7 เกมศิลปะการต่อสู้สุดคลาสสิกที่คุณลืมไปว่ามันเจ๋งแค่ไหน

ในยุคที่เกมแนวต่อสู้ครองใจเกมเมอร์ทั่วโลก หลายคนอาจนึกถึงเกมต่อยตีอย่าง Street Fighter หรือ Mortal Kombat เป็นอันดับแรก แต่รู้หรือไม่ว่ามีเกมศิลปะการต่อสู้อีกหลายเกมที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของประวัติศาสตร์วงการเกม รอให้คุณกลับมาค้นพบความยอดเยี่ยมของมันอีกครั้ง วันนี้เราจะพาคุณย้อนเวลากลับไปสัมผัสกับ 7 เกมศิลปะการต่อสู้ที่คุณอาจลืมไปแล้วว่ามันเคยสร้างความประทับใจให้กับเหล่าเกมเมอร์มาก่อน

เกมเหล่านี้ไม่ใช่แค่เกมต่อยตีธรรมดา แต่เป็นผลงานที่ผสมผสานระหว่างศิลปะการต่อสู้เข้ากับแนวเกมที่หลากหลาย ตั้งแต่ Action RPG, Beat ’em Up ไปจนถึง Open World ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การเล่นที่แตกต่างจากเกมต่อสู้ทั่วไป มาดูกันว่าเกมไหนบ้างที่ควรค่าแก่การกลับมาเล่นอีกครั้ง

7. Fist of the North Star: Lost Paradise – เมื่อ Yakuza พบกับศิลปะการต่อสู้ในตำนาน

7 เกมศิลปะการต่อสู้สุดคลาสสิกที่คุณลืมไปว่ามันเจ๋งแค่ไหน

หากพูดถึงเกมศิลปะการต่อสู้ที่ถูกลืม เราคงไม่สามารถนำเกมซีรีส์ Yakuza มาพูดถึงได้ เพราะมันยังคงได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ในปี 2018 สตูดิโอ Ryu Ga Gotoku ผู้สร้าง Yakuza ได้ปล่อยเกม Fist of the North Star: Lost Paradise ออกมา ซึ่งเป็นเกมที่นำเอาระบบการเล่นสไตล์ Yakuza มาผสมผสานกับโลกของมังงะชื่อดังอย่าง Fist of the North Star

จุดเด่นของเกมนี้คือการโฟกัสไปที่ศิลปะการต่อสู้ Hokuto Shinken ท่าไม้ตายในตำนานที่แม้จะเป็นท่าสมมติที่ถูกสร้างขึ้นในโลกของมังงะ แต่เมื่อนำมาสร้างเป็นเกมแล้วกลับดูเจ๋งและมีสไตล์อย่างไม่น่าเชื่อ การออกแบบท่าต่อสู้ที่ใช้จุดสำคัญของร่างกายเป็นเป้าหมาย ทำให้ทุกการโจมตีดูมีน้ำหนักและความรุนแรงที่น่าพึงพอใจ

เช่นเดียวกับซีรีส์ Yakuza, Lost Paradise มาพร้อมกับเนื้อหาเสริมที่มีให้เล่นนับสิบชั่วโมง ตั้งแต่มินิเกมต่างๆ ไปจนถึงภารกิจรอง รวมถึงเนื้อเรื่องหลักที่มีความยาวและซับซ้อน หากคุณกำลังมองหาเกม Beat ’em Up สมัยใหม่ที่มีตัวละครแปลกประหลาด ระบบการต่อสู้ที่ลงตัว และโลกที่กว้างใหญ่ให้สำรวจ Lost Paradise คือคำตอบที่คุณกำลังมองหา แม้ว่าเกมนี้จะไม่ได้รับความนิยมเท่ากับซีรีส์ Yakuza แต่สำหรับแฟนศิลปะการต่อสู้แล้ว มันคือขุมทรัพย์ที่รอให้ค้นพบ

6. God Hand – ความบ้าคลั่งจากผู้สร้าง Resident Evil

7 เกมศิลปะการต่อสู้สุดคลาสสิกที่คุณลืมไปว่ามันเจ๋งแค่ไหน - 2

God Hand คือผลงานของ Shinji Mikami ผู้สร้างตำนาน Resident Evil ที่ตัดสินใจลองทำเกม Beat ’em Up ที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะการต่อสู้ แม้ว่าเกมนี้จะไม่ได้มีคุณภาพระดับเดียวกับผลงานอื่นๆ ของเขา แต่ความแปลกประหลาดและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมันทำให้มันยังคงเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ

ระบบการต่อสู้ของ God Hand ต้องการให้ผู้เล่นเรียนรู้ท่าต่อสู้หลายสิบท่า เพื่อที่จะผ่านการต่อสู้ต่างๆ ไปได้ ความท้าทายอยู่ที่การจดจำและใช้ท่าไม้ตายให้เหมาะกับสถานการณ์ แต่ถ้าคุณสามารถฝึกฝนจนเชี่ยวชาญระบบการต่อสู้ได้ คุณจะพบว่าเกมนี้มีความลึกซึ้งและสนุกสนานมาก

สตูดิโอ Clover Studios ยังพยายามใส่ความตลกขบขันเข้าไปในเกมอย่างมาก ซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึกไม่ถูกจริต แต่ถ้าคุณเข้ากับบรรยากาศของมันได้ คุณจะได้สนุกอย่างมาก และถ้าคุณต้องการพักจากการต่อสู้ คุณยังสามารถไปเล่นที่คาสิโนในเกมได้ ทั้ง Blackjack และแม้กระทั่งการแข่งสุนัขพันธุ์ชิวาวา ใช่แล้ว มันคือเกมที่แปลกประหลาดจริงๆ

5. One Finger Death Punch – ศิลปะการกดปุ่มที่ซับซ้อนที่สุด

7 เกมศิลปะการต่อสู้สุดคลาสสิกที่คุณลืมไปว่ามันเจ๋งแค่ไหน - 3

One Finger Death Punch (และภาคต่อ) เป็นอีกหนึ่งเกม Beat ’em Up ที่คุณควรลองเล่นหากยังไม่เคยสัมผัส เกมนี้ใช้เวลาในการปรับตัวพอสมควร เพราะ OFDP ทำให้ทุกการกดปุ่มมีความหมายและสำคัญ แต่ผู้เล่นที่อดทนและฝึกฝนจะพบว่านี่คือหนึ่งในเกมศิลปะการต่อสู้ที่มีความลึกซึ้งที่สุดในแนว Beat ’em Up

แนวคิดของเกมนั้นเรียบง่ายแต่ซับซ้อนอย่างไม่น่าเชื่อ คุณจะใช้เพียงสองปุ่มในการควบคุมตัวละคร แต่จังหวะและความแม่นยำในการกดปุ่มจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะชนะหรือแพ้ มันเหมือนกับการเล่นเกมดนตรีที่ผสมกับการต่อสู้ ทำให้เกิดประสบการณ์การเล่นที่ไม่เหมือนใคร

โหมดแคมเปญเป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่ความท้าทายที่แท้จริงอยู่ในโหมด Endless Survival ที่คุณจะต้องเอาชีวิตรอดให้ได้นานที่สุด One Finger Death Punch อาจไม่ได้มีกราฟิกที่สวยงาม แต่มันชดเชยด้วยระบบการต่อสู้ที่ดีที่สุดในระดับเทพ การออกแบบที่เน้นการเล่นมากกว่าความสวยงามทำให้เกมนี้กลายเป็นตัวอย่างที่ดีว่า “Gameplay is King”

4. Jade Empire – RPG ศิลปะการต่อสู้ที่ถูกลืม

7 เกมศิลปะการต่อสู้สุดคลาสสิกที่คุณลืมไปว่ามันเจ๋งแค่ไหน - 4

Jade Empire พาเราไปในทิศทางที่แตกต่างออกไป นี่คือ Action RPG จากค่าย BioWare ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มแฟนเกมตัวยงเมื่อเปิดตัวบน Xbox รุ่นแรก แต่มันไม่เคยได้โอกาสเข้าถึงผู้เล่นในวงกว้าง เพราะขณะนั้นแฟนเกมส่วนใหญ่เริ่มหันความสนใจไปที่ Xbox 360 แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะนี่คือเกมศิลปะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

เนื่องจากเกมผสมผสานระบบ RPG เข้ามา คุณจะมีอิสระในการเล่นกับนักสู้รูปแบบต่างๆ ใน Jade Empire คุณสามารถเลือกสไตล์การต่อสู้ที่หลากหลาย ตั้งแต่ศิลปะการต่อสู้แบบจีนโบราณไปจนถึงเวทมนตร์และอาวุธต่างๆ ระบบการต่อสู้แบบเรียลไทม์อาจไม่ลื่นไหลเท่ากับเกมอย่าง Sifu ในยุคปัจจุบัน แต่มันก็มากกว่าเพียงพอที่จะสร้างความสนุกสนาน

การผสมผสานระหว่างระบบ RPG และการต่อสู้ทำให้ Jade Empire มีความลึกซึ้งในการพัฒนาตัวละคร คุณสามารถเลือกทักษะ อัพเกรดความสามารถ และสร้างนักสู้ในแบบของคุณเองได้ เรื่องราวที่ได้แรงบันดาลใจจากตำนานจีนก็เต็มไปด้วยความน่าสนใจและมีทางเลือกหลายแบบที่ส่งผลต่อตอนจบ

น่าเสียดายที่การวางจำหน่ายที่ไม่ค่อยเหมาะสมทำให้ยอดขายของ Jade Empire ตกต่ำ และเราก็ไม่เคยได้เห็นภาคต่อจาก BioWare เลย แม้ว่ามันจะมีสถานะเป็น Cult Classic แต่ความนิยมก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ค่ายลงทุนทำภาคต่อ ทำให้ Jade Empire กลายเป็นอีกหนึ่งเกมในตำนานที่ถูกลืมไปตามกาลเวลา

3. Absolver – ก่อนที่จะมี Sifu

7 เกมศิลปะการต่อสู้สุดคลาสสิกที่คุณลืมไปว่ามันเจ๋งแค่ไหน - 5

เราได้กล่าวถึง Sifu ไปแล้ว แต่เกมนั้นนิยมเกินไปสำหรับลิสต์นี้ อย่างไรก็ตาม เกมก่อนหน้าของสตูดิโอ Sloclap อย่าง Absolver ได้หายไปจากสายตาของสาธารณะตั้งแต่เปิดตัวในปี 2017 แม้ว่ามันจะไม่ได้ขัดเงาเท่ากับ Sifu แต่ถ้าคุณต้องการระบบการต่อสู้ที่ต้องอุทิศเวลาในการเรียนรู้ Absolver คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม

สิ่งที่ดูเรียบง่ายในตอนแรกกลับกลายเป็นความซับซ้อนที่น่าตื่นตาตื่นใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะระบบ Combat Deck ของ Absolver คุณสามารถเปลี่ยนแปลงชุดท่าต่อสู้ของคุณได้โดยการเลือก “การ์ด” ต่างๆ สำหรับเด็คของคุณ นี่ทำให้ Absolver มีความลึกซึ้งที่เป็นที่รู้จัก ขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้เล่นต้องคอยระวังตัวทุกครั้งที่พบกับศัตรูใหม่ๆ

ระบบนี้ช่วยให้คุณสร้างสไตล์การต่อสู้ของคุณเองได้อย่างแท้จริง คุณสามารถเน้นไปที่การต่อสู้ระยะประชิด การโจมตีเร็ว หรือการใช้อาวุธก็ได้ ความหลากหลายนี้ทำให้ทุกการต่อสู้รู้สึกแตกต่างและท้าทาย แม้ว่ามันจะไม่ใช่เกมที่สมบูรณ์แบบ แต่แนวคิดในการให้ผู้เล่นสร้างนักสู้ของตัวเองยังคงเป็นแนวคิดที่น่าสนใจอย่างมาก

นอกจากนี้ Absolver ยังมีโหมดออนไลน์ที่คุณสามารถต่อสู้กับผู้เล่นคนอื่นๆ ได้ ซึ่งเป็นจุดที่เกมนี้แสดงให้เห็นถึงความลึกซึ้งของระบบการต่อสู้ได้อย่างแท้จริง การออกแบบที่ให้ความสำคัญกับทักษะและการเรียนรู้มากกว่าการสุ่มรางวัลทำให้ Absolver กลายเป็นเกมที่ผู้เล่นที่จริงจังจะชื่นชอบ

2. Jet Li: Rise to Honor – เมื่อดาราศิลปะการต่อสู้สร้างเกม

7 เกมศิลปะการต่อสู้สุดคลาสสิกที่คุณลืมไปว่ามันเจ๋งแค่ไหน - 6

เกม PlayStation 2 นี้ไม่ได้มีแค่ชื่อของนักสู้ในตำนานอย่าง Jet Li เท่านั้น Jet Li ได้ให้ทั้งโฉมหน้า เสียง และแม้กระทั่งทำ Motion Capture สำหรับ Rise to Honor ด้วย ทีมงานที่ Sony ยังได้เชิญ Corey Yuen ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการทำงานด้านออกแบบท่าต่อสู้ให้กับ Bruce Lee และ Jet Li มาร่วมงานด้วย

มันคือการรวมตัวของดาวดวงยิ่งใหญ่ในวงการศิลปะการต่อสู้ และ Sony ใช้ประโยชน์จากทีมงานที่ยอดเยี่ยมนี้อย่างเต็มที่ Rise to Honor ถูกออกแบบมาให้รู้สึกเหมือนคุณกำลังเล่นผ่านหนังแอ็คชั่น และมันทำได้สำเร็จด้วยการต่อสู้ที่มีน้ำหนัก ไม่มีหน้าจอโหลดระหว่างแอ็คชั่น และฉากสตั๊นท์ขนาดใหญ่

ระบบการต่อสู้ได้รับการออกแบบมาเพื่อจำลองท่าไม้ตายของ Jet Li อย่างใกล้เคียงที่สุด คุณจะได้สัมผัสกับการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลและสวยงาม การใช้สภาพแวดล้อมในการต่อสู้ และระบบการตอบโต้ที่ต้องการความแม่นยำในจังหวะเวลา

คุณอาจไม่เคยเล่นมันอีกครั้งหลังจากจบเกม แต่ประสบการณ์จะฝังอยู่ในความทรงจำของคุณ Rise to Honor แสดงให้เห็นว่าเกมที่สร้างขึ้นด้วยความใส่ใจในรายละเอียดและมีผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงมาร่วมงานสามารถสร้างประสบการณ์ที่แท้จริงและน่าประทับใจได้อย่างไร แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

1. Sleeping Dogs – ผลงานชิ้นเยี่ยมที่ถูกลืมอย่างไม่ยุติธรรม

7 เกมศิลปะการต่อสู้สุดคลาสสิกที่คุณลืมไปว่ามันเจ๋งแค่ไหน - 7

Sleeping Dogs ไม่ได้เป็นแค่หนึ่งในเกมศิลปะการต่อสู้ที่ถูกลืมเท่านั้น แต่มันคือหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดตลอดกาล United Front Games นำเอาสูตรสำเร็จของ Grand Theft Auto มาผสมผสานกับดราม่าตำรวจที่น่าติดตาม ระบบการต่อสู้ศิลปะการต่อสู้ที่น่าทึ่ง และแอ็คชั่น “การเดินไปรอบๆ” ที่ดีที่สุดที่เราเคยเห็นในแนวเกมนี้

Wei Shen ไม่ได้เป็นแค่หนึ่งในตัวละครนำที่ประสบความสำเร็จที่สุดในช่วงทศวรรษ 2010 เขาสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับเกมภาคต่อ เป็นหนึ่งในความพลาดที่ใหญ่ที่สุดของ Square Enix ในฐานะผู้จัดจำหน่ายที่เราไม่เคยได้ภาคต่อ แม้ว่าจะมีหลายโปรเจ็กต์อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาก็ตาม

ระบบการต่อสู้ของ Sleeping Dogs ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังฮ่องกง โดยเฉพาะผลงานของ Jackie Chan ที่เน้นการใช้สภาพแวดล้อมในการต่อสู้ คุณสามารถจับศัตรูขว้างเข้าตู้โทรศัพท์ ดีดหัวชนโต๊ะ หรือใช้อาวุธต่างๆ ที่หาได้รอบตัว การต่อสู้รู้สึกมีน้ำหนักและโหดเหี้ยม ทำให้ทุกการต่อสู้รู้สึกน่าพึงพอใจ

โลกของฮ่องกงที่ถูกสร้างขึ้นในเกมเต็มไปด้วยรายละเอียด ตั้งแต่ตลาดข้างถนนไปจนถึงเขตธุรกิจที่หรูหรา บรรยากาศของเมืองได้รับการจำลองอย่างน่าทึ่ง ทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้เดินเล่นในฮ่องกงจริงๆ ภารกิจรองที่หลากหลายตั้งแต่การแข่งรถ ไปจนถึงการสืบสวนคดีก็ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับเกม

เรื่องราวของตำรวจนอกเครื่องแบบที่แทรกซึมเข้าไปในแก๊งมาเฟียไต้หวันนั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียด คุณจะต้องสมดุลระหว่างการทำภารกิจตำรวจและการสร้างความน่าเชื่อถือในกลุ่มแก๊ง ทางเลือกที่คุณทำจะส่งผลต่อเนื้อเรื่องและความสัมพันธ์กับตัวละครอื่นๆ

มีข่าวว่าหนังยังคงอยู่ในขั้นตอนการทำ แต่ถ้านั่นไม่มาพร้อมกับเกมภาคต่อ มันก็จะเป็นอีกหนึ่งความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัยจาก Square Enix Sleeping Dogs คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของเกมที่ทำทุกอย่างได้ถูกต้อง แต่กลับไม่ได้รับโอกาสที่สมควร มันคือเกมที่ทุกคนควรเล่นอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต

บทสรุป: เกมที่ไม่ควรถูกลืม

เกมทั้ง 7 เกมที่เราได้พูดถึงนี้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของเกมศิลปะการต่อสู้ที่มีอยู่นอกเหนือจากเกมต่อยตีธรรมดา ตั้งแต่ Beat ’em Up แบบ Lost Paradise และ God Hand ไปจนถึง Action RPG อย่าง Jade Empire และ Open World แบบ Sleeping Dogs แต่ละเกมมีเอกลักษณ์และความพิเศษของมันเอง

สิ่งที่เกมเหล่านี้มีร่วมกันคือความทุ่มเทในการสร้างประสบการณ์ศิลปะการต่อสู้ที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ท่าไม้ตายที่ซับซ้อน การออกแบบระบบการต่อสู้ที่ต้องการทักษะ หรือการสร้างบรรยากาศที่เข้ากับธีมของศิลปะการต่อสู้ เกมเหล่านี้พิสูจน์ว่าศิลปะการต่อสู้สามารถถูกนำเสนอในรูปแบบที่หลากหลายและสนุกสนานได้

หากคุณเป็นแฟนของเกมศิลปะการต่อสู้และกำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากอดีต เกมเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นที่ดี บางเกมอาจต้องการเวลาในการปรับตัว บางเกมอาจดูล้าสมัยในแง่ของกราฟิก แต่ทั้งหมดนี้มีความสนุกสนานและประสบการณ์ที่คุ้มค่าแก่การสละเวลา

การที่เกมเหล่านี้ถูกลืมไม่ได้หมายความว่ามันไม่ดี หลายครั้งมันเป็นเพราะการตลาดที่ไม่ดี การวางจำหน่ายที่ไม่เหมาะสม หรือแค่โชคร้ายที่ออกมาในช่วงเวลาที่ไม่ใช่ แต่สำหรับผู้ที่เปิดใจและให้โอกาสเกมเหล่านี้ พวกเขาจะพบว่านี่คือขุมทรัพย์ที่รอให้ค้นพบ

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักสะสมเกมเก่า เกมเมอร์ที่มองหาประสบการณ์ใหม่ๆ หรือแค่คนที่รักศิลปะการต่อสู้ เกมทั้ง 7 เกมนี้ควรอยู่ในลิสต์เล่นของคุณ ใครรู้ล่ะ คุณอาจจะค้นพบเกมโปรดใหม่ของคุณก็ได้ และอย่าลืมว่าในโลกของวิดีโอเกม ไม่มีอะไรเก่าเกินไปที่จะไม่สนุกได้