“บูทิค” ผนึก มทร.”ล้านนา-ธัญบุรี” ผลิตแปรรูปกัญชงกัญชาการแพทย์

ตาก ปทุมธานี พิษณุโลก ลำปาง เชียงราย เชียงใหม่

(15 ก.ค.64) บูทิค คอร์ปอเรชั่น จ่อผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าสุขภาพกัญชาและกัญชงสู่ตลาดในประเทศไทย เดินหน้าลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมสามฝ่ายกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เพื่อผลิตและแปรรูปกัญชงและกัญชาเพื่อการแพทย์

บริษัท บีสโปค ไลฟ์ ไซเอนซ์ จำกัด (“บีสโปค”) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนในกลุ่มบริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมสามฝ่าย (MOU) แล้วเสร็จโดยมีวัตถุประสงค์ คือ การสร้างความร่วมมือเพื่อการผลิตผลิตภัณฑ์ยา สารสกัด เครื่องสำอาง อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ใช้กัญชาและกัญชงเป็นส่วนประกอบ โดยบันทึกความเข้าใจร่วมสามฝ่าย จะครอบคลุมถึงการผลิตผลิตภัณฑ์ยาแพทย์แผนไทย รวมถึงสินค้าอุปโภคและบริโภคทั่วไป ที่จะมีกัญชาและกัญชงเป็นส่วนประกอบร่วมด้วย เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้พืชกัญชาเพื่อสุขภาพของไทย ทั้งนี้ สินค้าและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะนำไปใช้ในโครงการศูนย์สุขภาพรูปแบบใหม่ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท บีสโปค

การลงนามนี้ต่อยอดจากการที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (RMUTL) ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา โดยใบอนุญาตจาก อย. ดังกล่าว ทำให้สามารถนำเข้าสายพันธุ์กัญชาได้ถึง 41 สายพันธุ์ จำนวน 398 เมล็ด และปลูกกัญชาเพื่อศึกษาวิจัย คัดเลือกสายพันธุ์ที่ดีที่สุดที่จะพัฒนามาเป็น “สายพันธุ์ต้นแบบ” เพื่อใช้สำหรับการปลูกกัญชาต่อไป

นาย ปรับ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมสามฝ่ายถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบีสโปค ด้วยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ห่วงโซ่คุณค่าของเราจะเสร็จสมบูรณ์และพร้อมสำหรับการศึกษาวิจัยและพัฒนา การเพาะปลูก และการผลิตยาแพทย์แผนไทยและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอื่น ๆ รวมถึงการจัดจำหน่ายในลำดับต่อ ๆ ไป โดยเราวางกลยุทธ์การส่งผลิตภัณฑ์สุขภาพจากกัญชาและกัญชงสู่คลินิกที่ทันสมัยและศูนย์สุขภาพของเรา ที่จะเปิดตัวในต้นปี 2565 ที่จะถึงนี้”

“หลังจากทำการวิจัยตลาดอย่างลึกซึ้ง เราได้เล็งเห็นความต้องการของคลินิกด้านสุขภาพแบบใหม่ ที่ผลักดันการใช้ศาสตร์แพทย์แผนไทยในรูปแบบที่ทันสมัย เพื่อการมีสุขภาพดีตามธรรมชาติ โดยเรามีแผนที่จะขยายธุรกิจเพื่อสุขภาพนี้ไปยังโครงการโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ของเรา และเรามุ่งหวังจะตอบสนองต่อเทรนด์ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งเป็นคลื่นลูกใหม่ที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้” นาย ปรับ ทักราล กล่าว

ผศ. ดร. สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินงานความร่วมมือโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและแปรรูปกัญชงและกัญชาเพื่อการแพทย์ กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และบริษัท บีสโปค ไลฟ์ ไซเอนซ์ จำกัด เรามีความมุ่งมั่นและมั่นใจที่จะผลิตวัตถุดิบกัญชงและกัญชาที่มีคุณภาพ ที่สามารถต่อยอดสู่การวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพให้แก่ผู้บริโภค รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการเรียนการสอนด้านการแพทย์แผนไทย การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและประโยชน์อื่นๆ อีกด้วย

ดร. สุรพล ใจวงศ์ษา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของเราในการสานต่อและขยายขอบเขตการเรียนรู้ของนักศึกษา เพื่อการวิจัยและพัฒนา การเพาะปลูก และการผลิตผลิตภัณฑ์ยาแพทย์แผนไทย ที่มีพืชกัญชาและกัญชงเป็นส่วนประกอบหลัก และมั่นใจว่าเราจะประสบความสำเร็จและสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ร่วมกับบริษัท บีสโปค ได้อย่างแน่นอน

พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจจัดขึ้นทางออนไลน์ผ่านการประชุมทางวิดีโอ เมื่อวันที่15 กรกฎาคม 2564 พร้อมทำตามมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมเนื่องจากกฎระเบียบการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย โดยมีผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ดร.สุรพล ใจวงศ์ษา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และ นาย ปรับ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจสามฝ่ายแล้วเสร็จสมบูรณ์

บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริหารสินทรัพย์ชั้นนำในประเทศไทย โดยเน้นธุรกิจในรูปแบบสร้าง – ดำเนินงาน – ขาย(Build, Operate and Sell model (BOS)) ปัจจุบันบริษัทมีโครงการโรงแรมที่เปิดดำเนินการอยู่ทั้งสิ้นแปดโครงการรวมกว่า 1,000 ห้อง ภายใต้แบรนด์โนโวเทล(โนโวเทล เชียงใหม่ นิมมาน เจอร์นี่ย์ฮับ) ซิทาดีนส์ (ซิทาดีนซ์ แบ๊งคอก สุขุมวิท8, ซิทาดีนซ์ แบ๊งคอก สุขุมวิท11, ซิทาดีนส์ สุขุมวิท16, และ ซิทาดีนซ์ แบ๊งคอก สุขุมวิท 23) โอ๊ควู้ด (โอ๊ควู้ด เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท24, โอ๊ควู๊ด เจอร์นี่ย์ฮับ พัทยา และ โอ๊ควู๊ด โฮเทล เจอร์นี่ย์ฮับ ภูเก็ต) นอกจากนี้ทางกลุ่มบริษัทกำลังขยายการพัฒนาโรงแรมในประเทศไทยเพิ่มเติม โดยเฉพาะในจุดหมายที่เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น เมืองพัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนามากกว่า 1,200 ห้อง

บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดโครงสร้างการลงทุนส่วนใหญ่ในลักษณะคล้ายกับของ Private Equityหรือ กิจการเงินร่วมลงทุน ซึ่งส่งผลให้บริษัทมีรายได้เพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมต่างๆ จากการบริหารจัดการโครงการและเงินลงทุนแทนผู้ร่วมทุน

บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลาย ด้วยการเปิดตัวศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ที่ได้รับรางวัลอย่าง เรนฮิลส์(Rain Hill)บนถนนสุขุมวิท47โครงการมิกซ์ยูส ซัมเมอร์ฮิลล์(Summer Hill)และซัมเมอร์ฮับอ๊อฟฟิต(Summer Hub Office)ที่สถานีรถไฟฟ้าBTSพระโขนง รวมถึงโครงการมิกซ์ยูสล่าสุดอย่างซัมเมอร์พอยท์(Summer Point)

แหล่งข่าว https://m.mgronline.com/business/detail/9640000069102

Click to rate this post!
[Total: 0 Average: 0]