จากเด็กยากจนสู่ยูนิคอร์น : เปิดเส้นทางสู่ความสำเร็จของ “คุณคมสันต์ แซ่ลี” ผู้ก่อตั้ง Flash Express พร้อมกลยุทธ์ลับที่ไม่เคยเปิดเผย

ในโลกของการทำธุรกิจ ไม่มีสูตรสำเร็จที่แน่นอน แต่มีเรื่องราวมากมายที่สามารถจุดประกายให้ใครหลายคนกล้าคิด กล้าทำ และกล้าล้มเหลวเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า หนึ่งในเรื่องราวที่น่าสนใจที่สุดในวงการธุรกิจไทยคือการเดินทางของคุณคมสันต์ แซ่ลี ผู้ก่อตั้ง Flash Express ยูนิคอร์นตัวแรกของประเทศไทย

ผู้ชายธรรมดาที่ใช้ “ความเชื่อ” และ “ความบ้าบิ่นอย่างมีเหตุผล” พลิกความฝันให้กลายเป็นความจริง เรื่องราวที่คุณคมสันต์เล่าไว้ เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นอีกมุมมองของคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของการทำธุรกิจ เต็มไปด้วยข้อคิดและกลยุทธ์ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน

จุดเริ่มต้นจากความยากจน สู่ความปรารถนาที่จะรวย

คุณคมสันต์เติบโตมาในครอบครัวที่ยากจน จึงทำให้ตัวเขาเกิดความรู้สึกอยากรวย เพราะรับรู้ได้ว่า “คนมีเงิน” กับ “คนไม่มีเงิน” มันแตกต่างกันมากแค่ไหน แต่แม้ว่าจะอยากรวย แต่คำว่า “ผู้ประกอบการ” กลับไม่เคยอยู่ในหัวของเขา แต่เขารู้ว่า ถ้าเขารวย เขาจะดูแลคนที่เขารักได้

ในวันนี้ เขากล้าเรียกตัวเองได้ว่าเป็น “คนรวย” ได้แล้ว แต่ก็ต้องแลกมากับอิสรภาพที่น้อยลง และภาระที่หนักมากขึ้นกว่าที่คิดไว้ เพราะทุกวันนี้ เขาแบกความคาดหวังจากนักลงทุน ที่เขาไประดมทุนมาแล้วกว่า 50,000 ล้านบาท พร้อมกับการดูแลพนักงานนับแสน ที่ทำงานให้กับเขาอยู่ใน 8 ประเทศ พร้อมทั้งพา Flash Express ให้กลายเป็น Supply Chain Platform ที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

จากเหมืองทรายสู่ยูนิคอร์น : ประสบการณ์ที่หลากหลาย

ก่อนจะมาก่อตั้ง Flash Express ตอนอายุประมาณ 26 ปี คุณคมสันต์ผ่านงานมาหลากหลาย ตั้งแต่บริหารเหมืองทรายหรือท่าทราย นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจอีกมากมาย ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เขารู้ว่า “ธุรกิจ” ต่างจาก “Start-Up” อย่างไร

สำหรับคุณคมสันต์ ธุรกิจ คือ ส่วนต่างของ information เพื่อแลกกับเงิน โดยส่วนต่างระหว่างต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย นั่นก็คือกำไร ส่วน Start up เริ่มต้นจากปัญหาที่ใหญ่พอ ใช้วิธีการที่ไม่เหมือนเดิม เพื่อแลกกับตลาดที่เปลี่ยนไป

ความท้าทายในการหานักลงทุน : 60 รายต่อเดือน

ในช่วงแรกของ Flash คุณคมสันต์ต้องไปหานักลงทุนกว่า 60 รายต่อเดือน แต่กลับถูกปฏิเสธด้วยเหตุผล 3 ข้อหลัก

ข้อที่ 1 เป็นธุรกิจที่ได้กำไรดีมาก
ข้อที่ 2 เป็นธุรกิจที่ทำได้ง่ายมาก
ข้อที่ 3 นักลงทุนกลัวเราจะหนี เพราะเราเป็นคนไทย แต่ไประดมทุนที่ประเทศจีน

แต่สุดท้าย ก็ได้นักลงทุนคนแรกคือ “เจ๊ไดน่า” โดยได้เงินลงทุนมาประมาณ 130 ล้านบาท ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางของ Flash Express

การตัดสินใจ All-in : เทหมดหน้าตัก

แม้เคยมีเงินร้อยล้านจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่คุณคมสันต์กลับ “เทหมดหน้าตัก” มาทำ Flash เพราะเชื่อว่า “สิ่งนี้ให้ผลตอบแทนมหาศาลกว่า” แต่ไม่ได้หมายความว่า ช่วงที่สบายต้องหาความลำบาก เพราะบางครั้ง “การออกไปเที่ยว คือการหามุมมองใหม่ทางธุรกิจ”

การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของเขา ที่เห็นโอกาสในธุรกิจโลจิสติกส์ที่มีศักยภาพสูง

ความเชื่อและการดึงคนเก่งมาร่วมงาน

สิ่งที่ทำให้คุณคมสันต์ได้ “เจ๊ไดน่า” นักลงทุนคนแรก ซึ่งเป็นพนักงานคนที่ 60 ของ Alibaba Group ไม่ใช่เพราะแผนธุรกิจ แต่เพราะคนที่เขาดึงมาร่วมทีมได้ นั่นก็คือ “เหว่ยเจี๋ย (Weijie)” อดีตพนักงานดีเด่น 6 ปีซ้อนของ Alibaba คนที่ยอมทิ้งเงินเดือนหลักสิบล้านต่อปี พร้อมกับทิ้งหุ้น Alibaba Group เพื่อมาทำ Flash Express

“อยากได้คนเก่ง ต้องทำให้เขาเชื่อก่อนว่า เราเป็นคนที่น่าร่วมงาน” คุณคมสันต์เริ่มจากถาม HR ของ Alibaba ว่า “ใครที่คุณเสียดายที่สุดถ้าเขาลาออก?” ซึ่งได้คำตอบจาก HR อย่างรวดเร็วเลยคือ “เหว่ยเจี๋ย”

แม้เจอครั้งแรกจะถูกปฏิเสธ แต่เขายังไม่ย่อท้อ ถึงกับชวน เหว่ยเจี๋ย มาเที่ยวที่ประเทศไทย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่ก่อนที่ เหว่ยเจี๋ย จะมาที่ไทย เขาก็หาข้อมูลและทำการบ้านมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ว่าเขามาแล้ว เขาจะได้อะไรนอกจากการมาเที่ยว และ เหว่ยเจี๋ย เป็นคนที่ตัดสินใจด้วยข้อมูลและตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึก จนกลายเป็นการที่ เหว่ยเจี๋ย ลาออกจาก Alibaba แล้วมาทำ Flash Express

การแบ่งบทบาท CEO และ COO อย่างมีประสิทธิภาพ

หลังได้ เหว่ยเจี๋ย มาร่วมงาน ถูกแบ่งบทบาทอย่างชัดเจนตามช่วงเวลา:

ในยุคแรก เหว่ยเจี๋ย จะเป็นคนดูแลงานหลังบ้านทั้งหมด แทบจะไม่มีใครรู้จักเขา

เมื่อเข้าสู่ยุคที่ 2 เหว่ยเจี๋ย เริ่มเปลี่ยนบทบาทจาก CTO (Chief Technology Officer) เป็น COO (Chief Operating Officer)

ในช่วงที่ 3 หรือปัจจุบัน คุณคมสันต์ เป็น CEO Group และ เหว่ยเจี๋ย เป็น COO Group ซึ่งจะเป็นคนที่รับรายงานตรงจาก CEO ของบริษัทในเครือทั้งหมด แต่ทุกบริษัท จะรับเป้าหมายในการเดินจากคุณคมสันต์ และรับวิธีการไปสู่เป้าหมายจาก เหว่ยเจี๋ย

เปรียบเทียบให้เห็นคือ คุณคมสันต์ เป็นคนบอกว่า “จะไปที่ไหน” และ เหว่ยเจี๋ย เป็นคนบอกว่า “จะไปอย่างไร”

สิ่งนี้ทำให้ Flash ขยายบริการจาก Logistics → Fulfillment → Supply Chain → F-Commerce อย่างเต็มระบบ โดยยึดหลักว่า “ถ้าเราอยู่แค่จุดสุดท้ายของห่วงโซ่ เราจะถูกเลือกด้วยราคา แต่ถ้าเราไปอยู่ก่อนหน้า เราคือคนที่เลือก”

การลงทุนใน CHAGEE : มองเห็นเทรนด์อนาคต

คุณคมสันต์มีโอกาสไปเที่ยวหลายเมืองในประเทศจีน จึงเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค จากดื่มกาแฟ เป็นดื่มชา จากดื่มชา มาดื่มชาที่มีไขมันต่ำ จากชาไขมันต่ำ เป็นดื่มชาที่พรีเมียมและธรรมชาติ

จึงเป็นที่มาของการลงทุนระหว่างคุณคมสันต์ กับ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ “มาม่า” และ คุณชานนท์ เรืองกฤตยา (CEO ของ อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์) ในการก่อตั้งบริษัท ไทยเพรซิเดนท์เบเวอร์เรจ จำกัด จากนั้นก็ลงทุนใน บริษัท ชาจี (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นจำนวนเงิน 142 ล้านบาท ซึ่งมองว่า ในอนาคตบริษัท ชาจี (ไทยแลนด์) จำกัด จะมีมูลค่าหลักหมื่นล้านบาท

ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการลงทุนใน CHAGEE

จากการที่คุณคมสันต์ ถือหุ้น 51% ของ ชาจี (ไทยแลนด์) ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์หลายด้าน:

ด้านวัฒนธรรมองค์กร วัฒนธรรมขององค์กรนี้ จะผสมผสานวัฒนธรรมแบบไทยเข้าไว้ในแนวทางการบริหารจัดการ สะท้อนถึงความเข้าใจในคนไทยและความเหมาะสมกับบริบทในประเทศ

ด้าน Supply Chain จะต้องถูกขยายมายังประเทศไทย ซึ่งหมายถึงการตั้งโรงงาน การจ้างงาน และการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศโดยตรง

ด้านการวิจัยและพัฒนา บริษัทจะตั้งห้องปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาในไทย โดยนำเทคโนโลยีการผลิตชาระดับโลกเข้ามา พร้อมทั้งส่งผู้เชี่ยวชาญมาฝึกอบรมพนักงานชาวไทย เป้าหมายคือการทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาชาที่ดีที่สุดในโลก ในอนาคต ผ่านการลงทุนที่ยั่งยืน ประสบการณ์ที่ถ่ายทอดได้จริง และการพัฒนาทักษะของบุคลากรในประเทศ ท้ายที่สุดแล้ว คนไทยจะเป็นผู้สร้างและส่งต่อประสบการณ์ชาให้กับคนไทยด้วยกันเอง

ยุคที่ต้อง “สร้างบ่อปลาเอง” : วิสัยทัศน์อนาคต E-Commerce

คุณคมสันต์เคยเตือนเมื่อ 4-5 ปีก่อนว่า ประเทศไทยจะพึ่งพา live commerce มากกว่า Shelf Commerce ซึ่งเป็นจริงในปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคที่ 2 ของ E-Commerce เป็นยุคของการทำ Affiliate เพราะไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงาน เป็นนายหน้าง่ายกว่า แต่กำลังจะเข้าสู่ปลายยุคจะลดต่ำลงเรื่อยๆ สิ่งที่จะเจอคือ AI และการขายจากโรงงานโดยตรง

สิ่งที่ต้องตระหนักคือ “เราฝึกแค่วิธีการตกปลา แต่เราไม่เคยคิดที่จะสร้างบ่อปลา”

ในยุคต่อไป คือยุคที่ 3 เราจะสังเกตเห็นว่าคนที่ซื้อสินค้ากับเรา เพราะเขาเชื่อในตัวของเรา หรือเจ้าของแบรนด์ เช่น Elon Musk จะทำอะไร ก็จะกลายเป็นข่าวไปทั่วโลก สิ่งนี้แหละ เป็นความน่าเชื่อถือที่เขาสร้างมา ทำให้บริษัท Tesla ใช้ต้นทุนโฆษณาน้อยลงมาก

สูตรค่าตอบแทน 50:50 สำหรับบริษัทเติบโตเร็ว

คุณคมสันต์แนะนำว่า สำหรับบริษัทที่เติบโตเร็ว ควรแบ่งค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน 50% และหุ้น 50% เช่น หากควรจ่าย 100,000 บาทต่อเดือน ก็ให้เงินเดือน 100,000 บาท และหุ้นมูลค่าเท่ากัน หุ้นจะช่วยให้พนักงานผูกพันกับบริษัทและพร้อมทุ่มเท เพราะยิ่งบริษัทเติบโต หุ้นก็ยิ่งมีมูลค่าสูงขึ้น ทำให้พนักงานไม่อยากลาออก

มิติส่วนตัวของผู้นำระดับโลก

สิ่งที่คุณคมสันต์อยากแชร์เกี่ยวกับตัวเขาเองมี 2 ข้อหลัก:

ข้อแรก คุณคมสันต์ คือ มนุษย์ ดังนั้น สิ่งที่มนุษย์ควรเป็น คุณคมสันต์ก็เป็น มีความสุข มีความทุกข์ เช่นกัน

ข้อที่สอง คุณคมสันต์ ไม่ใช่คนที่ตื่นเช้า แต่เป็นคนที่นอนดึก เพราะเวลากลางคืน เป็นเวลาส่วนตัว ที่จะเอาเวลานั้นไปทำอะไรก็ได้ ซึ่งเป็นเวลาที่เต็มไปด้วยคุณภาพ แม้บางครั้งจะใช้คิดและไตร่ตรองงานที่ทำก็ตาม

บทสรุป : นักสร้างอนาคตแห่งประเทศไทย

เรื่องราวของคุณคมสันต์ แซ่ลี เต็มไปด้วยความเชื่อ ความกล้า และความจริงใจที่หล่อหลอมให้เขาเป็นผู้ประกอบการที่มีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ เขาไม่ได้แค่เปลี่ยนชีวิตตัวเอง แต่กำลังพยายามเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างโอกาสให้กับผู้คนรอบตัว

ไม่ว่าจะเป็นในบทบาทของนักลงทุน ผู้ร่วมทุน หรือผู้นำทางธุรกิจ สิ่งที่เขาทำทั้งหมด ไม่ใช่เพื่อตัวเขาเอง แต่เพื่อโลกที่ดีกว่า สำหรับคนที่เขารัก และประเทศที่เขาเชื่อว่าจะดีขึ้นในอนาคต

จากเด็กชายยากจนที่เคยใฝ่ฝันอยากรวย สู่การเป็นผู้ประกอบการระดับโลกที่มีมูลค่าการระดมทุนกว่า 50,000 ล้านบาท เส้นทางของคุณคมสันต์ แซ่ลี เป็นแรงบันดาลใจที่แสดงให้เห็นว่า ด้วยความเชื่อ ความมุ่งมั่น และการมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็สามารถเป็นจริงได้


บทความนี้จัดทำขึ้นจากการรวบรวมข้อมูลและประสบการณ์ของคุณคมสันต์ แซ่ลี ผู้ก่อตั้ง Flash Express เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจในโลกของธุรกิจและการลงทุน