วิกฤตร้านอาหารไทยเผชิญดาวโจรเศรษฐกิจ-เทคโนโลยี AI ที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำธุรกิจอย่างรวดเร็ว

วงการร้านอาหารในประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ขณะที่ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำธุรกิจอย่างรวดเร็ว

จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ คุณยอด ชินสุภัคกุล จาก LINE MAN Wongnai และคุณท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา จาก Bitkub เผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของวงการร้านอาหารไทย พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะสำคัญในการปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้

ดั่งคำกล่าวที่ว่า “ใน ‘ป่า’ มีต้นไม้ล้อมรอบ ‘คน’ ก็มีการเปลี่ยนแปลงล้อมรอบ” ที่สะท้อนถึงความจริงของการปรับตัวในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ไฮไลท์เด็ดของเรื่องนี้

สถานการณ์ตลาดร้านอาหารไทยในปัจจุบัน: ภาพรวมที่น่ากังวล

ตามข้อมูลจากคุณยอด ชินสุภัคกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจอาหารจาก LINE MAN Wongnai เผยว่า ร้านอาหารในประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่หลายประการพร้อมกัน ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจนี้ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดมากกว่าที่เคย

ยอดขายตกลงอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนพุ่งสูง

ปัญหาหลักที่ร้านอาหารไทยเผชิญในขณะนี้คือ ยอดขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจกลับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้อัตรากำไรของร้านอาหารหดตัวลงอย่างรุนแรง

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นประกอบด้วย ราคาวัตถุดิบอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และค่าแรงงานที่เพิ่มขึ้นตามนโยบายการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ส่วนด้านรายได้นั้น จำนวนลูกค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นฐานลูกค้าสำคัญของหลายร้านอาหาร

นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 1.8%

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารคือ การลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งลดลง 1.8% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา การลดลงนี้ส่งผลโดยตรงต่อร้านอาหารในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก ซึ่งพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวเป็นหลัก

ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นแนวโน้มโลกที่เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายประเทศ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการท่องเที่ยวของผู้บริโภคหลังยุคโควิด-19

จำนวนร้านอาหารปิดตัวเพิ่มขึ้น การเปิดใหม่ลดลงอย่างรุนแรง

สถิติที่น่าตกใจคือ จำนวนร้านอาหาร Offline ลดลง 14% ในไตรมาสที่ 2 ของปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าร้านอาหารจำนวนมากต้องปิดตัวลงเนื่องจากไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้

ที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่านั้นคือ ร้านอาหารเปิดใหม่ลดลงอย่างรุนแรงถึง 30% จากปีที่แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้ประกอบการใหม่ขาดความเชื่อมั่นในการลงทุนธุรกิจร้านอาหาร หรือไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะเข้ามาแข่งขันในตลาดที่มีความท้าทายสูง

การลดลงของร้านอาหารใหม่นี้ไม่เพียงส่งผลต่อความหลากหลายของตัวเลือกอาหารสำหรับผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการจ้างงานในภาคบริการ และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย

ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน

การปิดตัวของร้านอาหารในจำนวนมากส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ ตั้งแต่เกษตรกรที่ผลิตวัตถุดิบ ผู้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงผู้ให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ การหดตัวของตลาดร้านอาหารจึงมีผลกระทบวงกว้างต่อเศรษฐกิจของประเทศ

ทางรอดสำหรับร้านอาหารไทย: 4 กลยุทธ์หลักเพื่อความอยู่รอด

เมื่อเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญได้เสนอแนะกลยุทธ์สำคัญ 4 ประการที่ร้านอาหารไทยควรนำไปปรับใช้เพื่อความอยู่รอดและการเติบโตในอนาคต

1. การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มยอดขายและลดค่าใช้จ่าย

เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ร้านอาหารสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ

เพิ่มช่องทางการขายผ่าน Delivery

การขายผ่านระบบ Delivery หรือการส่งอาหารถึงบ้าน กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง 2% ต่อปี แม้จะดูเหมือนตัวเลขที่ไม่มาก แต่ในตลาดที่หดตัวโดยรวม การเติบโตแม้เพียงเล็กน้อยก็ถือเป็นโอกาสสำคัญ

ร้านอาหารควรพิจารณาขยายช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Grab Food, LINE MAN, Food Panda และแพลตฟอร์มอื่น ๆ การมีช่องทางการขายที่หลากหลายจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่

การจัดการร้านอาหารให้เป็นระบบด้วย POS

ระบบ Point of Sale (POS) ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องคิดเงินธรรมดา แต่เป็นระบบที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถจัดการร้านอาหารได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ระบบ POS สมัยใหม่สามารถช่วยให้รู้ข้อมูลร้านในรายละเอียด เช่น สินค้าขายดี สินค้าขายไม่ออก เวลาเร่งด่วน และยังช่วยลดข้อผิดพลาดในการรับออเดอร์และคิดเงิน

การมีข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในเรื่องการจัดการสต็อก การวางแผนเมนู และการปรับราคาให้เหมาะสม

รองรับการชำระเงินดิจิทัล

การชำระเงินดิจิทัล โดยเฉพาะ QR Code กำลังเติบโตมากกว่าเงินสดถึง 32% แนวโน้มนี้แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคไทยกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการชำระเงินไปสู่รูปแบบดิจิทัลมากขึ้น

ร้านอาหารที่ยังไม่รองรับการชำระเงินดิจิทัลอาจเสียโอกาสในการขายให้กับลูกค้ากลุ่มที่ต้องการความสะดวกสบาย การติดตั้งระบบรับชำระเงินดิจิทัลไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า แต่ยังช่วยลดเวลาและความผิดพลาดในการทอนเงิน ลดความเสี่ยงเรื่องเงินสดหาย และสร้างระบบการบันทึกรายรับที่แม่นยำมากขึ้น

2. การขยายและปรับรูปแบบธุรกิจเพื่อการเติบโต

ความท้าทายของร้านขนาดเล็ก

สถานการณ์ปัจจุบันแสดงให้เห็นชัดว่า ร้านอาหารขนาดเล็กมีความยากลำบากในการอยู่รอดมากกว่าร้านขนาดใหญ่ ขณะที่ร้านอาหารที่มีสาขาหลายแห่ง (Chain) เริ่มเข้ามากินส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น

เหตุผลหลักของปรากฏการณ์นี้คือ ร้านอาหาร Chain มีความได้เปรียบในหลายด้าน ทั้งการซื้อวัตถุดิบในปริมาณมาก (Economies of Scale) การมีระบบการจัดการที่เป็นมาตรฐาน การมีงบประมาณในการลงทุนเทคโนโลยี และการมีแบรนด์ที่รู้จักกันแพร่หลาย

กลยุทธ์การรวมกลุ่ม

ร้านอาหารขนาดเล็กควรพิจารณาการรวมกลุ่มหรือสร้างเครือข่ายเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในการซื้อวัตถุดิบ การแบ่งปันต้นทุนในการลงทุนเทคโนโลยี และการเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน

การปรับรูปแบบธุรกิจอาจรวมถึงการเปลี่ยนจากร้านอาหารแบบดั้งเดิมเป็น Cloud Kitchen หรือ Dark Kitchen ที่เน้นการส่งอาหาร การลดพื้นที่ห้องรับประทานอาหารและเพิ่มประสิทธิภาพของครัว หรือการสร้างแบรนด์หลายแบรนด์ในครัวเดียวกัน

3. การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนธุรกิจ

ปัญหาการไม่จดทะเบียน

ข้อมูลที่น่าสนใจคือ ร้านอาหารไทยส่วนใหญ่มีเพียง 21% เท่านั้นที่จดทะเบียนเป็นร้านอาหารอย่างเป็นทางการ สัดส่วนที่ต่ำนี้สร้างปัญหาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการสนับสนุนจากภาครัฐ

การไม่จดทะเบียนทำให้ร้านอาหารไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ไม่สามารถขอรับการสนับสนุนจากโครงการของภาครัฐ และไม่มีข้อมูลทางการเงินที่เป็นระบบสำหรับการวางแผนธุรกิจระยะยาว

ประโยชน์ของการจดทะเบียน

การที่ร้านอาหารขนาดเล็กจดทะเบียนจะช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น สร้างความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสในการได้รับการลงทุนหรือสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม

นอกจากนี้ การจดทะเบียนยังช่วยให้ร้านอาหารสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินต่าง ๆ เช่น บัญชีธนาคารสำหรับธุรกิจ ระบบชำระเงินดิจิทัล และประกันต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการดำเนินธุรกิจ

การมีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจนยังช่วยป้องกันปัญหากฎหมายและภาษีในอนาคต และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและคู่ค้า

4. ความช่วยเหลือจากภาครัฐ

ความจำเป็นของการสนับสนุนจากภาครัฐ

ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน การได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเป็นระบบตามขนาดร้านค้าเป็นสิ่งสำคัญมาก ภาครัฐควรมีนโยบายสนับสนุนที่แตกต่างกันไปตามขนาดและความต้องการของร้านอาหาร

การสนับสนุนร้านขนาดเล็ก

สำหรับร้านอาหารขนาดเล็ก ภาครัฐควรสนับสนุนค่าใช้จ่ายและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับระบบภาษี เช่น เครื่องออกใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ ระบบ POS ที่เชื่อมต่อกับกรมสรรพากร และการฝึกอบรมการใช้งานระบบต่าง ๆ

การสนับสนุนนี้จะช่วยลดภาระในการปรับตัวของร้านขนาดเล็ก และช่วยให้สามารถเข้าสู่ระบบการค้าที่เป็นทางการได้ง่ายขึ้น

โครงการ Co-payment สำหรับร้านขนาดกลาง

สำหรับร้านอาหารขนาดกลาง โครงการ Co-payment ที่มีหลักการ “ยิ่งทำมาก ยิ่งได้มาก” จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ร้านอาหารพัฒนาธุรกิจและเพิ่มยอดขาย ขณะเดียวกันก็ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ

โครงการลักษณะนี้ช่วยให้ร้านอาหารมีเงินทุนหมุนเวียนมากขึ้น สามารถลงทุนปรับปรุงคุณภาพอาหาร พัฒนาบริการ และขยายการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปรากฏการณ์ AI Plus+ ของจีน: ภัยคุกคามหรือโอกาสใหม่

ขณะที่ประเทศไทยกำลังรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจ ทางด้านเทคโนโลยี คุณท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา จาก Bitkub เตือนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นในจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกรวมถึงประเทศไทย

นโยบาย “AI Plus+” ของจีน

จีนเพิ่งออกนโยบายใหม่ที่เรียกว่า “AI Plus+” ซึ่งมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ ทุกอุตสาหกรรมต้องใช้ AI นโยบายนี้ไม่ใช่เพียงแค่การส่งเสริม แต่เป็นการบังคับใช้ที่มีการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่

เป้าหมายของนโยบายนี้คือการทำให้จีนกลายเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี AI ของโลก และใช้ AI เป็นเครื่องมือในการเพิ่มผลิตภาพของทุกภาคส่วนในเศรษฐกิจ

3 โครงการสำคัญของจีน

รัฐบาลจีนกำลังดำเนินโครงการสำคัญ 3 โครงการที่จะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์เทคโนโลยีโลก

DeepSeek – AI Open-source สำหรับทุกคน

DeepSeek เป็นโครงการพัฒนา AI แบบโอเพนซอร์สที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้ฟรี โครงการนี้มีเป้าหมายทำให้เทคโนโลยี AI เข้าถึงได้ง่ายและไม่มีต้นทุนสูง ซึ่งจะช่วยให้บริษัทขนาดเล็กและกลางสามารถนำ AI มาใช้ในธุรกิจได้

การที่จีนเปิดเผยเทคโนโลยี AI แบบโอเพนซอร์สนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างมาตรฐานโลกและทำให้ทุกคนพึ่งพาเทคโนโลยีของจีน

Huawei – บริการ AI + Cloud สำหรับทุกอุตสาหกรรม

Huawei ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน กำลังเตรียมให้บริการ AI และ Cloud computing กับทุกอุตสาหกรรม เป็นการรวมการให้บริการในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้บริษัทต่าง ๆ สามารถใช้งาน AI ได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ

บริการนี้ครอบคลุมตั้งแต่การประมวลผลข้อมูล การวิเคราะห์ การพยากรณ์ ไปจนถึงระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ

ฐานข้อมูลแบบแชร์จากรัฐบาลจีน

รัฐบาลจีนเปิด Shared Database ขนาดใหญ่ให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูล โครงการนี้เป็นการแบ่งปันข้อมูลของภาครัฐที่มีคุณภาพสูงให้กับภาคเอกชน เพื่อใช้ในการพัฒนา AI และนวัตกรรมต่าง ๆ

การมีข้อมูลที่หลากหลายและมีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญมากในการฝึกสอน AI ให้มีประสิทธิภาพ การที่รัฐบาลจีนเปิดแบ่งปันข้อมูลจึงเป็นการเร่งความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ในประเทศ

ผลิตภาพต่อคนของจีนสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก

ตัวเลขที่น่าสนใจคือ จีนมี Productivity per person อยู่ที่ 5% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 3.3% นี่แสดงให้เห็นว่า แรงงานจีนมีประสิทธิภาพในการผลิตสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก และด้วยการลงทุนใน AI อย่างจริงจัง ผลิตภาพนี้น่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคต

ความหมายต่อเศรษฐกิจโลก

หากจีนสามารถผลักดันให้คนในทุกอุตสาหกรรมใช้ AI ได้สำเร็จ ประเทศนี้จะมีการเติบโตที่รวดเร็วมาก ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าและบริการจีนจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประเทศอื่น ๆ รวมถึงประเทศไทย ที่อาจต้องเร่งปรับตัวเพื่อไม่ให้ตกขบวน

แนวทางการปรับตัวสำหรับผู้ประกอบการไทย

เมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งในประเทศและระดับโลก ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำสำคัญแก่ผู้ประกอบการไทยในการปรับตัว

ความสำคัญของการเรียนรู้เทคโนโลยี

ความสามารถในการเรียนรู้เทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากตกรถแล้ว การตามให้ทันจะเป็นเรื่องยาก เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และผู้ที่ไม่สามารถปรับตัวทันจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ผู้ประกอบการควรลงทุนเวลาและทรัพยากรในการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตน เช่น ระบบ POS สำหรับร้านอาหาร ระบบ e-commerce สำหรับธุรกิจค้าปลีก หรือ AI สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า

ความสำคัญของทิศทาง (Direction)

Direction สำคัญ อย่าหลุดทิศทางของโลก การติดตามแนวโน้มโลกและการคาดการณ์ทิศทางการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งจำเป็น ผู้ประกอบการต้องมีการศึกษาและติดตามข่าวสารเทคโนโลยีอย่างสม่ำเสมอ

การมีวิสัยทัศน์ที่ถูกต้องจะช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนและการพัฒนาธุรกิจได้อย่างเหมาะสม ไม่ใช่เพียงแค่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต

การเป็นองค์กร AI First

บริษัทต้องเป็นองค์กร AI first หรือไม่ก็ต้องลดคน นี่เป็นข้อความที่ฟังดูรุนแรง แต่สะท้อนความจริงของการแข่งขันในอนาคต บริษัทที่ไม่สามารถปรับตัวใช้ AI จะมีต้นทุนที่สูงกว่าและประสิทธิภาพที่ต่ำกว่าคู่แข่งที่ใช้ AI

การเป็น AI first organization หมายถึงการนำ AI มาใช้ในทุกกระบวนการที่เป็นไปได้ ตั้งแต่การบริการลูกค้า การจัดการสต็อก การวิเคราะห์ยอดขาย ไปจนถึงการวางแผนการตลาด

พนักงาน AI Enabled

พนักงานต้องเป็น AI enabled employee นี่หมายถึงพนักงานทุกคนต้องสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้ ไม่ใช่การถูกแทนที่โดย AI แต่เป็นการใช้ AI เป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

บริษัทควรจัดการฝึกอบรมให้พนักงานเรียนรู้การใช้เครื่องมือ AI ต่าง ๆ เช่น ChatGPT สำหรับการเขียน การใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล หรือการใช้ AI ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

การลงทุนในการพัฒนา AI

บริษัทอย่าประหยัดงบพัฒนา AI การลงทุนใน AI ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนที่จะให้ผลตอบแทนในระยะยาว บริษัทที่ประหยัดงบใน AI อาจพบว่าตนเองตกขบวนและไม่สามารถแข่งขันได้ในอนาคต

งบประมาณที่ควรจัดสรรสำหรับ AI ควรครอบคลุมทั้งการซื้อเครื่องมือ การฝึกอบรมพนักงาน การจ้างผู้เชี่ยวชาญ และการพัฒนาระบบภายใน

คำแนะนำสำหรับคนทั่วไปในยุค AI

สำหรับคนที่ไม่ได้ทำธุรกิจ คุณยอดมีคำแนะนำสำคัญในการปรับตัวรับมือกับยุค AI

1. ทำงานในภาคบริการที่ต้องใช้ Human Skills

ทำอะไรที่เป็น Real world ที่เป็น service sector อะไรที่ต้องใช้ human skills งานที่ต้องใช้ความเป็นมนุษย์ เช่น การดูแลผู้สูงอายุ การให้คำปรึกษา การสอน การบำบัด หรืองานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรคและการตัดสินใจเชิงซับซ้อน จะยังคงมีความจำเป็นต่อไป

โอกาสธุรกิจใหม่

โอกาสธุรกิจที่น่าสนใจคือ ธุรกิจที่ช่วย transform บริษัทให้ใช้ AI มากขึ้น ซึ่งจะมีความต้องการสูงแน่นอน เช่น การให้คำปรึกษาการใช้ AI การฝึกอบรมพนักงาน การพัฒนาระบบ AI เฉพาะด้าน หรือการให้บริการ AI as a Service

2. การเรียนรู้การใช้ AI ในชีวิตประจำวัน

คนใช้ AI ไม่เป็นจะตกงาน ให้พยายามใช้ AI ใน workflow ของเรา + life flow การเรียนรู้การใช้ AI ไม่ใช่เรื่องเฉพาะนักเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่เป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกคนควรมี

การใช้ AI ในชีวิตประจำวันสามารถเริ่มต้นจากการใช้ ChatGPT ในการเขียนอีเมล การใช้ AI ในการแปลภาษา การใช้ AI ในการวางแผนการเดินทาง หรือการใช้ AI ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ

การพัฒนาทักษะ AI

ทุกคนควรเริ่มต้นเรียนรู้การใช้เครื่องมือ AI พื้นฐาน เข้าใจหลักการทำงานของ AI และค่อย ๆ นำมาประยุกต์ใช้ในงานและชีวิตประจำวันมากขึ้น

บทสรุป: การปรับตัวในยุคการเปลี่ยนแปลง

วิกฤตของร้านอาหารไทยและการก้าวใหญ่ของจีนในด้าน AI เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่โลกกำลังเผชิญ ความสามารถในการปรับตัวและการเรียนรู้สิ่งใหม่จะเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่รอดและเติบโตในยุคนี้

สำหรับร้านอาหารไทย การใช้เทคโนโลยี การปรับรูปแบบธุรกิจ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้

สำหรับผู้ประกอบการและคนทั่วไป การเรียนรู้เทคโนโลยี การติดตามแนวโน้มโลก และการพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับ AI จะช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้แทนที่จะเป็นเหยื่อของมัน

ดั่งคำกล่าวที่ว่า “ใน ‘ป่า’ มีต้นไม้ล้อมรอบ ‘คน’ ก็มีการเปลี่ยนแปลงล้อมรอบ” การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงเป็นธรรมชาติของการอยู่รอด และผู้ที่สามารถปรับตัวได้เร็วและมีประสิทธิภาพจะเป็นผู้ที่เติบโตและประสบความสำเร็จในยุคใหม่นี้

อนาคตของประเทศไทยจะขึ้นอยู่กับความสามารถของทุกภาคส่วนในการปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ การลงทุนในการศึกษา การพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนนวัตกรรม จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว