“10 เว็บซื้อหวยออนไลน์” จ่ายเยอะที่สุด 1000/100 จ่ายจริง มั่นคงที่สุด

รีวิวพันทิป! เว็บแทงหวยออนไลน์ ซื้อหวยบนเว็บที่มียอดผู้ใช้งานสูงเป็นอันดับ 1 ในปี 2569 /2029 เชื่อถือได้ จ่ายจริง ไม่มีโกง แทงหวยได้ 24 ชม. จ่ายสูงสุดบาทละ 1000/100 (ไม่สนับสนุนการพนันผิดกฎหมาย ทุกชนิด) รายงานล่าสุด! รีวิว 10 อันดับ “เว็บแทงหวยออนไลน์” ที่ดีที่สุดในปี 2026/2569 รวมเว็บหวยออนไลน์ มีการจัดอันดับ ดังนี้.- คำเตือน เว็บแทงหวยนอกเหนือจากที่แนะนำ มีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกโกง เว็บอันดับ 1 ⇔ อุ่นใจ (Unjai) สมาชิกเดิม ของ KERRY899PLUS ,เคอรี่899พลัส ใช้รหัสเดิมได้ทันที เว็บอันดับ 2 ⇔ เศรษฐี (Settee) เว็บอันดับ 3 ⇔ มาชัวร์ (MASUREBET) เว็บอันดับ 4 ⇔ หวยโชค (CHOK-CHILLHUAY) … Read more

แนะนำโปรแกรม AF ที่คุณสามารถสร้างรายได้โดยไม่ต้องลงทุนหรือเสี่ยง

รายงานล่าสุด! รีวิว 10 อันดับ โปรแกรม AF ที่คุณสามารถสร้างรายได้โดยไม่ต้องลงทุนหรือเสี่ยง ค่า AF คือ ค่าแนะนำเพื่อนให้มาเล่นเว็บหวยโดยการสมัครต่อท้ายยูสเซอร์ของเราอีกทอดหนึ่ง การชวนเพื่อนรับค่า AF หากเรามีเพื่อนที่กำลังสนใจจะเล่นหวยออนไลน์ที่มีความปลอดภัยและอัตราจ่ายสูง ก็เพียงแค่แนะนำเพื่อนมาสมัครต่อท้ายยูสเซอร์เราเท่านั้น โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ 1.เลือกเมนู “แนะนำเพื่อน” 2.คัดลอกลิงก์ส่งให้เพื่อนเพื่อสมัครต่อท้ายยูสเซอร์เรา เมื่อเพื่อนมาสมัครจากลิงค์ของเรา ไม่ว่าจะกี่คนก็ตามที่เข้าไปเล่นหวย เราจะได้ AF ตามจำนวนที่ระบุของเว็บนั้นๆ เว็บอันดับ 1 ⇔ อุ่นใจ (Unjai) สมาชิกเดิม ของ KERRY899PLUS ,เคอรี่899พลัส ใช้รหัสเดิมได้ทันที เว็บอันดับ 2 ⇔ เศรษฐี (Settee) เว็บอันดับ 3 ⇔ มาชัวร์ (MASUREBET) เว็บอันดับ 4 ⇔ หวยโชค (CHOK-CHILLHUAY) สมาชิกเดิม ของ CHOK ใช้รหัสเดิมได้ทันที เว็บอันดับ … Read more

ทลายขบวนการสแกมเมอร์รายใหญ่ จับกุมเครือข่ายซิมผี-บัญชีม้า ยึดของกลางมูลค่ากว่า 3 แสนบาท

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 2 บุกจับกุมขบวนการสแกมเมอร์ออนไลน์ 2 เครือข่ายสำคัญในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและชลบุรี พบหญิงสาววัย 25 ปี โพสต์ขายซิมผีลงทะเบียนแทนบุคคลอื่นกว่า 200-300 หมายเลข ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งถูกจับขณะถอนเงินสดหน้าธนาคารกว่า 3 แสนบาท พร้อมยึดของกลางจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของภาครัฐในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ที่กำลังระบาดในสังคมไทย ปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมไซเบอร์ครั้งใหญ่ การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การอำนวยการของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ หรือ ACSC (Anti-Cyber Scam Centre) โดยมีพลตำรวจเอก ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการรักษาความสงบ และพลตำรวจโทจิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการรักษาความสงบ ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 นำโดยพลตำรวจโทฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 การระดมกำลังในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการจัดการปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก ทั้งในด้านการสูญเสียทรัพย์สินและความมั่นคงทางการเงิน การปฏิบัติการครั้งนี้ประสบความสำเร็จในการจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 2 เครือข่ายสำคัญ ซึ่งแต่ละเครือข่ายมีบทบาทที่แตกต่างกันในห่วงโซ่อาชญากรรมออนไลน์ คดีที่ 1: เครือข่ายซื้อขายซิมผีออนไลน์ จับหญิงสาวโพสต์ขายซิมกว่า 200 หมายเลข ปฏิบัติการแรกเป็นการทลายเครือข่ายซื้อขายซิมการ์ดที่ลงทะเบียนในนามบุคคลอื่น หรือที่เรียกกันว่า “ซิมผี” โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี … Read more

หนุ่มเมาสุราก่อเหตุแทงชายเจ็บสาหัส อ้างพูดไม่เข้าหู ก่อนปั่นจักรยานหนี ตำรวจไล่ล่าจับได้ในพื้นที่ใกล้เคียง

เหตุการณ์ที่สร้างความตกใจเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 บริเวณปากซอยอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ชายคนหนึ่งที่ทราบชื่อในภายหลังว่าชื่อนายนิด ถูกทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดคมจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยมีบาดแผลที่บริเวณคอซึ่งเป็นจุดสำคัญและอันตรายของร่างกายถึง 4 แผล สภาพบาดเจ็บดังกล่าวทำให้ต้องได้รับการช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เมื่อได้รับแจ้งเหตุ พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผู้บังคับการสำนักงานป้องกันปราบปราม พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผู้บังคับการกองบังคับการ 6 พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รองผู้บังคับการกองบังคับการ 6 พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ รองผู้บังคับการสำนักงานป้องกันปราบปราม พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์พรมมา ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน และ พ.ต.อ.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ ได้สั่งการให้สายตรวจของสถานีตำรวจนครบาลปทุมวันร่วมกับสายตรวจ 191 เคลื่อนตัวเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างทันทีทันใด การประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับลักษณะของผู้ต้องสงสัยจากพยานผู้พบเห็นและผู้เสียหาย ซึ่งระบุว่าผู้ก่อเหตุสวมเสื้อยืดสีดำที่มีลายตุ๊กตาสีชมพู กางเกงขาสั้นสีดำ และหลบหนีจากที่เกิดเหตุด้วยการปั่นจักรยานสีขาว ข้อมูลดังกล่าวได้ถูกส่งผ่านระบบวิทยุสื่อสารไปยังสายตรวจต่างๆ ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้ช่วยกันสังเกตและติดตามตัวผู้ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 2 ที่ได้รับมอบหมายให้ออกตรวจค้นหาผู้ก่อเหตุในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้นและระมัดระวัง พวกเขาสำรวจบริเวณต่างๆ ตามข้อมูลที่ได้รับ จนกระทั่งมาถึงบริเวณถนนพระราม … Read more

บุกจับแก๊งม้ากดเงิน พบขบวนการหลอกลวงโอนเงิน สกัดได้กว่า 9 แสนบาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายได้ทำการจับกุมแก๊งม้ากดเงินที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ได้สำเร็จ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 5 ราย พร้อมยึดเงินสดและสกัดกั้นการโอนเงินได้รวมมูลค่ากว่า 900,000 บาท การดำเนินการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินที่กำลังระบาดในปัจจุบัน คดีนี้เกิดขึ้นภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจโท กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 5 พลตำรวจตรี มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พันตำรวจเอก เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร รักษาราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย พันตำรวจโท วีระยุทธ์ ศรีวรรณรมย์ รักษาราชการแทนรองผู้กำกับการป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย พันตำรวจโท เดชาวัต นาทิเลศ รองผู้กำกับการสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย และพันตำรวจโท สถาพร มังคลาด สารวัตรสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่สกัดกั้นการกระทำผิดเกี่ยวกับบัญชีม้าอย่างเข้มงวด รายละเอียดการจับกุมครั้งสำคัญ การจับกุมในครั้งนี้เริ่มต้นจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงรายได้รับการประสานข้อมูลจาก พลตำรวจตรี ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 5 ว่าจะมีกลุ่มขบวนการม้ากดเงินจะมาทำการกดเงินที่ได้มาจากการหลอกลวงผู้เสียหายที่ธนาคารสาขาบิ๊กซีเชียงราย 1 เจ้าหน้าที่จึงได้เตรียมการและวางแผนสกัดกั้นอย่างรัดกุม เมื่อได้รับข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ซึ่งอยู่ใกล้กับพื้นที่เกิดเหตุ ได้รับคำสั่งให้เข้าไปทำการสกัดกั้นและจับกุมทันที การปฏิบัติการครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จุดแรกที่ห้างสรรพสินค้ากลางเมืองเชียงราย จำนวน 2 ราย ขณะที่กำลังรอคิวกดเงินออกจากบัญชี … Read more

70 ชีวิตระทึกขวัญ! รถบัสนักศึกษามหาวิทยาลัยดังพุ่งชนกันบนมอเตอร์เวย์ ดับ 1 เจ็บระนาว 41 คน คนขับเผยสาเหตุจากระบบเบรกขัดข้อง

เหตุการณ์อุบัติเหตุสยองขวัญเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันที่ 31 ตุลาคม 2568 เมื่อรถบัสโดยสารของมหาวิทยาลัยบูรพา 2 คัน เกิดอุบัติเหตุชนท้ายกันอย่างรุนแรงบริเวณหน้าด่านเก็บเงินบางพระ บนทางพิเศษมอเตอร์เวย์ ในพื้นที่ตำบลหนองข้างคอก อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากถึง 41 คน จากนักศึกษาและผู้โดยสารทั้งหมด 70 คน ที่กำลังเดินทางกลับจากการไปดูงานที่จังหวัดระยอง เวลาประมาณ 18.30 น. ของวันดังกล่าว หน่วยงานตำรวจทางหลวงมอเตอร์เวย์ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาในบริเวณพื้นที่ว่ามีเหตุการณ์อุบัติเหตุรถบัสชนท้ายกันอย่างรุนแรงบริเวณด่านเก็บเงินบางพระ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองข้างคอก อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยมีรายงานเบื้องต้นว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายและสถานการณ์ค่อนข้างวิกฤต หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงมอเตอร์เวย์จึงรีบประสานงานกับหน่วยกู้ภัยมูลนิธิไตรคุณธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ควบคุมสถานการณ์ และป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนอีก เนื่องจากบริเวณด่านเก็บเงินเป็นจุดที่มีการจราจรหนาแน่นและมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติเหตุตามมา การเข้าระงับเหตุครั้งนี้จึงต้องอาศัยความรวดเร็วและการประสานงานที่ดีระหว่างหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยกู้ภัยที่ต้องเตรียมอุปกรณ์และกำลังพลที่เพียงพอสำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจำนวนมาก รวมถึงการประสานงานกับโรงพยาบาลเพื่อรองรับผู้บาดเจ็บที่จะถูกส่งตัวเข้ารับการรักษา ภาพเหตุการณ์ ณ จุดเกิดเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ พบสภาพของรถบัสทั้ง 2 คัน ที่ชนกันอย่างรุนแรง โดยรถบัสทั้งสองคันเป็นรถของมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งมีหมายเลขทะเบียนคันแรกคือ 40-0698 ชลบุรี และคันที่สองคือ … Read more

ตำรวจภาค 5 บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีนที่แม่ริม จับกุม 20 คน เปิดโปงบอสเก่าจ้างเดือนละแสน แฝงตัวด้วยวีซ่านักเรียน-ท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลา 11.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 ได้ดำเนินการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์สัญชาติจีนที่เช่าพูลวิลล่าหรูในพื้นที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สำเร็จ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 20 คน พบว่าเป็นเครือข่ายเดิมที่เคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง และยังคงใช้พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นฐานในการหลอกลวงเหยื่อชาวจีนด้วยกันเอง โดยมีรายได้สูงถึงคนละหนึ่งแสนบาทต่อเดือน ผบช.ภ.5 นำทีมบุกจับกุม พบพฤติการณ์ต้องสงสัย พลตำรวจเอก กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 5 ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย พลตำรวจตรี ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 5, พลตำรวจตรี จิตรพิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผู้บังคับการสำนักงานสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5, เจ้าหน้าที่จากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศตำรวจภูธรภาค 5 (ศปอส.ภ.5), เจ้าหน้าที่จากกองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ สำนักงานสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5, เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยปลัดฝ่ายปกครองอำเภอแม่ริม ร่วมกันดำเนินการตรวจค้นและจับกุมกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์สัญชาติจีนที่ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่ริม การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นผลมาจากการติดตามเฝ้าระวังและรวบรวมข้อมูลอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ โดยพบว่ามีกลุ่มชาวจีนจำนวนมากเข้ามาเช่าพูลวิลล่าหรูในพื้นที่อำเภอแม่ริม มีพฤติการณ์ต้องสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตรวจสอบประวัติพบว่าเป็นกลุ่มนายทุนเดิมที่เคยถูกจับกุมในข้อหาทำนองเดียวกันมาแล้วถึง 2 ครั้ง ทั้งในพื้นที่อำเภอหางดงและอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ … Read more

ระทึก! รถสองแถวรับส่งนักเรียนพุ่งชนรถบัสพนักงาน บาดเจ็บระนาว 28 ราย เสียชีวิต 1 ราย

เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. ของวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2568 รถสองแถวรับส่งนักเรียนได้พุ่งชนกับรถบัสรับส่งพนักงานโรงงานอย่างรุนแรง บริเวณหน้าวัดมาบตอง ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างหนัก มีผู้บาดเจ็บรวม 28 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้หญิงสูงอายุ 60 ปี ซึ่งเดินทางอยู่ในรถบัสพนักงาน จากรายงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจที่เข้าดำเนินการในพื้นที่เกิดเหตุระบุว่า ในรถสองแถวรับส่งนักเรียนมีนักเรียนบาดเจ็บทั้งหมด 23 ราย โดยแบ่งเป็นผู้บาดเจ็บเล็กน้อยและบาดเจ็บสาหัส โดยมีนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 1 ราย ซึ่งต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วนจากทีมแพทย์ นักเรียนส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ ใบหน้า แขน ขา และลำตัว จากแรงกระแทกที่รุนแรงขณะที่รถสองแถวชนกับรถบัสพนักงาน ส่วนในรถบัสรับส่งพนักงานโรงงานพบว่ามีพนักงานบาดเจ็บจำนวน 5 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ ผู้หญิงอายุ 60 ปี ซึ่งนั่งอยู่บริเวณด้านหน้าของรถบัส บริเวณที่ได้รับแรงกระแทกโดยตรงจากรถสองแถวที่พุ่งชนเข้ามา เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เวลาในการนำตัวผู้เสียชีวิตออกจากรถบัสเนื่องจากติดอยู่ในซากรถ ก่อนที่จะนำส่งสู่สถาบันนิติเวชศาสตร์เพื่อทำการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดต่อไป สภาพที่เกิดเหตุและความเสียหาย บริเวณที่เกิดเหตุคือ … Read more

ระดมกำลังค้นหาลุงพรกว่า 6 ชั่วโมง พบเป็นศพในป่าลึกแพร่ หลังหายตัว 3 วัน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับชาวบ้านและญาติพี่น้อง เมื่อนายพโน หวันกวัะ หรือที่คนในพื้นที่รู้จักกันในนาม “ลุงพร” ชายวัย 62 ปี ได้หายตัวไปในป่าเขตอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เป็นเวลานานกว่า 3 วัน ก่อนที่จะพบว่าเป็นศพในที่สุด หลังจากที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและอาสาสมัครได้ร่วมกันค้นหาอย่างหนักอยู่กว่า 6 ชั่วโมง เหตุการณ์นี้เริ่มต้นเมื่อประมาณ 3 วันก่อนที่จะพบศพของลุงพร ซึ่งเขาได้ออกจากบ้านไปโดยไม่มีการติดต่อกลับมายังครอบครัว ทำให้ญาติพี่น้องเกิดความกังวลและได้ออกตามหาในพื้นที่ต่างๆ รอบชุมชน แต่ไม่พบร่องรอยใดๆ จนกระทั่งมีการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความช่วยเหลือในการค้นหาอย่างจริงจัง การพบรถกระบะที่นำไปสู่การค้นหา เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 สถานการณ์ได้มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อสมาคมกู้ภัยเด่นชัยร่วมบุญได้รับการประสานงานจากญาติของผู้สูญหาย ว่าพบรถกระบะของลุงพรจอดทิ้งไว้ในป่าหลังศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเด่นชัย ซึ่งอยู่เข้าไปในพื้นที่ป่าลึกกว่า 5 กิโลเมตร จากถนนสายหลัก การค้นพบรถกระบะทะเบียน บน 718 แพร่ คันนี้ ถือเป็นเบาะแสสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถกำหนดจุดเริ่มต้นในการค้นหาได้อย่างชัดเจน รถคันดังกล่าวจอดอยู่ริมทางเข้าป่า และเมื่อตรวจสอบภายในรถ พบถุงเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน รวมถึงอุปกรณ์ซ่อมเครื่องตัดไม้ ซึ่งบ่งชี้ว่าลุงพรน่าจะเข้ามาในพื้นที่ป่าแห่งนี้เพื่อทำกิจกรรมบางอย่าง อาจเป็นการตัดไม้หรืองานที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องมือดังกล่าว การระดมกำลังค้นหาครั้งใหญ่ หลังจากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของรถกระบะ … Read more

กองกำลัง BGF ระเบิดทำลายอาคาร KK Park ครั้งที่ 3 เศษวัสดุก่อสร้างตกใส่บ้านคนไทย-ทหารเร่งสร้างความมั่นใจประชาชน

สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กลับมาตึงเครียดอีกครั้งหลังจากกองกำลังทหารพิทักษ์ชายแดน หรือที่รู้จักกันในนาม BGF (Border Guard Force) กะเหรี่ยงอาสาของทหารเมียนมา ดำเนินการระเบิดทำลายอาคารภายในพื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ KK Park ซึ่งเป็นที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ออนไลน์ข้ามชาติเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านฝั่งไทยหลังพบเศษวัสดุก่อสร้างลอยข้ามแม่น้ำโขงมาตกถูกบ้านพักอาศัย การระเบิดทำลายอาคารครั้งที่ 3 สั่นสะเทือนชายแดน เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 25 ตุลาคม 2568 กองกำลัง BGF ภายใต้การบังคับบัญชาของหน่วยควบคุมพื้นที่ 2 ได้ดำเนินการระเบิดทำลายอาคารและสิ่งปลูกสร้างภายในพื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษจีน หรือที่เรียกกันว่า KK Park บริเวณบ้านเอ่งจีเมี่ยง อำเภอเมียวดี จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับพื้นที่บ้านแม่กุใหม่ท่าซุง หมู่ที่ 9 ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยจุดระเบิดอยู่ห่างจากแนวชายแดนไทย-เมียนมาเพียง 0.5 กิโลเมตรเท่านั้น การระเบิดทำลายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2568 และขยายเวลาต่อมาจนถึงวันที่ 25 ตุลาคม … Read more