้ตอบสนองความต้องการของฐานลูกค้าให้ได้ครบทุกกลุ่มเป้าหมาย และเป็นการเพิ่มขยายจำนวนสินค้าเพื่อรองรับกับการขยายแพลตฟอร์มอีกด้วย</p>
<p>“GLORY” เป็นสตาร์ทอัปที่เน้นการให้ความสำคัญกับทุกองค์ประกอบ และขั้นตอนของการให้บริการผู้บริโภค ตั้งแต่การพัฒนาเว็บไซต์ และ Application ภายใต้ Kawebook ที่มีการพัฒนาอยู่ตลอด และในส่วนของทักษะการวางกลยุทธ์ การเลือกซื้อลิขสิทธิ์นิยาย บริษัทฯ มีระบบการคัดเลือกวรรณกรรมลิขสิทธิ์นำเข้า โดยศึกษาตลาดพฤติกรรมของผู้อ่านเป็นหลัก จึงทำให้ “GLORY” สามารถเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี”</p>
<p>อย่างไรก็ตาม จากความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 2561 มีรายได้จากการจำหน่ายและบริการ 42.52 ล้านบาท ในปี 2562 มีรายได้จากการจำหน่ายและบริการ 73.49 ล้านบาท และในปี 2563 มีรายได้จากการจำหน่ายและบริการ 78.42 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 35.81% ในขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรก ในปี 2564 ที่มีรายได้จากการจำหน่ายและบริการ 45.43 ล้านบาท ซึ่งเรียกได้ว่ามีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 19.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 7.40 ล้านบาท ซึ่งจากอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น แสดงเห็นได้ว่าการเติบโตของการอ่าน เขียนออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Kawebook มีอัตราที่สูงมากขึ้นทุกปี และคาดว่าจะมีแนวโน้มจะสูงขึ้นต่อเนื่องตามพฤติกรรมการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค</p>
<p>#glory หุ้น ipo<br />#หุ้น ipo คืออะไร<br />#หุ้น ipo วันนี้<br />#หุ้น ipo - pantip<br />#จองหุ้น ipo 2564<br />#หุ้น ipo 2564 มีอะไรบ้าง<br />#จองหุ้น ipo ยังไง<br />#เปิดจองหุ้น ipo 2564<br />#kawebook อสูรพลิกฟ้า<br />#kawebook พิสูจน์อักษร<br />#Fictionlog<br />#นิยายแปล<br />#นิยายอ่านฟรี<br />#นิยายวาย จบแล้ว ฟรี</p>
<p>เครดิต https:// www.mgronline.com/stockmarket/detail/9640000098642</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/">การเงิน FinTech หุ้น ทองคำ บิทคอยน์ &amp; บล็อกเชน</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/glory-platform-tech-startup-ipo-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a3/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>จับตา &quot;เงินกีบดิจิทัล&quot; หลัง &quot;ลาว&quot; ดึง Soramitsu สตาร์ทอัพญี่ปุ่นช่วยวางแผน</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a5-%e0%b8%ab%e0%b8%a5/</link>
                        <pubDate>Tue, 05 Oct 2021 08:01:21 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[รัฐบาลลาวเร่งศึกษาการใช้เงินดิจิทัลในประเทศ หวังรองรับหยวนดิจิทัลที่กำลังจะถูกใช้จริงจังในปีหน้า แบงก์ชาติลาวเซ็น MOU กับไจก้า ส่ง Soramitsu สตาร์ทอัพจากโตเกียวที่เคยไปช่วยพัฒนาระบบชำระเงินด...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/CJTS32t/Soramitsu.jpg" alt="Soramitsu" border="0" /></p>
<p>รัฐบาลลาวเร่งศึกษาการใช้เงินดิจิทัลในประเทศ หวังรองรับ<a href="https://www.vistabizview.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a5/" target="_blank" rel="noopener">หยวนดิจิทัล</a>ที่กำลังจะถูกใช้จริงจังในปีหน้า แบงก์ชาติลาวเซ็น MOU กับไจก้า ส่ง Soramitsu สตาร์ทอัพจากโตเกียวที่เคยไปช่วยพัฒนาระบบชำระเงินดิจิทัลให้กัมพูชา มาช่วยศึกษาความพร้อมสำหรับการออกเงินสกุลกีบดิจิทัล</p>
<p>เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา Nikkei Asia รายงานข่าวว่า ธนาคารแห่ง สปป.ลาว ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับองค์กรความร่วมมือแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือไจก้า (Japan International Cooperation Agency : JICA) เพื่อศึกษาเรื่องการนำเงินดิจิทัล มาใช้กับสกุลเงินกีบของลาว</p>
<p>การศึกษาจะเริ่มต้นขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ โดยได้รับความช่วยเหลือจาก Soramitsu บริษัทสตาร์ทอัพของญี่ปุ่น ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในกรุงโตเกียว มาช่วยลาวในการวางแผนออกสกุลเงิน "กีบดิจิทัล"</p>
<p>Soramitsu เป็นบริษัทที่ชำนาญเรื่องระบบการเงินดิจิทัล และเคยเข้าไปช่วยกัมพูชาสร้างระบบชำระเงินดิจิทัลที่เรียกว่า Bakong ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อช่วยกัมพูชาลดการพึ่งพาเงินสกุลดอลลาร์ภายในประเทศ</p>
<p>สำหรับในลาว Soramitsu จะเข้ามาศึกษาโครงสร้างระบบการเงิน ประเมินศักยภาพของธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินทุกประเภทที่มีอยู่ในลาว และหากรัฐบาลลาวตัดสินใจจะออกสกุลเงินดิจิทัลของตนเองขึ้นมาใช้จริง ๆ Soramitsu ก็จะเข้ามาช่วยพัฒนาตรงนี้ให้ด้วย</p>
<p>ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 กันยายน คำเจน วงโพสี รัฐมนตรีประจำสำนักงานนายกรัฐมนตรี ลาว เพิ่งมีหนังสือแจ้งการเลขที่ 1158/หสนย. เกี่ยวกับการค้นคว้า การทดลองใช้สกุลเงินดิจิทัลในลาว มีเนื้อหาว่า นายกรัฐมนตรีพันคำ วิพาวัน ได้มีทิศชี้นำดังนี้</p>
<p>หนังสือแจ้งการของสำนักนายกรัฐมนตรีลาวที่ออกเมื่อต้นเดือนกันยายน 2564 ซึ่งพลิกนโยบายเรื่องการใช้เงินดิจิทัล<br />หนังสือแจ้งการของสำนักนายกรัฐมนตรีลาวที่ออกเมื่อต้นเดือนกันยายน 2564 ซึ่งพลิกนโยบายเรื่องการใช้เงินดิจิทัล</p>
<p>1.เห็นชอบอนุมัติให้บริษัทจำนวนหนึ่งทดลองขุด ใช้ และซื้อ-ขายเงินคริปโต ภายในลาว ในนี้รวมทั้งบริษัทวาบป์ ดาตา เทคโนโลยี ลาว จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเชียงเงิน แขวงหลวงพระบาง ที่ได้ขุด ใช้ และซื้อ-ขายเงินคริปโตมาระยะหนึ่งแล้ว ให้เข้าสู่กระบวนการควบคุมของหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งรับรองบริษัทอีก 5 แห่ง ให้เป็นผู้ทดลองขุด ใช้ และซื้อ-ขายเงินคริปโตในลาวได้ ประกอบด้วย<br />- บริษัทพงซับทะวี ก่อสร้างขัวทาง จำกัด<br />- บริษัทสีสะเกด ก่อสร้างครบวงจร จำกัด<br />- บริษัทบุผา พัฒนาก่อสร้างเคหะสถาน ขัวทาง และสำรวจ ออกแบบ จำกัด<br />- ธนาคารร่วมพัฒนา<br />- บริษัทพูสี กรุ๊ป จำกัด</p>
<p>2.มอบหมายให้กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสารเป็นแม่งาน ร่วมกับกระทรวงการเงิน ธนาคารแห่ง สปป.ลาว กระทรวงแผนการและการลงทุน กระทรวงพลังงานและบ่อแร่ กระทรวงป้องกันความสงบ และรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว ศึกษา ค้นคว้า ร่างกฏระเบียบควบคุม และมาตรการเงื่อนไขต่าง ๆ ในการทดลองสำหรับการอนุญาตให้ขุดค้น และซื้อ-ขายเงินคริปโตภายในลาว</p>
<p>พร้อมกันนั้น ให้แขนงการและองค์กรที่เกี่ยวข้องข้างต้นเป็นเจ้าภาพค้นคว้า กำหนดภาระบทบาท สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของแต่ละภาคส่วน เพื่อนำเสนอให้นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี พิจารณา</p>
<p>3.สำหรับบริษัทวาบป์ ดาตา เทคโนโลยี ลาว จำกัด และอีก 5 บริษัทที่ถูกรับรองให้เป็นผู้ทดลองครั้งนี้ ต้องเร่งเสนอตัวเข้ามาอยู่ในระเบียบการควบคุม ทั้งเสนอผลประโยชน์ต่าง ๆ ให้รัฐบาล บนพื้นฐานตามเนื้อหาในมาตรการ หรือเงื่อนไขที่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลได้กำหนดขึ้น</p>
<p>4.เกี่ยวกับข้อเสนอของกระทรวงการเงิน ที่ให้มีการแต่งตั้งคณะเฉพาะกิจขึ้นเพื่อรับผิดชอบภารกิจครั้งนี้นั้น เนื่องจากภารกิจดังกล่าวได้กำหนดภาระ บทบาท สิทธิ หน้าที่ ของแต่ละแขนงการที่ชัดเจนแล้ว ฉนั้นในระยะทดลองจึงไม่มีความจำเป็นต้องแต่งตั้งคณะเฉพาะกิจเพิ่มเติมอีก</p>
<p>5.ให้กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสารเป็นศูนย์กลาง รวบรวมเนื้อหาที่เป็นผลการศึกษาค้นคว้าของแต่ละแขนงการหรือองค์กรที่มีรายชื่อในหนังสือแจ้งการฉบับนี้ เสนอเข้าสู่ที่ประชุมของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 16-17 กันยายน เพื่อพิจารณา จากนั้นมอบหมายท่านรองนายกรัฐมนตรี ผู้ชี้นำงานด้านเศรษฐกิจ ในฐานะตัวแทนรัฐบาล ให้เป็นผู้เซ็นสัญญาอนุมัติภายในเดือนกันยายน</p>
<p>หนังสือแจ้งการที่รัฐมนตรีประจำสำนักงานนายกรัฐมนตรี เพิ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 9 กันยายน เป็นการพลิกนโยบายเรื่องเงินดิจิทัลของลาวอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะก่อนหน้านั้นเพียงไม่ถึงเดือน ธนาคารแห่ง สปป.ลาว เพิ่งมีหนังสือแจ้งเตือนเรื่องการใช้สกุลเงินดิจิทัลออกมาในวันที่ 11 สิงหาคม</p>
<p>ในหนังสือระบุว่าเงินคริปโตไม่ใช่เงินและไม่ใช่เครื่องมือที่สามารถใช้ชำระได้ตามกฏหมายของลาว เงินคริปโตมีความเสี่ยงหลายด้าน เช่น ความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน และการอุดหนุนเงินทุนแก่การก่อการร้าย ความเสี่ยงด้านราคาที่ผันผวนสูง ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี และอาจเป็นช่องทางที่กลุ่มคนร้ายนำมาใช้เพื่อหลอกลวง หรือฉ้อโกงประชาชน หากมีการฉ้อโกงหรือเกิดปัญหาจากการใช้เงินคริปโตในลาวขึ้นมาแล้ว ผู้เสียหายไม่สามารถฟ้องร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เพราะไม่มีกฏหมายรองรับ</p>
<p>การพลิกนโยบายของรัฐบาล หันมาศึกษาเตรียมการนำสกุลเงินดิจิทัลมาใช้ในลาว คาดว่าเป็นผลสืบเนื่องจากที่จีนกำลังเตรียมนำเงินหยวนดิจิทัลมาใช้อย่างเป็นทางการทั่วประเทศในปีหน้า หลังเริ่มใช้มาแล้วใน 4 เมืองหลัก คือ เซินเจิ้น ซูโจว สงอัน และเฉิงตู</p>
<p>เหตุผลเพราะปัจจุบัน ระบบเศรษฐกิจการเงินของลาว มีความผูกพันและต้องพึ่งพาจีนค่อนข้างมาก และมีแนวโน้มว่าจะยิ่งมากขึ้น หลังทางรถไฟลาว-จีน เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ธันวาคมนี้</p>
<p>สำหรับ บริษัทวาบป์ ดาตา เทคโนโลยี ลาว ซึ่งได้ทำธุรกรรมการเงินดิจิทัลในลาวมาก่อนหน้าแล้วนั้น เป็นบริษัทของคนจีน ตั้งอยู่ในเมืองเชียงเงิน แขวงหลวงพระบาง มีเว่ย เฉียนเจียง (Wei Qianjiang) เป็นประธานบริษัท</p>
<p>#ดิจิตอลหยวน ซื้อที่ไหน<br />#ดิจิตอลหยวน ราคา<br />#ดิจิตอลหยวน pantip<br />#ข้อเสียของหยวนดิจิตอล<br />#สกุลเงินหยวนดิจิทัล<br />#แนวโน้ม หยวนดิจิทัลในอนาคต<br />#ซื้อดิจิตอลหยวน<br />#หยวนดิจิตอล เทรด</p>
<p>เครดิต https:// www.mgronline.com/indochina/detail/9640000098530</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/">การเงิน FinTech หุ้น ทองคำ บิทคอยน์ &amp; บล็อกเชน</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a5-%e0%b8%ab%e0%b8%a5/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>เปิด 10 อันดับ &quot;กองทุน RMF Equity&quot; ผลตอบแทนสูงสุด ในรอบ 1 ปี</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94-10-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-rmf-equity-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95/</link>
                        <pubDate>Sat, 18 Sep 2021 11:26:22 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปีกันแล้วและสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ยังดูมีความไม่แน่นอนสูง แต่การลงทุนของเรานั้นคงหยุดไม่ได้ โดยเฉพาะ&quot;การลงทุนเพื่ออนาคตและลดหย่อนภาษี&quot; นั่นคือ การลงทุนผ่านกองทุนรวมเ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://i.ibb.co/xGjzkHH/RMF-Equity.webp" alt="RMF-Equity" border="0" /></p>
<p>เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปีกันแล้วและสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ยังดูมีความไม่แน่นอนสูง แต่การลงทุนของเรานั้นคงหยุดไม่ได้ โดยเฉพาะ"การลงทุนเพื่ออนาคตและลดหย่อนภาษี" นั่นคือ การลงทุนผ่านกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)</p>
<p>แน่นอนว่าแม้ในช่วงวิกฤติ "การลงทุนกองทุน RMF" ยังเป็นสิ่งจำเป็น โดยต้องคำนึงถึงการปรับพอร์ตสม่ำเสมอ เพราะในทุกวิกฤติยังเป็นโอกาสของการลงทุนเสมอ และผู้ที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี สามารถทยอยเข้าลงทุนบางส่วนได้เช่นกัน โดยเฉพาะการลงทุนในตราสารทุนหรือ"หุ้น"ที่จะช่วยสะสมความมั่นคั่งให้กับเรามีเงินเพียงพอไว้ใช้ในยาวเกษียณได้ด้วย</p>
<p>ลองมาดูว่าในรอบ1ปีมานี้ "กองทุน RMF Equity" ไหนบ้าง ที่มีความโดดเด่นมีผลตอบแทนสูงสุด 10 อันดับ โดยข้อมูลจาก"มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ซ (ประเทศไทย) ณ เดือน ส.ค.2564 มีดังนี้</p>
<p>1 . กองทุนเปิด แอสเซทพลัส เวียดนาม โกรท เพื่อการเลี้ยงชีพ ( ASP-VETRMF ) มีผลตอบแทน 66.76%</p>
<p>2. กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอินเดียมิดแคปเพื่อการเลี้ยงชีพ ( B-INDIAMRMF) มีผลตอบแทน 61.79%</p>
<p>3. กองทุนเปิดกรุงศรีอินเดียอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (KFINDIARMF) มีผลตอบแทน 45.51%</p>
<p>4. กองทุนเปิดเค Mid Small Cap หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (KMSRMF) มีผลตอบแทน 42.06%</p>
<p>5. กองทุนเปิดกรุงศรียุโรปอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (KFEURORMF) มีผลตอบแทน 40.57%</p>
<p>6. กองทุนเปิดเค ยูโรเปียน หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (KEURMF) มีผลตอบแทน 40.03%</p>
<p>7. กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยีเพื่อการเลี้ยงชีพ ( B- INNOTECHRMF) มีผลตอบแทน 39.06%</p>
<p>8. กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นไดนามิคเพื่อการเลี้ยงชีพ (KFDNMRMF) มีผลตอบแทน 37.92%</p>
<p>9.กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลเทคโนโลยีอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (KFGTECHRMF) มีผลตอบแทน 37.81%</p>
<p>10.กองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน เพื่อการเลี้ยงชีพ ( THDRMF) มีผลตอบแทน 37.32%</p>
<h2>เงินไหลเข้ากองทุนRMF Equity ทำนิวไฮรอบ8เดือน</h2>
<p>ทั้งนี้ ปัจจุบันมูลค่ากองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ทั้งหมด 3.56 แสนล้านบาท มีกองทุนประเภทตราสารทุน หรือ RMF Equity เป็นสัดส่วนหลักด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 1.75 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.1% จากสิ้นปี 2563 ที่ระดับ 1.5 แสนล้านบาท</p>
<p>โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิรอบ 8 เดือนรวม 8.5 พันล้านบาท หรือเป็นสถิติใหม่สำหรับรอบ 8 เดือนเมื่อเทียบกับในอดีต ซึ่งมีผลมาจากแรงซื้อกองทุนหุ้นต่างประเทศเช่น หุ้นจีน หุ้นทั่วโลก หรือหุ้นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างคึกคักในช่วงไตรมาสแรกของปี ทำให้ในปีนี้กองทุน 3 กลุ่มดังกล่าวมีเงินไหลเข้าสุทธิรวมระดับหมื่นล้าน ในขณะที่กองทุนหุ้นไทยยังเป็นเม็ดเงินขาออกราว 5 พันล้านบาท</p>
<p>"ชญานี จึงมานนท์" นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในแง่ของผลตอบแทนในรอบ 1 ปี กองทุนหุ้นต่างประเทศหลายกลุ่มสร้างผลตอบแทนได้สูง กองทุนหุ้นเวียดนามจาก บลจ.แอสเซทพลัส (ASP-VIETRMF) มีผลตอบแทนสูงสุด 66.8% ตามมาด้วยกองทุนหุ้นอินเดียจาก บลจ.บัวหลวงและ บลจ.กรุงศรี ที่ 61.8% และ 45.5% ตามลำดับ ขณะที่การลงทุนในประเทศมีกองทุน KMSRMF จาก บลจ.กสิกรไทย ที่มีผลตอบแทน 42.1% จากการลงทุนหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ซึ่งในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาการลงทุนหุ้นขนาดเล็กสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าหุ้นขนาดใหญ่เกือบ 10%</p>
<p>นอกจากนี้หากพิจารณาผลตอบแทนย้อนหลังในรอบ3ปี 5ปี และ10ปีด้วยแล้ว จะพบว่า ในรอบ 3 ปีและ 5 ปี กองทุน RMF Equity ที่ติดอันดับ 10 กองทุนผลตอบแทนสูงสุดล้วนแต่ยังคงเป็นการลงทุนต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนหุ้นเทคโนโลยี หุ้นทั่วโลก หุ้นยุโรป หรือหุ้นสหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนสะท้อนภาพการเคลื่อนไหวของตลาดและมูลค่าการลงทุนในช่วงของการระบาดโควิด-19 และแสดงการสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าการลงทุนในประเทศ</p>
<p>ขณะที่ในรอบ 10 ปีนั้นจะเป็นรายชื่อกองทุนในประเทศทั้งหมด นำโดยกองทุน KKP EQRMF ที่ 8.2% ต่อปี จาก บลจ.เกียรตินาคินภัทร ตามมาด้วยกองทุน TEGRMF-A จาก บลจ.ทิสโก้ ที่ 7.9% ต่อปี และกองทุน IN-RMF จาก บลจ.บัวหลวงที่ 7.8% ต่อปี</p>
<p>สาเหตุที่เป็นรายชื่อกองทุนในประเทศทั้งหมดนั้นเนื่องจากกองทุน RMF ในยุดแรก ๆ นั้นเป็นการลงทุนในหุ้นไทยทั้งหมด ทำให้ยังไม่มีผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนต่างประเทศให้เปรียบเทียบมากนัก ซึ่งกองทุน RMF หุ้นต่างประเทศนั้นเริ่มมีการเปิดขายมากขึ้นในช่วง 7-8 ปีที่แล้วเป็นต้นมา โดยกองทุน RMF Equity ที่เป็นการลงทุนต่างประเทศกองแรกคือ กองทุน TCIRMF จากบลจ.ทิสโก้ โดยรอบ 10 ปี มีผลตอบแทนที่ 3.2% ต่อปี</p>
<p>เปิด 10 อันดับ ‘กองทุน RMF Equity’ ผลตอบแทนสูงสุด ในรอบ 1 ปี "ชญานี" แนะนำว่า จากข้อมูลแม้ว่าจะยังไม่สามารถเปรียบเทียบการลงทุน RMF Equity ที่ลงทุนในหุ้นไทยกับต่างประเทศในระยะยาวได้อย่างชัดเจน</p>
<p>แต่ผลตอบแทนระยะ 10 ปีของกองทุน RMF Equity ที่มีอยู่ในปัจจุบันที่ระดับ 3%-8% ต่อปี ยังสามารถเป็นการลงทุนเพื่อวัยเกษียณที่ดีได้หากผู้ลงทุนมีการวางแผนการเงินการลงทุนระยะยาวโดยจัดสัดส่วนประเภทตราสารให้เหมาะสมตามช่วงอายุ</p>
<p>นอกจากนี้การลงทุนในกองทุน RMF มีเรื่องที่ต้องระวังกัน!! นั่นคือ หากจะปรับพอร์ต ควรพิจารณาว่าจะทำผิดเงื่อนไขสรรพากรหรือไม่</p>
<h2>เนื่องจาการลงทุนในกองทุน RMF เราจะได้รับสิทธิ "ลดหย่อนภาษี" ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ดังนี้</h2>
<p>1 . สามารถซื้อได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี</p>
<p>2. เมื่อนับรวมกับ กองทุนเพื่อการออม (SSF)ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity Insurance) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) และกองทุนบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ ครูโรงเรียนเอกชน (กอช.) แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท</p>
<p>3.ต้องถืออย่างน้อย 5 ปีและขายได้เมื่ออายุ 55 ปีบริบูรณ์</p>
<blockquote>
<p>.</p>
<p>.</p>
<p>ดังนั้น ถ้ายังถือไม่ครบตามเงื่อนไข ให้ทำการ "สับเปลี่ยน" ห้ามสั่งขายเด็ดขาด ไม่งั้นเราจะ ต้อง "คืนภาษี" และมี "ค่าปรับ" ตามมา</p>
</blockquote>
<p>#กองทุนรวม ธนาคารไหนดี 2564<br />#กองทุนรวม คือ<br />#ประเภทกองทุน<br />#กองทุนรวมคืออะไร<br />#กองทุนรวมมีอะไรบ้าง<br />#กองทุนรวมผสม คือ<br />#กองทุนรวมหุ้น คือ<br />#กองทุนรวม ภาษาอังกฤษ</p>
<p>เครดิต https:// www.bangkokbiznews.com/business/960862</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/">การเงิน FinTech หุ้น ทองคำ บิทคอยน์ &amp; บล็อกเชน</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94-10-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-rmf-equity-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>แนะนำ &quot;รูปแบบกราฟ&quot; แนวโน้มเติบโตในรูปแบบต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นทั่วโลกในสภาวะ &quot;วิกฤติ&quot;</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3-%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9f-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%89/</link>
                        <pubDate>Tue, 31 Aug 2021 02:09:54 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[&quot;การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ&quot; เป็นความคาดหวังที่ทุกประเทศต่างพยายามมุ่งหน้าแก้ปัญหาการระบาดของ &quot;โควิด-19&quot; ให้กลับมาอยู่ในสภาวะปกติมากที่สุด ในระยะเวลาที่เร็วที่สุด รวมถึง &quot;เศรษฐกิจไทย&quot; ที่ได้รับผล...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p>"การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ" เป็นความคาดหวังที่ทุกประเทศต่างพยายามมุ่งหน้าแก้ปัญหาการระบาดของ "โควิด-19" ให้กลับมาอยู่ในสภาวะปกติมากที่สุด ในระยะเวลาที่เร็วที่สุด รวมถึง "เศรษฐกิจไทย" ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างหนักเช่นกัน</p>
<p>มาทำความรู้จักกับลักษณะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจรูปแบบต่างๆ ทั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในและต่างประเทศหลังช่วง "วิกฤติโควิด-19"</p>
<h2>1. "K-Shaped" บางส่วนฟื้น บางส่วนฟุบ</h2>
<p><img src="https://i.ibb.co/WzCRSc1/k.jpg" alt="k" border="0" /> </p>
<p>สำหรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทย "ธนาคารแห่งประเทศไทย" คาดการณ์จากความรุนแรงของการระบาดระลอกล่าสุด (รอบ เม.ย. 64 ถึงปัจจุบัน) คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวแบบกราฟรูปตัว K หรือที่เรียกว่า "K-Shaped" ซึ่งเป็นรูปแบบการฟื้นตัวที่ขาดสมดุล คือมีทั้งส่วนที่ฟื้นตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดเรื่อยๆ จนกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้ ขณะที่ยังมีบางส่วนที่ตกต่ำต่อไปในเวลาเดียวกัน ทำให้ปลายของกราฟฉีกไปคนละทางเหมือนตัวอักษร K นั่นเอง</p>
<h3>การฟื้นตัวของเศรษฐกิจแบบ "K-Shaped" สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร ?</h3>
<p>พัฒนาการของธุรกิจที่ส่งออกสินค้า และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เราจะเห็นภาพของตัว K ที่ชัดเจนมาก</p>
<p>สำหรับเส้นขาบน มูลค่าการส่งออกสินค้าในเดือนเมษายน 2564 ขยายตัว 13.1% สูงสุดในรอบ 3 ปี และคาดว่าทั้งปีจะขยายตัวได้อีก ตามการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจโลก</p>
<p>ขณะที่ในขาล่าง ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบรุนแรงและยืดเยื้อจากการระบาดของโควิด-19 และคาดว่าจะใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคท่องเที่ยวจะกลับไปเป็นปกติ</p>
<p>นอกจากนี้ การฟื้นตัวแบบรูปตัว K ยังสะท้อนความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า สำหรับคนรวย เศรษฐกิจฟื้นแล้ว แต่สำหรับคนจน วิกฤตครั้งนี้ยังอีกยาวไกล และทำให้จนลงไปอีก ซึ่งสำหรับประเทศไทย มิตินี้ก็เห็นได้ชัดเจนเช่นกัน</p>
<p>นอกจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ แบบ "K-Shaped" แล้ว ยังมีการฟื้นตัวอีกหลากหลายรูปแบบ ที่อาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยของแต่ละประเทศ ที่เข้ามากระทบระบบเศรษฐกิจในภาคส่วนต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป</p>
<h2>2. "Nike-Shaped" เติบโตช้าในระยะยาว</h2>
<p><img src="https://i.ibb.co/19MHKkZ/162979723822.jpg" alt="162979723822" border="0" /></p>
<p>ก่อนหน้านี้ ช่วงปี 2563 ธนาคารแห่งประเทศไทย เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ประเทศไทยจะมีการฟื้นตัวหลังโควิดแบบ "Nike-Shaped" (ไนกี้เชป) หรือที่มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "Swoosh-shaped" ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับเครื่องหมายถูกหางยาว คือเป็น V-shaped ในช่วงแรก และค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างช้าๆ ในช่วงท้าย และเศรษฐกิจจะเติบโตช้าในระยะยาว</p>
<p>นอกจากการฟื้นตัวแบบ K-Shaped และ Nike-Shaped ที่คาดการณ์ว่าเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยหลังเกิดโควิดแล้ว ยังมีการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังวิกฤติรูปแบบต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วทั่วโลก ตามสภาวะต่างๆ ดังนี้</p>
<h2>3. "V-Shaped" ฟื้นตัวขึ้นหลังจากเศรษฐกิจที่หยุดชะงักค่อนข้างรวดเร็ว</h2>
<p><img src="https://i.ibb.co/DVfnHHJ/image-big-5ef35c2ca1b1e.jpg" alt="image-big-5ef35c2ca1b1e" border="0" /></p>
<p>การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจรูปแบบนี้ จะกลับมาพร้อมกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในจุดที่ใกล้เคียงกับก่อนที่เศรษฐกิจจะถดถอย หากเปรียบการปิดตัวของเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวลักษณะนี้จะคล้ายกับสวิตช์ไฟที่ถูกปิด การเริ่มต้นใหม่จะเป็นเหมือนสวิตช์หรี่ไฟที่ค่อยๆ เปิดขึ้น</p>
<p>การฟื้นตัวแบบ V-Shape เกิดจากเศรษฐกิจดิ่งลงต่ำสุดอย่างรวดเร็ว แต่ก็ฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ระดับเดิมก่อนที่จะเกิดวิกฤติได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน</p>
<p>การฟื้นตัวรูปแบบนี้ ไม่ได้มีผลต่อเศรษฐกิจในระยะยาว ตัวอย่างเช่น ประเทศจีน แม้เกิดวิกฤติ COVID-19 แต่เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็ว เพราะกำลังซื้อภายในประเทศ ตลอดจนโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่จีนได้ลดการพึ่งพิงตลาดต่างประเทศมาในระดับหนึ่งแล้วก่อนเกิดวิกฤติ</p>
<h2>4. "U-Shaped" เศรษฐกิจย่ำแย่สักพัก ก่อนค่อยๆ ฟื้นตัว</h2>
<p><img src="https://i.ibb.co/qDY7TjL/162979525965.jpg" alt="162979525965" border="0" /></p>
<p>การฟื้นตัวแบบ "U-Shaped" คือวิกฤติการเงินโลก (Global Financial Crisis : GFC) ในช่วงปี 2551 และ 2552 ที่มีการหดตัวของ GDP เกิดขึ้นอย่างชัดเจน และกว่าที่หลายๆ ประเทศจะสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ ก็กินเวลานานหลายปี</p>
<h2>5. "W-Shaped" ฟื้นตัวแล้วกลับลงไปอีก ก่อนฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง</h2>
<p><img src="https://i.ibb.co/5MXryhf/162979525988.jpg" alt="162979525988" border="0" /></p>
<p>"W-Shaped" หรือที่เรียกว่า double-dip ภายใต้สถานการณ์นี้สัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัวและกลับเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง เช่น ในปี 1980 เศรษฐกิจของสหรัฐฯ เกิดภาวะถดถอย เพราะฟองสบู่แตกในภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นผลพวงมาจากวิกฤตการณ์สถาบันเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย</p>
<p>โดยขณะที่เศรษฐกิจถดถอยอยู่แล้ว ก็เกิดภาวะเงินเฟ้อเป็นตัวเลข 2 หลัก ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการปฏิวัติในอิหร่าน ทำให้เกิดสถานการณ์เศรษฐกิจจึงถดถอยถึงสองครั้งต่อเนื่องกันเป็น "W-Shaped"</p>
<p>คาดการณ์ว่าช่วงวิกฤติโควิด-19 มาตรการล็อคดาวน์ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจทำให้เห็นการฟื้นตัวแบบนี้ เพราะหากมีการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ที่รวดเร็วจนเกินไป และเกิดการระบาดระลอก 2 หรือระลอกอื่นๆ ทำให้ต้องกลับมาล็อคดาวน์อีก ก็มีโอกาสที่เศรษฐกิจจะช็อตและตกต่ำหรือถดถอยซ้ำได้</p>
<h2>6. "L-Shaped" ดิ่งลงอย่างฉับพลันและถดถอยต่อไปเรื่อยๆ</h2>
<p> <img src="https://i.ibb.co/JvTQjgh/l.jpg" alt="l" border="0" /></p>
<p>ลักษณะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในรูปแบบนี้ถือเป็นเคสที่สาหัสเมื่อเทียบกับเคสอื่นๆ โดยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในรูปตัวแอลนี้ หมายถึงการดิ่งลงอย่างฉับพลัน ทุกอย่างหยุดชะงัก และเส้นกราฟจะเดินแนวนอนต่อเนื่องไปแบบนี้อีกเป็นเวลาหลายปี จนกว่าจะแน่ใจว่าการปิดตัวของเศรษฐกิจโลกจะจบลงและกลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง</p>
<p>สำหรับการฟื้นตัวแบบ "L-Shaped" เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง เช่น ปี 2008 สหรัฐฯ เกิด "วิกฤติซับไพร์ม" ที่ต้องอาศัยเวลาฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับเดิมก่อนเกิดวิกฤติถึง 6 ปี</p>
<p>หรือเหตุการณ์ที่หลายคนกลัวว่าจะเป็นแบบนั้นหรือแย่กว่านั้นก็คือ "The Great Depression" หรือภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ในทวีปอเมริกาเหนือและทวีปยุโรป เมื่อปี 1929 ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่า 10 ปี กว่าเศรษฐกิจจะกลับมาอยู่ในจุดเดิม</p>
<p>#Diamond Pattern หุ้น<br />#Diamond Pattern หุ้น<br />#Pattern ของ กราฟ หุ้น<br />#Pattern ของ กราฟ หุ้น<br />#Price Pattern หุ้น<br />#Trend Line Excel คือ<br />#U shape คือ<br />#V shape<br />#กราฟ Exponential ใน Excel<br />#กราฟ Polynomial คือ<br />#กราฟ V Shape<br />#กราฟ หุ้น W<br />#กราฟตัว m<br />#กราฟแนวโน้มโควิด<br />#กราฟแพทเทิร์น<br />#กราฟรูปธง<br />#กราฟแสดงแนวโน้ม<br />#การ หา เส้น แนวโน้ม<br />#การเปลี่ยนแปลง สม การ เส้น แนวโน้ม<br />#การวิเคราะห์ กราฟเส้น<br />#การวิเคราะห์ เส้น แนวโน้ม<br />#การหาเส้นแนวโน้ม<br />#แพทเทิร์น รูปถ้วย<br />#แพทเทิร์นกราฟ forex<br />#รูปกราฟหุ้น<br />#รูปกราฟหุ้น<br />#รูปแบบกราฟ excel<br />#รูปแบบกราฟ คณิต<br />#รูปแบบกราฟต่างๆ<br />#รูปแบบกราฟหุ้น<br />#สมการเส้นแนวโน้ม<br />#เส้นแนวโน้ม excel<br />#เส้นแนวโน้ม trend line<br />#เส้นแนวโน้ม คือ<br />#หุ้น Price Pattern</p>
<p> </p>
<p><strong>ที่มา:<span> </span></strong></p>
<p><a href="https://www.set.or.th/set/education/knowledgedetail.do?contentId=7516&amp;type=article" target="_blank" rel="noopener">ตลาดหลักทรัพย์ฯ</a><strong> </strong><a href="https://ci.natwest.com/insights/articles/the-5-shapes-of-coronavirus-economic-recovery-and-why-our-base-case-is-a-swoosh/" target="_blank" rel="noopener">natwest</a><strong> </strong><a href="https://www.weforum.org/agenda/2020/05/z-u-or-nike-swoosh-what-shape-will-our-covid-19-recovery-take/" target="_blank" rel="noopener">weforum</a><span> </span><a href="https://www.businessinsider.com/recession-recovery-shapes" target="_blank" rel="noopener">businessinsider</a><span> </span><a href="https://www.bot.or.th/Thai/ResearchAndPublications/articles/Pages/Article_31May2021.aspx" target="_blank" rel="noopener">ธนาคารแห่งประเทศไทย</a><span> </span><a href="https://www.investopedia.com/k-shaped-recovery-5080086" target="_blank" rel="noopener">investopedia</a><br />https:// www.bangkokbiznews.com/news/detail/956361</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/">การเงิน FinTech หุ้น ทองคำ บิทคอยน์ &amp; บล็อกเชน</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3-%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9f-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%89/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>พฤติกรรมที่ทำให้ &quot;จน&quot; แม้จะมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 18,000 - 100,000 บาท</title>
                        <link>https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89-%e0%b8%88%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%89/</link>
                        <pubDate>Mon, 30 Aug 2021 01:10:19 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ไม่น่าเชื่อว่า สังคมปัจจุบันของเรา มีคน “จน” อยู่มากมายท่ามกลางความมั่งมี มันเป็นความ“จน” อีกลักษณะหนึ่งที่แตกต่างจากความจนที่เราคุ้นเคย
คาดกันว่าไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของคนไทยในช่วงอายุ 23 - 4...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p> <img src="https://i.ibb.co/hmK90pN/2021-08-30-080649.jpg" alt="2021-08-30-080649" border="0" /></p>
<p>ไม่น่าเชื่อว่า สังคมปัจจุบันของเรา มีคน “จน” อยู่มากมายท่ามกลางความมั่งมี มันเป็นความ“จน” อีกลักษณะหนึ่งที่แตกต่างจากความจนที่เราคุ้นเคย</p>
<p>คาดกันว่าไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของคนไทยในช่วงอายุ 23 - 40 ปีกว่า ๆ มีการศึกษาตั้งแต่มัธยม 3 ขึ้นไป ที่มีรายได้เฉลี่ยรายเดือน 18,000 - 100,000 บาท มีพฤติกรรมเหมือนกันในหลายลักษณะที่ทำให้ “จน” อุปมาคล้าย "ถังน้ำ" ที่มีรูให้น้ำไหลออกซึ่งคือรายจ่ายและมีน้ำไหลหรือรายได้เข้าจากก๊อกน้ำปริมาณน้ำที่อยู่ในถังคือเงินออมสะสม</p>
<p>ไม่ว่าจะมีน้ำไหลเข้าถังมากมายเพียงใดในแต่ละเดือน หากไหลออกในอัตราที่เท่ากัน ก็หมายถึงว่าไม่มีเงินออมสำหรับเดือนนั้น หากต้องการให้มีน้ำไหลเข้ามากกว่ารายได้จากก๊อกเดียวก็ต้องไปกู้มาซึ่งเสมือนกับมีน้ำจากอีกก๊อกไหลเข้ามาช่วย</p>
<p>คนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมแบบถังน้ำร่วมกัน กล่าวคือ น้ำที่เหลืออยู่ในถังล้วนมาจากการกู้ทั้งสิ้น ซึ่งวันหนึ่งก็ต้องใช้คืนทั้งดอกเบี้ย</p>
<h2>ความ “จน” ในความหมายดังกล่าว พฤติกรรมที่กล่าวถึงมีดังนี้</h2>
<h2>(1) แยกไม่ออกระหว่าง “needs” และ “wants”</h2>
<p>มนุษย์มีความจำเป็นต้องมี (needs) ในชีวิตเพื่อให้อยู่รอด ปัจจัยสี่อย่างพอดีคือรายจ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ดีมีรายจ่ายอีกประเภทหนึ่งจากความต้องการมี (wants) ของคนกลุ่มนี้ เช่น มีชีวิตดื่มกินที่หรูหรา มีรถยนต์ เสื้อผ้าราคาแพง นาฬิกาหรู ช็อปเปอร์มียี่ห้อ โฮมเธียร์เตอร์สะสมของเล่นราคาแพง เที่ยวต่างประเทศ ฯลฯ</p>
<p>ซึ่ง “การกินอยู่เกินฐานะ” เช่นนี้เกิดได้ง่ายในยุคปัจจุบันด้วยบัตรเครดิตรูดบัตรคือยืมเงินมาใช้ก่อนด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูง แล้วผ่อนคืนเดือนละเล็กน้อยโดยมีบัตรหลายใบหมุนกันไป สไตล์ “จับแพะชนแกะ” ก็ทำให้ได้สิ่งที่ต้องการมีตามเพื่อนฝูง เงินแต่ละเดือนไม่พอใช้แต่ที่อยู่ได้ก็เพราะมีบัตรเครดิตช่วยอย่างไม่รู้จะจบอย่างไร</p>
<h2>(2) ใคร ๆ ก็เป็นแบบนี้</h2>
<p>เมื่อคนกลุ่มนี้มองกันและกัน ก็เห็นว่าไม่มีอะไรแปลกประหลาด ใคร ๆก็เป็นหนี้ในลักษณะนี้เพื่อให้มีของหรูหราใช้ ชีวิตเป็นของเราเมื่อทำงานหนักก็ต้องให้รางวัลชีวิตกันเป็นธรรมดา คนจะมีระดับก็ต้องมีหนี้กันบ้าง</p>
<h2>(3) คิดอย่างขาดเหตุผลเกี่ยวกับอนาคต</h2>
<p>“อีกหน่อยก็มีเงินมากกว่านี้” “อีกหน่อยก็ถูกหวย ชนะพนันรวยแล้ว" แบบแผนความคิดง่าย ๆ ไร้เดียงสาเช่นนี้มิได้ช่วยให้สถานการณ์ที่เป็นอยู่ดีขึ้น หนี้จะงอกขึ้นเหมือนดินพอกหางหมู</p>
<p>เมื่อถึงจุดที่ต้องแก้ไขหลายคนที่มีจริยธรรมอ่อนแอก็ต้องใช้วิธีที่ผิดจนนำไปสู่คุกตะราง เช่น เบียดบังหลวง คดโกง ขโมย จี้ปล้น ฯลฯ หากแต่ละวันหมกมุ่นอยู่กับการหาโอกาสทุจริตเพื่อได้เงินมาใช้หนี้ การงานจะก้าวหน้าได้อย่างไร</p>
<h2>(4) เล่นการพนัน</h2>
<p>หลายคนมีสไตล์การใช้ชีวิตที่เกี่ยวพันกับการพนันโดยเริ่มต้นที่ความสนุกและตามมาด้วย การหาเงินมาใช้หนี้ด้วยการพนันออนไลน์ที่มีอยู่เกร่อไปหมด แทงฟุตบอล ตีไก่ เล่นหวย ฯลฯ บางคนกู้หนี้นอกระบบมาเล่นพนันแล้วเสียจึงโดนสองเด้งคือทั้งเจ้าหนี้นอกระบบ และเจ้ามือการพนันไล่ทวงหนี้จนถูกฆ่าตายก็มี</p>
<h2>(5) ขาดหลักการในการดำเนินชีวิต</h2>
<p>มีชีวิตเพื่อความสุขสำราญในวันนี้โดยไม่คำนึงถึงอนาคตด้วยการคิดอย่างจริงจังว่าชีวิตจะเดินไปอย่างไรอย่างมีความมั่นคงทางการเงินในอนาคต สิ่งที่ประสบเหมือนกันก็คือการมีเงินใช้ไม่ชนเดือนถึงแม้จะมีรายได้สูงก็ตาม แต่ละวันคิดแต่การหาเงินมาใช้หนี้ที่ถูกทวงถามอยู่เสมอ</p>
<h2>(6) ใช้เวลาอย่างไร้ประโยชน์</h2>
<p>แทนที่จะใช้เวลาว่างหาทางเพิ่มทักษะและความรู้เพื่อจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางแต่กลับหมดเวลาไปกับการติดตามเรื่องราวซุบซิบของดารา ใช้เวลาส่วนใหญ่เล่นเกมส์ อ่านเรื่องไร้สาระในโซเชียลมีเดีย ฯลฯ</p>
<p>พฤติกรรมเหล่านี้อาจนำไปสู่ปัญหาสังคมที่ใหญ่โตได้เพราะเมื่อเผชิญกับปัญหาเรื่องเงิน คนส่วนมากก็จะพยายามหาแพะมารับบาปเพื่อความสบายใจ เกิดความโกรธแค้น ชิงชัง องค์กร สถาบัน บุคคล พรรคการเมือง ฯลฯ โดยไม่เคยดูว่าตัวเองนั่นแหละคือต้นเหตุแห่งปัญหา สถานการณ์เช่นนี้ทำให้สังคมปั่นป่วนได้ไม่ยากหากมีคนลักษณะนี้อยู่เป็นจำนวนมาก (ประเทศไทยมีหนี้ครัวเรือนรวมกันทั้งประเทศมีขนาดใกล้เคียง GDP หรือรายได้ของคนทั้งประเทศในปีหนึ่ง)</p>
<p>หนี้บุคคลเกิดจากพฤติกรรมส่วนตัวที่ “อยู่กินเกินฐานะ” กล่าวคือไม่ใช้จ่ายเงินในระดับใกล้เคียงกับรายได้ของตนเอง ปล่อยให้อิทธิพลของการโฆษณา การเลียนแบบเพื่อน ความต้องการมี ความปรารถนา “สุขสมอย่างทันด่วน” ฯลฯ เข้าครอบงำ จนรายได้ที่มีไม่น้อย(คนไทยเฉลี่ยมีรายได้ประมาณ 20,833 บาทต่อเดือน) นั้นไม่เกิดประโยชน์แก่ตนเองและครอบครัวอย่างแท้จริง หากกลับกลายเป็นสะพานไปสู่หนี้และความยุ่งยากของชีวิตที่ตามมาจนหาความสุขใจไม่ได้</p>
<p>ผู้เขียนขอออกตัวว่าเขียนบทความนี้ด้วยความปรารถนาดี หลังจากที่ได้รับทราบและสังเกตเห็นปัญหาการเงินที่เกิดกับคนชั้นกลางเหล่านี้ที่โชคดีกว่าคนมากมายในประเทศ</p>
<p>หัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาคือการไตร่ตรองทบทวนและมุ่งมั่นแก้ไขพฤติกรรม ไม่มีใครช่วยได้นอกจากตนเอง ถ้าต้องการให้วันพรุ่งนี้แตกต่างไปจากที่เคยเป็น ก็ต้องทำวันนี้ให้แตกต่างไปจากที่เคยทำมา.</p>
<p>#ชีวิตคนจน pantip<br />#ทำไมคนถึงจน<br />#ปัญหาความยากจน สาเหตุ ผลกระทบ แนวทางแก้ไข<br />#คนไทยจน pantip<br />#ปัญหาความยากจน แนวทางแก้ไข<br />#สาเหตุความยากจนของประเทศไทย<br />#จน พัน ทิป<br />#รวย จน Pantip<br />#คนไทยจน pantip<br />#ทํา ไม่ คนไทย Pantip<br />#เป็น คนจน Pantip<br />#ทำไมคนไทย จึง ยากจน<br />#สังคม คนรวย Pantip<br />#คนรวย คนจน Pantip<br />#ทำไม คนไทย ลำบาก<br />#คนจน ขาย สิ่งนี้แล้วจนลง คนรวย ซื้อ แล้ว รวยขึ้น ๆ</p>
<p>เครดิต<br />ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ https:// www.bangkokbiznews.com/news/detail/957282</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/">การเงิน FinTech หุ้น ทองคำ บิทคอยน์ &amp; บล็อกเชน</category>                        <dc:creator>thanunchai</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ad4ever.com/guestpost/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-fintech-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%ad/%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89-%e0%b8%88%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%89/</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		