70 ชีวิตระทึกขวัญ! รถบัสนักศึกษามหาวิทยาลัยดังพุ่งชนกันบนมอเตอร์เวย์ ดับ 1 เจ็บระนาว 41 คน คนขับเผยสาเหตุจากระบบเบรกขัดข้อง

เหตุการณ์อุบัติเหตุสยองขวัญเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันที่ 31 ตุลาคม 2568 เมื่อรถบัสโดยสารของมหาวิทยาลัยบูรพา 2 คัน เกิดอุบัติเหตุชนท้ายกันอย่างรุนแรงบริเวณหน้าด่านเก็บเงินบางพระ บนทางพิเศษมอเตอร์เวย์ ในพื้นที่ตำบลหนองข้างคอก อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากถึง 41 คน จากนักศึกษาและผู้โดยสารทั้งหมด 70 คน ที่กำลังเดินทางกลับจากการไปดูงานที่จังหวัดระยอง

เวลาประมาณ 18.30 น. ของวันดังกล่าว หน่วยงานตำรวจทางหลวงมอเตอร์เวย์ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาในบริเวณพื้นที่ว่ามีเหตุการณ์อุบัติเหตุรถบัสชนท้ายกันอย่างรุนแรงบริเวณด่านเก็บเงินบางพระ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองข้างคอก อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยมีรายงานเบื้องต้นว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายและสถานการณ์ค่อนข้างวิกฤต

หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงมอเตอร์เวย์จึงรีบประสานงานกับหน่วยกู้ภัยมูลนิธิไตรคุณธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ควบคุมสถานการณ์ และป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนอีก เนื่องจากบริเวณด่านเก็บเงินเป็นจุดที่มีการจราจรหนาแน่นและมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติเหตุตามมา

การเข้าระงับเหตุครั้งนี้จึงต้องอาศัยความรวดเร็วและการประสานงานที่ดีระหว่างหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยกู้ภัยที่ต้องเตรียมอุปกรณ์และกำลังพลที่เพียงพอสำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจำนวนมาก รวมถึงการประสานงานกับโรงพยาบาลเพื่อรองรับผู้บาดเจ็บที่จะถูกส่งตัวเข้ารับการรักษา

ภาพเหตุการณ์ ณ จุดเกิดเหตุ

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ พบสภาพของรถบัสทั้ง 2 คัน ที่ชนกันอย่างรุนแรง โดยรถบัสทั้งสองคันเป็นรถของมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งมีหมายเลขทะเบียนคันแรกคือ 40-0698 ชลบุรี และคันที่สองคือ 40-0497 ชลบุรี ภาพที่เห็นแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการชนครั้งนี้ โดยเฉพาะรถบัสคันหลังที่พุ่งเข้าชนท้ายรถคันหน้าด้วยความเร็วสูง ส่งผลให้ส่วนหน้าของรถบัสคันที่ชนบิดเบี้ยวเสียหายอย่างหนัก

ในแต่ละคันบรรทุกนักศึกษาโดยสารมาคนละ 35 คน รวมเป็น 70 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยบูรพาที่เดินทางกลับจากการไปดูงานภาคสนาม สภาพภายในรถหลังจากเกิดเหตุเต็มไปด้วยความโกลาหลและสับสนวุ่นวาย มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือและเสียงร้องไห้ของนักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บดังก้องไปทั่วบริเวณ หลายคนถูกบาดเจ็บจากการกระแทกและแรงสั่นสะเทือนอันรุนแรง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เข้าไปในที่เกิดเหตุต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทายและจำเป็นต้องทำงานอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทุกคนได้อย่างทันท่วงที โดยต้องคัดแยกผู้บาดเจ็บตามระดับความรุนแรงและให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล

จำนวนผู้บาดเจ็บและการนำส่งโรงพยาบาล

จากการตรวจสอบและคัดแยกผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 41 คน จากนักศึกษาและผู้โดยสารทั้งหมด 70 คน โดยแบ่งเป็นนักศึกษาหญิง 36 คน และนักศึกษาชาย 5 คน ผู้บาดเจ็บมีอาการบาดเจ็บหลากหลายระดับ ตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อย บาดเจ็บปานกลาง ไปจนถึงบาดเจ็บสาหัส อาการบาดเจ็บที่พบส่วนใหญ่ประกอบด้วยบาดแผลถลอก ฟกช้ำ กระดูกหักและบาดเจ็บบริเวณศีรษะจากการกระแทก

เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิไตรคุณธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้บาดเจ็บทุกรายในที่เกิดเหตุ โดยให้ความสำคัญกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นอันดับแรก การทำงานในสถานการณ์เช่นนี้ต้องอาศัยความรวดเร็ว ความชำนาญ และการประสานงานที่ดีเพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

หลังจากได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว ผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลชลบุรีเพื่อรับการรักษาอย่างเป็นทางการ โดยแบ่งนำส่งตามความรุนแรงของอาการ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำส่งด้วยรถพยาบาลพร้อมอุปกรณ์ชูชีพ ในขณะที่ผู้บาดเจ็บที่มีอาการเล็กน้อยถูกนำส่งด้วยรถพยาบาลและรถกู้ภัยทั่วไป โรงพยาบาลชลบุรีได้เตรียมพร้อมรับผู้บาดเจ็บจำนวนมากและจัดทีมแพทย์พยาบาลเพื่อให้การรักษาอย่างเต็มที่

คนขับรถเสียชีวิตติดคาพวงมาลัย

สถานการณ์ที่น่าสลดใจที่สุดจากเหตุการณ์ครั้งนี้คือกรณีของนายสุชาติ กองม่วง อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถบัสคันที่พุ่งเข้าชนท้ายรถคันหน้า เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบรถบัสคันดังกล่าว พบว่านายสุชาติถูกอัดติดค้างอยู่กับพวงมาลัยอย่างแนบแน่น จากแรงกระแทกอันรุนแรงของการชนครั้งนี้ อาการของเขาอยู่ในระดับสาหัสอย่างมาก

ทีมกู้ภัยจึงต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการช่วยเหลือ โดยใช้เครื่องมือตัดและถ่างเพื่อทำการช่วยเหลือนายสุชาติออกจากตำแหน่งที่ติดอยู่ การทำงานนี้ต้องใช้เวลาและความระมัดระวังสูง เนื่องจากสภาพของรถที่บิดเบี้ยวและความจำกัดของพื้นที่ในการทำงาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำงานอย่างรวดเร็วแต่ระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายเพิ่มเติมต่อตัวผู้ประสบเหตุ

หลังจากที่สามารถนำตัวนายสุชาติออกจากรถได้สำเร็จ ทีมกู้ภัยได้เร่งทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและพยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มที่ แต่ด้วยความรุนแรงของบาดแผลและการบาดเจ็บภายในที่ได้รับ จึงไม่สามารถยื้อชีวิตของเขาไว้ได้ นายสุชาติได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุก่อนที่จะสามารถนำส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา การสูญเสียชีวิตของคนขับรถบัสในครั้งนี้ถือเป็นความสูญเสียที่น่าเศร้า และเป็นบทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินทางบนท้องถนน

คำให้การของคนขับรถบัสคันที่ถูกชนท้าย

นายสนธยา พุธภูมิ คนขับรถบัสคันที่ถูกชนท้าย ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเขาเล่าว่าในวันดังกล่าว ตนเองและรถบัสอีกคันหนึ่งที่เกิดเหตุได้รับหน้าที่ให้ไปรับส่งนักศึกษาของมหาวิทยาลัยบูรพาเพื่อเดินทางไปดูงานในพื้นที่จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นกิจกรรมทางการศึกษาที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้นเป็นประจำสำหรับนักศึกษา

หลังจากเสร็จสิ้นการดูงานและกิจกรรมต่างๆ แล้ว นักศึกษาทั้งหมดได้ขึ้นรถบัสทั้ง 2 คัน เพื่อเดินทางกลับมายังมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี การเดินทางเป็นไปด้วยความเรียบร้อยในช่วงแรก โดยรถบัสทั้ง 2 คัน วิ่งเป็นขบวนไปด้วยกันตามเส้นทางที่กำหนดไว้

เมื่อรถบัสทั้งสองคันมาถึงบริเวณด่านเก็บเงินบางพระบนทางพิเศษมอเตอร์เวย์ นายสนธยาซึ่งขับรถบัสคันนำได้หยุดรถเพื่อจ่ายค่าผ่านทางที่ด่านเก็บเงินตามปกติ ในขณะที่กำลังทำการจ่ายเงินอยู่นั้น เขาได้ยินเสียงเตือนจากรถบัสคันหลังซึ่งขับโดยนายสุชาติ โดยมีการแจ้งผ่านวิทยุสื่อสารว่ารถบัสคันหลังกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับระบบเบรก มีการบอกว่า “เบรกแข็ง เบรกไม่อยู่”

ก่อนที่นายสนธยาจะได้ทำอะไร หรือมีเวลาที่จะหาทางหลีกเลี่ยง รถบัสคันหลังได้พุ่งเข้ามาชนท้ายรถของเขาด้วยความเร็วและแรงอย่างมาก การชนครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ส่งผลให้นักศึกษาที่นั่งอยู่ในรถบัสทั้งสองคันได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก นายสนธยากล่าวว่าตนเองไม่สามารถทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบเบรกของรถบัสคันหลัง และทำไมจึงเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น

การให้การของนายสนธยาเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์และสาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้ของอุบัติเหตุครั้งนี้ ซึ่งดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับปัญหาทางด้านเทคนิคของรถบัส โดยเฉพาะระบบเบรกที่ล้มเหลวในช่วงเวลาวิกฤต

การสอบสวนและตรวจสอบเทคนิคเบื้องต้น

หลังจากเหตุการณ์คลี่คลายลง และผู้บาดเจ็บทุกคนได้รับการนำส่งโรงพยาบาลแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงมอเตอร์เวย์ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด โดยมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในบริเวณด่านเก็บเงินบางพระและบริเวณใกล้เคียง เพื่อดูภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด และเพื่อยืนยันถึงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

การตรวจสอบกล้องวงจรปิดเป็นขั้นตอนสำคัญในการสอบสวนคดีอุบัติเหตุ เนื่องจากจะให้ภาพที่ชัดเจนและเป็นกลางเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง สามารถช่วยระบุความเร็วของรถ พฤติกรรมการขับขี่ และสถานการณ์อื่นๆ ที่อาจเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดอุบัติเหตุ ในกรณีนี้ กล้องวงจรปิดอาจจะบันทึกภาพช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุได้ว่ารถบัสคันหลังมีความผิดปกติหรือไม่อย่างไร

นอกจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ทำการสอบปากคำนายสนธยา พุธภูมิ คนขับรถบัสคันที่ถูกชนท้ายอีกครั้งอย่างละเอียด เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ รวมถึงสภาพของรถบัสทั้งสองคันก่อนเกิดเหตุ ประวัติการเดินทาง และรายละเอียดอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง

ส่วนการตรวจสอบสภาพรถบัสทั้งสองคัน โดยเฉพาะรถบัสคันที่เกิดปัญหาระบบเบรก เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบเบื้องต้นและจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบเบรก มีความเป็นไปได้หลายประการ เช่น น้ำมันเบรกรั่ว ระบบไฮดรอลิกล้มเหลว หรือชิ้นส่วนของระบบเบรกชำรุดเสียหาย

ประเด็นด้านความปลอดภัยและการบำรุงรักษารถ

เหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการบำรุงรักษารถโดยสารสาธารณะอย่างสม่ำเสมอและเข้มงวด โดยเฉพาะรถบัสที่ใช้ในการรับส่งนักศึกษาหรือประชาชนจำนวนมาก ระบบเบรกถือเป็นหนึ่งในระบบความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดของยานพาหนะ การที่ระบบเบรกล้มเหลวขณะรถกำลังแล่นด้วยความเร็วสูงบนมอเตอร์เวย์อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ตามที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

การตรวจสอบและบำรุงรักษารถโดยสารควรทำอย่างสม่ำเสมอตามมาตรฐานที่กำหนด โดยเฉพาะระบบสำคัญๆ เช่น ระบบเบรก ระบบพวงมาลัย ยางรถ ไฟหน้า-ไฟท้าย และอุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ คนขับรถควรได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ รวมถึงกรณีที่ระบบเบรกล้มเหลว เช่น การใช้เกียร์ช่วยชะลอความเร็ว การใช้เบรกมือ หรือการหาจุดที่ปลอดภัยเพื่อหยุดรถในกรณีฉุกเฉิน ความรู้และทักษะเหล่านี้อาจช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุได้ในบางกรณี

บทเรียนและข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน

อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสาธารณะและการใช้รถใช้ถนน สำหรับผู้ประกอบการขนส่ง จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษารถอย่างจริงจัง ไม่ควรมองข้ามหรือประมาทเลินเล่อ เพราะชีวิตของผู้โดยสารอยู่ในมือของผู้ประกอบการและคนขับรถ

สำหรับคนขับรถ ควรตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทางทุกครั้ง หากพบความผิดปกติใดๆ ควรรายงานและแก้ไขก่อนนำรถออกใช้งาน ไม่ควรเสี่ยงขับรถที่มีปัญหาทางด้านเทคนิค แม้จะเป็นปัญหาเล็กน้อยก็ตาม เพราะอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ในภายหลัง

สำหรับผู้โดยสาร ควรเลือกใช้บริการรถโดยสารที่มีความน่าเชื่อถือและมีมาตรฐาน ควรคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาระหว่างการเดินทาง และควรรู้วิธีการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยฉุกเฉินในรถ เช่น ประตูฉุกเฉิน หน้าต่างฉุกเฉิน และค้อนทุบกระจก

การดำเนินการทางกฎหมายและการติดตามผล

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระบุว่าจะดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดและรอบคอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ การสอบสวนจะครอบคลุมทุกแง่มุม ตั้งแต่สภาพของรถ ประวัติการบำรุงรักษา การตรวจสภาพรถตามกำหนด ความประมาทของคนขับ จนถึงสภาพแวดล้อมและปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุ

หลังจากการสอบสวนเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่จะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามความผิดที่พบ ซึ่งอาจรวมถึงผู้ประกอบการขนส่งหากพบว่ามีความประมาทในการบำรุงรักษารถ หรือบุคคลอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรมต่อผู้เสียหายและเพื่อเป็นบทเรียนป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำในอนาคต

ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บมีสิทธิ์ได้รับค่าเสียหายและค่าชดเชยตามกฎหมาย ทั้งจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ และอาจมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมจากผู้รับผิดชอบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวผู้ประสบเหตุในการดำเนินการเรียกร้องสิทธิ์ต่างๆ

สรุปและข้อคิดเหตุ

อุบัติเหตุรถบัสชนกันบนมอเตอร์เวย์ชลบุรีครั้งนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้บาดเจ็บ 41 ราย จากนักศึกษาและผู้โดยสารรวม 70 คน ถือเป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าและเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินทางและการบำรุงรักษายานพาหนะ สาเหตุเบื้องต้นที่ปรากฏคือความล้มเหลวของระบบเบรกของรถบัส ซึ่งจำเป็นต้องมีการสอบสวนอย่างละเอียดต่อไปเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำในอนาคต

เหตุการณ์นี้ย้ำเตือนให้ทุกฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการขนส่ง คนขับรถ หน่วยงานกำกับดูแล และผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไป ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากขึ้น การบำรุงรักษารถอย่างสม่ำเสมอ การตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทาง การขับขี่อย่างระมัดระวัง และการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ขอให้ญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตมีกำลังใจในการผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ และขอให้ผู้บาดเจ็บทุกคนหายเป็นปกติโดยเร็วที่สุด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนที่ทำให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการเดินทาง และร่วมมือกันสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนให้ดีขึ้นต่อไป