นักวิชาการด้านองค์กรชี้ แนวคิดเรื่ององ “วิธีการไม่สำคัญเท่าผลลัพธ์” กลายเป็นกุญแจสำคัญของการบริหารคนยุค 4.0 ที่ผู้นำทุกระดับควรเข้าใจ
โลกของการบริหารจัดการกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความสำเร็จขององค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับการควบคุมขั้นตอนการทำงานอย่างเคร่งครัดเพียงอย่างเดียว แต่กลับมาอยู่ที่การสร้างพื้นที่ให้ทีมงานได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยมีปรัชญาง่ายๆ ที่ว่า “กะเพราใส่ถั่วได้ ถ้าปลายทางคือความอร่อย” กลายเป็นแนวคิดที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริหารและผู้ประกอบการทั่วโลก จากเครื่องล้างจานสู่บทเรียนภาวะผู้นำ เรื่องราวเริ่มต้นจากปัญหาเล็กๆ ในครัวเรือนของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ที่เกิดการถกเถียงกันเรื่องการจัดจานในเครื่องล้างจาน ฝ่ายสามีสงสัยว่าทำไมภรรยาถึงวางจานรองแก้วไว้ด้านหน้า ทั้งที่เขามักจะวางไว้ด้านหลังซึ่งดูจะเหมาะสมกว่า ฝ่ายภรรยาอธิบายด้วยเหตุผลที่ชัดเจนว่า “ช่องตรงนี้เล็กกว่า เลยเหมาะกับจานรองพอดี แล้วเราก็วางชามตรงนี้ ถ้วยตรงนี้ได้” แต่ในใจของสามีกลับคิดว่า “นี่มันบ้ามากๆ!” หลังจากแต่งงานมา 17 ปี เขาได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญที่ว่า จริงๆ แล้ววิธีการจัดจานชามนั้นไม่ได้สำคัญอะไรเลย เพราะไม่ว่าจะจัดแบบไหน สุดท้ายแล้วจานทุกใบก็สะอาดเหมือนกันอยู่ดี บทเรียนเล็กๆ นี้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ ในการพัฒนาแนวคิดใหม่เกี่ยวกับภาวะผู้นำในศตวรรษที่ 21 ปรัชญากะเพราและการบริหารคน เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเมนูที่คุ้นเคย อย่างการผัดกะเพรา จะพบว่ามีการถกเถียงกันอย่างต่อเนื่องว่า “กะเพราแท้ต้องไม่ใส่ถั่วฝักยาว!” กลุ่มคนหนึ่งยืนกรานว่าการใส่ผักอื่นเข้าไปคือการทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของเมนูนี้ ขณะที่อีกฝ่ายอาจจะบอกว่า “ก็ใส่แล้วมันอร่อยขึ้น เนื้อสัมผัสดีขึ้น” ทั้งเรื่องการจัดเครื่องล้างจานและการผัดกะเพรา ล้วนนำไปสู่บทเรียนเดียวกันที่ทรงพลังว่า “มีวิธีทำงานให้สำเร็จได้มากกว่าหนึ่งวิธีเสมอ” ประโยคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอาหารการกิน แต่เป็นเครื่องช่วยจำที่จะช่วยฝึกฝนการใช้ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) ในการเป็นผู้นำและสร้างความสัมพันธ์ให้ดียิ่งขึ้น การเปิดรับความสวยงามของความหลากหลาย ดร.สมชาย วิทยานุกูล นักวิชาการด้านพฤติกรรมองค์กรจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ อธิบายว่า … Read more