เปิดเผยกับดัก “Set-Up-To-Fail Syndrome” การบริหารงานที่ทำลายศักยภาพทีมโดยไม่รู้ตัว
ผู้นำหลายคนกำลังสร้างความล้มเหลวให้กับทีมงานด้วยตัวเอง โดยไม่เคยตระหนักถึงผลกระทบที่แท้จริง กรุงเทพฯ – ในโลกของการบริหารจัดการสมัยใหม่ที่เน้นการแข่งขันและผลลัพธ์เป็นหลัก หลายองค์กรกำลังเผชิญกับปัญหาที่ไม่คาดคิด การที่ทีมงานที่มีศักยภาพกลับให้ผลงานที่ไม่เป็นไปตามคาดหวัง อาจไม่ได้เกิดจากความไร้ความสามารถของสมาชิกในทีม แต่เกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Set-Up-To-Fail Syndrome” หรือกับดักการสร้างความล้มเหลวที่ผู้นำเป็นคนสร้างขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว นักวิจัยด้านการบริหารองค์กรได้ค้นพบว่า ความล้มเหลวของทีมงานหลายครั้งไม่ได้เริ่มต้นจากความไร้ความสามารถของพนักงาน แต่เริ่มจากความคาดหวังและทัศนคติของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของลูกน้องในทางลบ ปรากฏการณ์นี้กลายเป็นปัญหาเงียบที่กัดกร่อนประสิทธิภาพขององค์กรในระยะยาว กลไกของการทำนายที่เป็นจริง Set-Up-To-Fail Syndrome เป็นรูปแบบหนึ่งของ “Self-Fulfilling Prophecy” หรือคำทำนายที่เป็นจริงด้วยตัวเอง เมื่อผู้บริหารมีความคาดหวังเชิงลบต่อสมาชิกคนใดคนหนึ่งในทีม พฤติกรรมของผู้บริหารจะเปลี่ยนแปลงไปโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้พนักงานคนนั้นได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากคนอื่น ซึ่งในที่สุดจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นไปตามความคาดหวังเชิงลบนั้นจริงๆ ดร.สมชาย วิริยะกุล นักจิตวิทยาองค์กรจาก สถาบันวิจัยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กล่าวว่า “ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นได้ง่ายมากในสภาพแวดล้อมการทำงานปัจจุบัน ผู้บริหารที่มีแรงกดดันจากเป้าหมายขององค์กร มักจะประเมินประสิทธิภาพของทีมอย่างรวดเร็ว และเมื่อเกิดอคติแล้ว พฤติกรรมของเขาจะสะท้อนอคตินั้นออกมาโดยไม่รู้ตัว” วงจรแห่งความไม่ไว้วางใจ กระบวนการของ Set-Up-To-Fail Syndrome มักเริ่มต้นจากเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ เช่น การส่งงานช้ากว่ากำหนด การทำงานไม่ได้มาตรฐาน หรือแม้แต่ความรู้สึกส่วนตัวของผู้บริหารที่มีต่อลูกน้องคนใดคนหนึ่ง เมื่อเกิดภาพแรกที่ไม่ดีแล้ว ผู้บริหารจะเริ่มมีความระมัดระวังเป็นพิเศษกับพนักงานคนนั้น การแสดงออกของความระมัดระวังนี้อาจอยู่ในรูปแบบของการตรวจสอบงานบ่อยขึ้น การขอรายละเอียดมากขึ้น การให้คำแนะนำที่ละเอียดจนเกินไป หรือการไม่มอบหมายงานสำคัญให้ แม้ว่าผู้บริหารจะมีเจตนาดี คิดว่าเป็นการช่วยเหลือ … Read more